Travel Update :

'เส้นทางสายไหม...สู่เมืองรอง' ขึ้นเหนือ : น่าน อุตรดิตถ์ แพร่


'เส้นทางสายไหม...สู่เมืองรอง' ขึ้นเหนือ : น่าน อุตรดิตถ์ แพร่


กระทรวงพาณิชย์ เดินหน้ากระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากต่อเนื่อง ส่งเสริมธุรกิจผ้าไหมไทยเชื่อมโยงการท่องเที่ยวเมืองรองทั่วประเทศ หวังยกระดับผู้ประกอบการผ้าไหมไทยให้มีความเข้มแข็ง มีความเป็นมืออาชีพ และสามารถแข่งขันได้ในระดับสากล โดยได้จัดกิจกรรม “เส้นทางสายไหม...สู่เมืองรอง” ครั้งที่ 6 เดินทางขึ้นเหนือ น่าน อุตรดิตถ์ แพร่ พร้อมเผยแพร่ความงดงามผ้าไหมเมืองเหนือเชื่อมโยงแหล่งท่องเที่ยวเมืองรองที่สำคัญสู่สาธารณชน


     แหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญของจังหวัดน่าน อุตรดิตถ์ และแพร่ เริ่มต้นที่วัดภูมินทร์ จังหวัดน่าน ชมจิตรกรรมฝาผนังปู่ม่าน ย่าม่าน อันวิจิตร ตำนานกระซิบรักก้องโลก ภาพวาดอันเป็นสัญลักษณ์ของเมืองน่าน ตั้งอยู่ใกล้กับพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติน่าน ซึ่งสามารถแวะเช็คอินเก็บภาพสวยๆ กับซุ้มต้นลีลาวดีที่อยู่ใกล้ๆ ได้ จากนั้นชวนไปสัมผัสความร่มรื่นของธรรมชาติ ณ ไร่ต้นรัก ออร์แกนิคฟาร์ม ตั้งอยู่อำเภอปัว และแวะมาเรียนรู้แหล่งผลิตผ้าไหมที่ กลุ่มทอผ้าบ้านหล่ายทุ่ง ต.ปอน อ.ทุ่งช้าง ชมผ้าจกไทลื้อบ้านหล่ายทุ่งอันสวยงาม โดดเด่น จากกลุ่มทอผ้าไทลื้อและกลุ่มผ้าปักในชุมชน สะท้อนวิถีชีวิตท้องถิ่นได้เป็นอย่างดี


     “เส้นทางสายไหมวันที่ 2 มุ่งหน้าสู่จังหวัดอุตรดิตถ์ แวะชมเครื่องเงินมาตรฐานโลกที่ ศูนย์เครื่องเงินชมพูภูคา และหัตถกรรมเมืองน่าน แหล่งเรียนรู้กระบวนการทำเครื่องเงิน สืบสานเผยแพร่ศิลปะเครื่องเงินชาวเขา ปัจจุบันมีการพัฒนารูปแบบสินค้าให้มีความทันสมัยมากขึ้น แต่ยังคงเอกลักษณ์ความเป็นเครื่องเงินทำมือของชาวเขา และไปเรียนรู้ที่ พิพิธภัณฑ์ผ้าซิ่นตีนจก ไท-ยวน ลับแล ก่อตั้งโดยคุณจงจรูญ (โจ) มะโนคำ เพื่อบอกเล่าภูมิปัญญาวิถีชีวิตของสาวลับแลผ่านผ้าซิ่นตีนจก ผ้าทอพื้นเมืองที่มีความประณีต สอดแทรกด้วยทัศนคติ ความเชื่อ แต่งเติมจินตนาการผ่านเส้นสายลวดลายโบราณ มีรางวัลโอท็อป 5 ดาว การันตี และนำถวายสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เป็นประจำทุกปี ที่นี่เป็นพิพิธภัณฑ์จัดแสดงผ้าเก่าที่มีอายุกว่าร้อยปี และผ้าพื้นเมืองประยุกต์ที่เข้ากับยุคสมัย


     “เส้นทางสายไหมสู่เมืองรองจังหวัดแพร่ ชวนไหว้พระเสริมสิริมงคล ณ วัดพระธาตุช่อแฮ พระอารามหลวง โบราณสถานคู่บ้านคู่เมืองแพร่มีอายุมากกว่าพัน จากนั้นแวะไปชม ศูนย์เรียนรู้ผ้าจกเมืองลอง และการย้อมผ้าสีครามธรรมชาติ ต.หัวทุ่ง อ.ลอง ศูนย์กลางแลกเปลี่ยนเรียนรู้และการยกระดับการผลิตผ้าทอพื้นบ้านย้อมสีครามธรรมชาติ ชมกระบวนการปั่นเส้นฝ้ายและทอผ้า เรียนรู้การย้อมสีห้อมและครามอย่างใกล้ชิด จากนั้นไปสัมผัสผ้าจกไหมลายสร้อยกาบหมากของ กลุ่มทอผ้าบ้านนามน ต.หัวทุ่ง อ.ลอง หนึ่งในผ้าไหมลายโบราณที่เป็นเอกลักษณ์ของงานหัตถกรรมผ้าทอตีนจกแห่งเมืองลอง มีขนาดกว้าง 100 เซนติเมตร ยาว 180 เซนติเมตร ทอด้วยผ้าไหมและผ้าฝ้าย ซึ่งเป็นที่นิยมของผู้สวมใส่อย่างแพร่หลาย โดดเด่นด้วยลวดลายที่เลียนแบบลักษณะของกาบต้นหมาก และย้อมด้วยสีจากวัตถุดิบธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็นครามและครั่ง ”


     การสืบสานวัฒนธรรมท้องถิ่นผ่านลวดลายบนผืนผ้าไหม ของชาวบ้านในแต่ละชุมชน ยังคงรักษามาตรฐาน คุณภาพการผลิต และความงดงามไว้ไม่เปลี่ยนแปลง โดยนำนวัตกรรมเข้ามาช่วยในการต่อยอดพัฒนาสินค้าให้มีความหลากหลาย ทันสมัย ดูแลรักษาง่าย ซึ่งจะเป็นการยกระดับผ้าไหมไทยให้มีมูลค่าสูงขึ้น และยังคงไว้ซึ่งความภาคภูมิใจในภูมิปัญญาท้องถิ่นที่จะเป็นเอกลักษณ์ของชาติสืบต่อไป





บทความที่เกี่ยวข้อง

กลับไป ด้านบน

Thaiza update: