Travel Update :

หน้าฝนก็เที่ยวได้!! 10 ที่เที่ยวหน้าฝน เย็นชุ่มฉ่ำ สูดความสดชื่นให้เต็มปอด

หน้าฝนก็เที่ยวได้!! 10 ที่เที่ยวหน้าฝน เย็นชุ่มฉ่ำ สูดความสดชื่นให้เต็มปอด

หน้าฝนทั้งที จะง่วงหงาวหาวนอนอยู่บ้านกันทำไม ออกไปต้อนรับความชุ่มฉ่ำ พร้อมชมบรรยากาศสุดฟิน กันหน่อยดีกว่า งานนี้ไม่ว่าจะไปเป็นกลุ่ม หรือเดินจับมือกันไปเป็นคู่ ก็ได้ความประทับใจกลับบ้านแบบเต็มกระเป๋าแน่นอน


1. บ้านอีต่อง เหมืองปิล็อก จังหวัดกาญจนบุรี
     หมู่บ้านแห่งนี้ถือเป็นหนึ่งสถานที่ที่ไม่ควรพลาด เพราะไม่ว่าจะหน้าไหนๆ ที่นี่ก็สวยงามเสมอ แถมบรรยากาศยังดีแบบสุดๆ โดยเฉพาะช่วงหน้าฝนแบบนี้ เพราะคุณจะได้พบกับหมอกปกคลุมทั่วหมู่บ้าน บวกกับอากาศเย็นสบาย ที่สำคัญหมู่บ้านแห่งนี้ยังเงียบสงบ เหมาะกับการพักผ่อนเป็นที่สุด ยิ่งถ้าได้มากับคนรักด้วยแล้วล่ะก็ รับรองว่าฟิน อ่ะ! แล้วอย่าลืมไปชมทะเลหมอกบนเนินช้างศึกด้วยนะ ไฮไลท์เด็ดของที่นี่เลยล่ะ


2. อ่างเก็บน้ำหุบเขาวง (ปางอุ๋งสุพรรณบุรี) จังหวัดสุพรรณบุรี
     ไม่ต้องไปไกลถึงปางอุ๋งแม่ฮ่องสอน คุณก็สามารถสัมผัสกับบรรยากาศสุดโรแมนติกนี้ได้ที่ อ่างเก็บน้ำหุบเขาวง หรือที่คนขนานว่า ปางอุ๋งสุพรรณบุรี ชมความงามของอ่างเก็บน้ำ ดื่มด่ำบรรยากาศที่หาไม่ได้ในชีวิตประจำวัน นอกจากนี้ที่นี่ยังมีบริการล่องแพ ให้คุณได้นอนพักผ่อนท่ามกลางหมู่ดาวและรอต้อนรับสายหมอกในยามเช้า มาพักผ่อนที่นี่ ปล่อยเวลาชีวิตของคุณให้เดินช้าลง และสูดรับอากาศบริสุทธิ์กลับมาให้เต็มปอด


3. ล่องแก่งลำน้ำเข็ก จังหวัดพิษณุโลก
     ล่องแก่ง เป็นกิจกรรมยอดฮิตช่วงหน้าฝน เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่ชอบความท้าทาย ซึ่ง ลำน้ำเข็ก เป็นลำน้ำอันดับหนึ่งของประเทศไทยที่ล่องแก่งสนุกมาก เหมาะสำหรับนักล่องแก่งมืออาชีพ ที่มีประสบการณ์และรักความท้าทาย ความตื่นเต้น แนะนำให้ไปช่วงเดือน มิถุนายน - ตุลาคม เพราะมีปริมาณน้ำมาก ความสนุกก็จะเพิ่มมากขึ้นไปด้วย


4. ล่องแก่งหินเพิง จังหวัดปราจีนบุรี
     สำหรับใครที่อยากเล่นล่องแก่ง แต่ไม่สะดวกไปไกลๆ ล่องแก่งหินเพิง ถือว่าตอบโจทย์ เพราะความสนุกไม่แพ้กัน แถมยังใกล้กรุงเทพอีกด้วย แนะนำให้ไปช่วงเดือนกรกฎาคม - ตุลาคมของทุกปี


5. ภูเตาโปง จังหวัดเลย
     หน้าฝนก็เที่ยวภูได้ มาดู ภูเตาโปง ที่เที่ยวน้องใหม่ของจังหวัดเลย เสน่ห์ของสถานที่เที่ยวเปิดใหม่แบบนี้ คงเป็นเรื่องของนักท่องเที่ยวที่ยังไม่พลุกพล่าน สามารถชมทะเลหมอกได้แบบ 360 องศา โดยไม่ต้องไปแย่งเบียดเสียดกับใคร ที่สำคัญยังคงความเป็นธรรมชาติที่สมบูรณ์แบบ 100% ลองมากางเต้นท์นอนที่นี่สักคืน แล้วคุณจะติดใจ


6. น้ำตกโกรกอีดก จังหวัดสระบุรี
     ถึงแม้จะใกล้กรุงเทพ แต่รับประกันว่าสวยมาก ไม่แพ้ภาคเหนือภาคใต้เลยล่ะ ไฮไลท์สำคัญของน้ำตกโกรกอีดก คือเรื่องของธรรมชาติระหว่างทางเดินขึ้นน้ำตกที่ยังคงความสมบูรณ์ ทั้งดอกไม้ป่า และสัตว์ตัวน้อย ยิ่งถ้าได้เห็นความสวยงามของน้ำตกด้วยแล้ว รับรองว่าหายเหนื่อย


7. น้ำตกทีลอซู จังหวัดตาก
     ลองไปยืนเผชิญหน้ากับความยิ่งใหญ่ของทีลอซูดูสักครั้งแล้วคุณจะรู้ว่าตัวคุณเองนั้นเป็นเพียงมนุษย์ที่ตัวเล็กนิดเดียว น้ำตกทีลอซูหนึ่งใน Dream Destination ของนักท่องเที่ยวสายธรรมชาติ โดยเฉพาะผู้ที่ชื่นชอบการถ่ายภาพ การเดินลุยป่าเพื่อมาถ่ายเก็บภาพน้ำตกทีลอซูในช่วงหน้าฝน กับที่เที่ยวหน้าฝนแบบนี้รับรองว่าคุณจะได้พบกับความยิ่งใหญ่อลังการของสายน้ำแน่นอนและหากโชคดีอาจจะได้พบกับสายหมอกลอยต่ำเหนือผิวน้ำอีกด้วย


8. สะพานทุ่งนามุ้ย จังหวัดนครนายก
     นอกจากป่าไม้ที่เขียวขจีในช่วงหน้าฝนแล้ว ทุ่งนาเองก็ยังสวยงามในช่วงหน้าฝนไม่แพ้กัน ซึ่งที่สะพานทุ่งนามุ้ย เป็นอีกหนึ่งแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์ที่เต็มไปด้วยโอโซนใกล้กรุงเทพ เป็นภูมิประเทศที่ห้อมล้อมไปด้วยขุนเขา และมีไฮไลท์อยู่ที่สะพานไม้ที่ทอดยาวไปบนผืนนาสีเขียว เป็นมุมถ่ายรูปที่กำลังเป็นที่นิยมอย่างมาก เสาร์อาทิตย์หากไม่รู้จะไปไหนเก็บกระเป๋าไปเที่ยวถ่ายรูปเล่นที่สะพานทุ่งนามุ้ยกันดูครับสวยงามไม่ผิดหวังแน่นอน


9. อุทยานธรรมเขานาในหลวง จังหวัดสุราษฏร์ธานี
     ลงใต้กันบ้างดีกว่า ใครว่าหน้าฝนเที่ยวใต้ไม่ได้ คิดผิดแล้วล่ะ เพราะนอกจากทะเลแล้ว ภาคใต้ยังมีเที่ยวธรรมชาติอีกมากมาย อย่าง อุทยานธรรมเขานาในหลวง ของจังหวัดสุราษฏร์ธานี เป็นอุทยานที่จะทำให้คุณพบได้ชมภาพความสวยงามของพระอาทิตย์ขึ้น ซึ่งถูกกล่าวขานว่า เป็นสถานที่ที่พระอาทิตย์ขึ้นสวยงามที่สุดในประเทศไทย


10. เขากระโจม จังหวัดราชบุรี
     อีกหนึ่งจุดชมวิวทะเลหมอกที่ได้รับความนิยม บนจุดชมวิว นักท่องเที่ยวจะได้ชื่นชมความสวยงามของวิวทิวทัศน์ทั้งของไทยและพม่า ที่ล้อมรอบด้วยป่าไม้นานาชนิด ท่ามกลางอากาศเย็นสบาย อุณหภูมิหนาวเย็นเกือบตลอดทั้งปี

บทความที่เกี่ยวข้อง

กลับไป ด้านบน

Thaiza update: