Travel Update :

ททท.ชวนร่วมงานบุญลอยเรือสะเดาะเคราะห์ชาวมอญที่สังขละบุรี

ททท.ชวนร่วมงานบุญลอยเรือสะเดาะเคราะห์ชาวมอญที่สังขละบุรี

 

ททท.กาญจนบุรี ขอเชิญร่วมสืบสานประเพณีดั้งเดิมของชุมชนมอญบ้านวังกะ อ.สังขละบุรี ศึกษาความเชื่อเรื่องการบูชาเทวดา การต่อเรือขนาดใหญ่ด้วยลำไม้ไผ่ ชมการเล่นโคม ปล่อยโคมขนาดยักษ์ของชาวบ้าน ร่วมทำบุญสะเดาะเคราะห์ และลอยเรือกลางแม่น้ำบริเวณ “สามสบ”

     ประวัติความเป็นมาของประเพณีลอยเรือสะเดาะเคราะห์ของคนมอญ ว่ากันว่าเกิดขึ้นเมื่อครั้งพระเจ้าธรรมเจดีย์ขึ้นครองราชย์ปกครองอาณาจักรมอญ เมืองหงสาวดี พระองค์ทรงเห็นพระภิกษุสามเณรในเมืองมอญหงสาวดี มีความประพฤติย่อหย่อนต่อพระธรรมวินัย พระพุทธศาสนาในเมืองมอญเกิดมลทินด่างพร้อยมากมาย จึงมีพระราชประสงค์จะสังคายนาพระพุทธศาสนาในเมืองมอญเสียใหม่ เพื่อชำระหมู่พระภิกษุสงฆ์ให้มีความบริสุทธิ์ จึงมีพระราชโองการรับสั่งให้พระภิกษุสามเณรในเมืองมอญลาสิกขาเสียทั้งหมดทั้งประเทศ แล้วทรงส่งปะขาวถือศีล ๘ คณะหนึ่ง

     ซึ่งก็คืออดีตพระเถระผู้ทรงพระไตรปิฎก ทรงความรู้ ตั้งมั่นในศีล ที่พระองค์มีคำสั่งให้ลาสิกขามาถือศีล ๘ เป็นปะขาวนั่นเอง ออกเดินทางไปยังประเทศศรีลังกา เพื่อให้ไปถือการอุปสมบทเป็นพระภิกษุมาใหม่จากคณะสงฆ์ในประเทศศรีลังกา เสร็จแล้วให้เดินทางกลับมาเป็นอุปัชฌาย์อาจารย์ บวชให้แก่คนมอญในเมืองมอญเสียใหม่ คณะของปะขาวนี้ เมื่อเดินทางถึงประเทศศรีลังกาได้รับการอุปสมบทแล้วก็เดินทางกลับ ในระหว่างทางที่เดินทางกลับนั้น เรือสำเภาลำหนึ่งในจำนวนสองลำโดนพายุพัดให้หลงทิศไป

     ส่วนอีกลำหนึ่งเดินทางมาถึงเมืองหงสาวดีโดยปลอดภัย เมื่อทราบถึงพระกรรณของพระเจ้าธรรมเจดีย์ พระองค์จึงมีรับสั่งให้ทำเรือจำลองขึ้นมา ข้างในบรรจุด้วยของเซ่นไหว้บูชาเหล่าเทวดาทุกหมู่เหล่า ด้วยเครื่องเซ่นไหว้นั้น ให้เหล่าเทวดาทั้งหลาย ที่ดูแลพื้นดินก็ดี ที่ดูแลพื้นน้ำก็ดี ที่ดูแลพื้นอากาศก็ดี ได้มาช่วยปัดเป่าให้เรือสำเภาที่หลงทิศไปนั้น ได้เดินทางกลับมาโดยปลอดภัย หลังจากที่พระองค์ทรงทำพิธีสะเดาะเคราะห์แล้วไม่กี่วัน เรือที่หลงทิศนั้นก็เดินทางกลับมาถึงเมืองหงสาวดีโดยปลอดภัย ชาวมอญจึงถือเอาเหตุการณ์นี้ทำพิธีลอยเรือสะเดาะเคราะห์ในช่วงกลางเดือน ๑๐ ของทุก ๆ ปี สืบต่อกันมาตราบจนปัจจุบันนี้

     สำหรับประเพณีลอยเรือสะเดาะเคราะห์ชาวไทยรามัญอำเภอสังขละบุรี จะจัดขึ้นเป็นเวลา ๓ วัน ในช่วงวันขึ้น ๑๔-๑๕ ค่ำ และแรม ๑ ค่ำ เดือน ๑๐ ของทุกปี โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นการบูชาเทวดาที่อยู่ในน้ำ ในป่า และบนบก อีกทั้งเพื่อสืบสานประเพณีดั้งเดิมของกลุ่มชน ตลอดทั้งเป็นการเผยแพร่ประเพณีลอยเรือสะเดาะเคราะห์ให้แก่ชุมชน ประชาชน และนักท่องเที่ยวได้ศึกษาเรียนรู้ โดยมีกิจกรรมในงานดังนี้

     ๑. การเจริญพระพุทธมนต์โดยพระสงฆ์

     ๒. การบูชาเรือ โดยนำธงกระดาษ และอาหารคาวหวาน ๙ อย่าง ไปบูชาเรือ

     ๓. การสะเดาะเคราะห์ต่ออายุ โดยการนำธูปเทียน ตามกำลังวันเกิด ไปไหว้ และสะเดาะเคราะห์เพื่อจะมีการเผาธูปเทียนในวันสุดท้ายของงาน

     ๔. การเล่นโคม ปล่อยโคม

     ๕. การตักบาตรน้ำตาลทราย น้ำผึ้ง

     ๖. การเลี้ยงอาหารคาวหวานแก่ผู้มาร่วมงาน

     ๗. การนำเรือไปลอยที่แม่น้ำสามประสบ

     พิธีลอยเรือสะเดาะเคราะห์ของชาวมอญที่ทำกันอยู่จะมีการเตรียมงานดังนี้ ก่อนถึงวันพิธี ชาวบ้านจะร่วมกันเตรียมทำธง ร่ม และจัดเครื่องบูชาต่างๆ เพื่อถวายวัด โดยมีการแบ่งงานให้หัวหน้าคุ้มต่าง ๆ ในหมู่บ้าน รับไปให้ลูกบ้านช่วยกันทำแล้วนำมาส่งที่วัด ผู้ชายส่วนหนึ่งจะมารวมกันที่วัดวังก์วิเวการามเพื่อสร้างเรือจากลำไม้ไผ่ประดับตกแต่งด้วยกระดาษหลากสี

     ในยามหัวค่ำจนถึงเช้ามืดของวันขึ้น ๑๕ ค่ำ ชาวบ้านจะทยอยพากันนำธง ตุง ร่มกระดาษ มาประดับตกแต่งเรือและบริเวณปะรำพิธีอย่างเนืองแน่น พร้อมนำเครื่องเซ่น เช่น กล้วย อ้อย ขนม ข้าว ดอกไม้ ไปวางไว้ในลำเรือ จุดเทียนอธิษฐานให้สิ่งไม่ดี และเคราะห์ร้ายต่าง ๆ ไปให้พ้นจากชีวิตตน และรับฟังบทสวดอิติปิโส ๑๐๘ จบ และบทสวดสะเดาะเคราะห์จากภิกษุสงฆ์ เมื่อถึงเช้าวันแรม ๑ ค่ำ ชาวบ้านก็มารวมตัวกันตั้งเป็นขบวนแห่ มีการเล่นโคม ปล่อยโคมลอยขนาดใหญ่ ประกอบการร้องรำทำเพลงอย่างสนุกสนาน จากนั้นชาวบ้านทั้งหมดจะช่วยกันลากเรือไปปล่อยกลางน้ำบริเวณจุดบรรจบของแม่น้ำสามสาย ได้แก่ ซองกาเลีย รันตี และบิคลี่ ที่เรียกกันว่า “สามสบ” หรือ “สามประสบ” นั่นเอง

     สำหรับในปีนี้ วันจัดงานจะตรงกับ วันที่ ๒๖-๒๘ กันยายน ๒๕๕๘ ททท.สำนักงานกาญจนบุรี จึงขอเชิญชวนนักท่องเที่ยวและผู้สนใจ เดินทางไปเที่ยวชมงานประเพณีที่น่าสนใจครั้งนี้ ณ บริเวณลานหน้าเจดีย์พุทธคยา วัดวังก์วิเวการาม ต.หนองลู อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี และเดินทางเที่ยวชมสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจต่าง ๆ ของ อ.สังขละบุรี อาทิ เมืองบาดาล วัดสมเด็จ (เก่า) สะพานมอญ สะพานลูกบวบ และด่านเจดีย์สามองค์
อ้างอิง... เว็บไซต์เที่ยวภาคกลาง / TAT_Kanchanaburi

บทความที่เกี่ยวข้อง

กลับไป ด้านบน

Thaiza update: