Travel Update :

เส้นทางสายไหม สู่แหล่งท่องเที่ยววิถีไทย ในภาคอีสาน

เส้นทางสายไหม สู่แหล่งท่องเที่ยววิถีไทย ในภาคอีสาน

“ผ้าไหมไทย” หนึ่งในผลิตภัณฑ์สิ่งทอและเครื่องนุ่งห่มที่เป็นเอกลักษณ์ประจำชาติของไทยที่มีความสวยงาม อ่อนนุ่ม มีความเลื่อมเงาตามธรรมชาติ ช่วยยกระดับบุคลิกภาพแก่ผู้สวมใส่ให้ดูภูมิฐาน ทำให้เกิดการเรียนรู้วัฒนธรรมของแต่ละท้องถิ่นผ่านลวดลายอันวิจิตรบรรจงบนผืนผ้าไหม สะท้อนถึงอัตลักษณ์และภูมิปัญญาท้องถิ่นได้เป็นอย่างดี

     กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ ในฐานะหน่วยงานภาครัฐที่มีหน้าที่ในการส่งเสริม พัฒนา และสนับสนุนให้ผู้ประกอบการมีความเข้มแข็ง สามารถแข่งขันได้ในทุกตลาดทั้งในและต่างประเทศ จึงได้จัดทำ “โครงการยกระดับการตลาดผลิตภัณฑ์ผ้าไหมสู่แหล่งท่องเที่ยว” ขึ้น เพื่อผลักดันให้ผลิตภัณฑ์ผ้าไหมของไทยเป็นที่ยอมรับในตลาดแฟชั่นและสินค้าไลฟ์สไตล์ รวมทั้ง เพื่อดำรงไว้ซึ่งวัฒนธรรมที่ทรงคุณค่าของประเทศไทย


     ผ้าไหมของไทยประสบความสำเร็จด้านการค้าและการตลาด โดยการเชื่อมโยงกับแนวคิดด้านการส่งเสริมการท่องเที่ยว จึงเป็นที่มาของโครงการยกระดับการตลาดผลิตภัณฑ์ผ้าไหมสู่แหล่งท่องเที่ยว โดยมีการจัดเส้นทางการท่องเที่ยวซึ่งมีชื่อเรียกว่า “เส้นทางสายไหม” คือ การสร้างความตระหนักรู้ในกลุ่มผู้ผลิต/ผู้ประกอบการให้มีองค์ความรู้ด้านการประกอบธุรกิจ การพัฒนาผลิตภัณฑ์ และการนำนวัตกรรมเข้ามาช่วยเพิ่มมูลค่าให้แก่ผลิตภัณฑ์

     สำหรับกิจกรรมเส้นทางสายไหม ภายใต้โครงการยกระดับการตลาดผลิตภัณฑ์ผ้าไหมสู่แหล่งท่องเที่ยว ได้เริ่มต้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 3 จังหวัด ได้แก่ อุดรธานี กาฬสินธุ์ และขอนแก่น เริ่มที่ “ศูนย์การเรียนรู้กลุ่มทอผ้าไหมบ้านโนนกอก” ตั้งอยู่ในเขตอำเภอเมือง จังหวัดอุดรธานี โดย นายอภิชาติ พูลบัวไข หรือ ผู้ใหญ่ต้น ลูกหลานชาวบ้านบ้านโนนกอก เป็นผู้สืบทอดภูมิปัญญาการทอผ้าของชุมชนบ้านเกิด

     ผลิตภัณฑ์ผ้าที่โดดเด่นของชุมชนบ้านโนนกอก คือ ผ้าหมี่ขิด หรือ ผ้าหมี่สลับขิด และยังมีการทอผ้าโบราณ ผ้าไหม ผ้าฝ้ายที่มีลักษณะสวยงาม มีเอกลักษณ์และโดดเด่นกว่าผ้าไทยทั่วไป ซึ่งผ้าไหมและผ้าฝ้ายของศูนย์การเรียนรู้กลุ่มทอผ้าไหมบ้านโนนกอก เป็นผ้าที่ย้อมด้วยสีจากดอกบัวแดง เป็นสีที่ติดทนนาน สวยงาม เป็นที่นิยมในกลุ่มลูกค้านักอนุรักษ์นิยมที่ให้ความสำคัญกับวัตถุดิบจากธรรมชาติ

     ส่วนที่ “ศูนย์ศิลปวัฒนธรรมผู้ไทผ้าไหมแพรวาบ้านโพน” จ.กาฬสินธุ์ หรืออีกชื่อหนึ่งคือ “ศูนย์วิจิตรแพรวาบ้านโพน” มีความโดดเด่นด้านวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของชาวผู้ไทยหรือชาวภูไท โดยเป็นหมู่บ้านที่ชาวผู้ไทอพยพมาจากแคว้นสิบสองจุไท มีเอกลักษณ์ด้านการทอผ้า และยังคงสืบทอดวัฒนธรรมที่ส่งต่อจากบรรพบุรุษไว้เป็นอย่างดี ผลิตภัณฑ์ที่โดดเด่นของศูนย์ศิลปวัฒนธรรมผู้ไทยผ้าไหมแพรวาบ้านโพน คือ ผ้าแพรวา ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีชื่อเสียงของจังหวัดกาฬสินธุ์ ได้รับความนิยมอย่างสูงจากนักท่องเที่ยวที่ให้ความสนใจเยี่ยมชมและเลือกซื้อผ้าเป็นจำนวนมาก จึงมีการก่อตั้งศูนย์ศิลปวัฒนธรรมผู้ไทยบ้านโพนขึ้น เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว


     ที่จังหวัดขอนแก่น ถือเป็นแหล่งวัฒนธรรมผ้าไหมที่ขึ้นชื่อของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เช่น “กลุ่มหัตถกรรมคุ้มสุขโข”บ้านดอนข่า จ.ขอนแก่น ผลิตภัณฑ์ที่โดดเด่นของกลุ่มฯ คือ ผลิตภัณฑ์ผ้าที่ผ่านกระบวนการหมักสมุนไพรอย่างกระเจี๊ยบซึ่งเป็นวัตถุดิบธรรมชาติที่ให้สีสันสวยงาม ผ่านกระบวนการย้อมแบบย้อมเย็น และใช้วิธีการมัดหมี่

     สำหรับผู้ประกอบการ และผู้บริโภคที่สนใจเยี่ยมชม หรือซื้อผลิตภัณฑ์ผ้าไหมจากโครงการยกระดับการตลาดผลิตภัณฑ์ผ้าไหมสู่แหล่งท่องเที่ยว สามารถเดินทางตามเส้นทางสายไหม ดังกล่าวได้ นอกจากจะได้ความรู้จากการทอผ้าไหมแล้ว ยังได้อุดหนุนผลิตภัณฑ์ชุมชน และกระตุ้นเศรษฐกิจการท่องเที่ยวอีกทางหนึ่งด้วย









บทความที่เกี่ยวข้อง

กลับไป ด้านบน

Thaiza update: