Travel Update :

โควิดก็เที่ยวได้ 'หมู่เกาะสุรินทร์' สวรรค์ของนักดำน้ำ ที่ต้องไปเยือนสักครั้ง


'หมู่เกาะสุรินทร์'  สวรรค์ของนักดำน้ำ ที่ต้องไปเยือนสักครั้ง


เดินทางกันต่อกับทริปทะเลใต้ กระบี่-พังงา วันนี้ พวกเรามีเป้าหมายที่จะไปชมหมู่เกาะสุรินทร์ ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นที่ดำน้ำตื้นที่สวยที่สุดในประเทศไทย จึงได้ติดต่อจองเรือดำน้ำของบริษัทซาบีน่าทัวร์ ซึ่งเป็นบริษัทเดียวในขณะนี้ ที่ยังเปิดให้บริการนำเที่ยวไปหมู่เกาะสุรินทร์ทุกวัน ส่วนบริษัทนำเที่ยวอื่นๆเป็นแบบวันเว้นวัน ซึ่งพวกเราได้รู้จักพรรคพวกในพื้นที่ช่วยประสานให้ ทำให้ได้ราคาค่าบริการถูกกว่าที่อื่น เพราะ ปกติน่าจะอยู่ที่เกือบ 2000 บาท


     การไปหมู่เกาะสุรินทร์ เราเดินทางจากอ่าวนาง จังหวัดกระบี่ ไปท่าเรือคุระบุรี ต้องใช้เวลา ประมาณ เกือบๆ 3 ชั่วโมงครึ่ง จึงต้องตื่นกันแต่เช้า เพื่อให้ไปลงทริปดำน้ำทันเวลา 8.30 น.พวกเราก็ถึงที่บริษัทซาบีน่าทัวร์ ได้รับการตอนรับอย่างดี เริ่มต้นด้วยการลงทะเบียน ( เป็นรูป ภายในบริษัท)จากนั้นมีอาหารเช้าก็มาเสิร์ฟ เป็นไก่ทอดกับข้าวเหนียว ที่รสชาติอร่อย พร้อมกับ เครื่องดื่ม ไมโล กาแฟ โอวันติล และปาท่องโก๋ ในระหว่างที่เราดื่มด่ำกับอาหารเช้า นั้น ก็จะมีเจ้าหน้าที่มาอธิบายทำความเข้าใจการไปดำน้ำ จากนั้นก็ไปลงเรือสปีดโบ๊ท ลำใหญ่ 3 เครื่องยนต์ เพื่อไปยังจุดดำน้ำ ตอนแรกก็ลุ้นอยู่ว่าน่าจะมีนักท่องเที่ยว มาร่วมดำน้ำเยอะแน่ๆ แต่ปรากฎว่านักท่องเที่ยวที่มาดำน้ำแบบวันเดย์ทริป มีเพียงกลุ่มเราเท่านั้น


     ส่วนอีกประมาณ 6-8 คน มาแบบค้างคืน ใช้เวลาการเดินทางจากท่าเรือไปถึงหมู่เกาะสุรินทร์ 1ชั่วโมง 10 นาที พวกเราก็นั่งไปหลับไป เพราะความง่วงที่ต้องตื่นแต่เช้า จนกระทั่งถึงหมู่เกาะสุรินทร์ จากที่ง่วงๆก็ต้องตะลึง กับภาพที่เห็นอยู่ตรงหน้า คือน้ำสีเขียวมรกตและใสมากๆ ราวกับเรือหางยาวลอยได้ เรือหางยาวที่มาจอดรอนี้เพื่อรอรับลูกค้าที่มาค้างคืนไปส่งตามจุดต่างๆ ส่วนกลุ่มเราก็ลงเรือหางยาวอีกลำเช่นกัน เพื่อไปหมู่บ้านมอแกน ชมวิถีการเป็นอยู่ และได้เป็นตัวแทนผู้ใจบุญ นำหนังสือการเรียนและสื่อการเรียนการสอนที่เสริมสร้างทักษะเด็กไปแจกให้กับเด็กชาวมอแกน (ส่วนวิถีชีวิตและความเป็นอยู่ของชาวมอแกนที่นี่ จะไว้เล่าอย่างละเอียด อีกตอยหนึ่ง)



     จากนั้นก็ถึงเวลาที่รอคอย ได้ดำน้ำสมใจ เพราะ ทั้งเรือมีเพียงกลุ่มเราเท่านั้น จุดแรก คือ ช่องขาด จุดนี้มีปลาเยอะมาก ยิ่งเจอมาเป็นฝูงๆ ยิ่งสวยงาม ปะการังก็ทอดยาว สมบูรณ์สวยงาม

     จุด2 เรียกว่าอ่าวแม่ยาย ปลาอาจจะน้อย แต่แนวปะการังสมบูรณ์มากๆ วางแนวทอดยาว เป็นกิโลเมตร เรียกได้ว่า ก้มลงไปมองตรงไหนก็เจอแต่ปะการัง

     จุด3 อ่าวบอน จุดนี้เป็นจุดที่เรือมาจอดให้เรือหางยาวมารับลูกค้าครั้งแรก จุดนี้แค่อยู่บนเรือก็มองเห็นปลาลายเสือ และอีกหลากหลายชนิดอย่างชัดเจน และยิ่งได้ลงไปดำดูใต้น้ำ ก็ยิ่งหลงไหลมากๆ และไม่อยากจะขึ้นมาจากน้ำเลย แต่เวลามีจำกัด จึงต้องนั่งเรือกลับสู่ท่าเรือคุระบุรี คิดไว้ว่า หากมีโอกาส จะต้องกลับมาอีกครั้ง


     เมื่อกลับมาถึงท่าเรืออาบน้ำอาบท่า ก็ขับรถกลับที่พัก ด้วยความที่ไปตระเวนมาทั้งวัน ก็เริ่มหิว กันแล้ว เลยแวะ "ร้านในเหมือง" อาหารใต้ขึ้นชื่อของที่นี่มีหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นไหลบัวกะทิกุ้ง ได้รับรางวัลmichelin star 2 ปีติด หมูฮ้อง หมูคั่วพริกเกลือ ผัดผักเหมียง รสชาติก็อร่อยเด็ดจริง พออิ่มหนังตาเริ่มหย่อนกลับที่พัก ที่จองไว้ คือ LA ve la เพื่อพักผ่อนตามอัธยาศัย





บทความที่เกี่ยวข้อง

กลับไป ด้านบน

Thaiza update: