Travel Update :

รีวิวเที่ยว 'ภูบักได' ใครๆก็เที่ยวได้

รีวิวเที่ยว 'ภูบักได' ใครๆก็เที่ยวได้

ภูบักได ตั้งอยู่ในพื้นที่อำเภอภูเรือ จังหวัดเลย อยู่ในความดูแลพื้นที่ของชมรมส่งเสริมการท่องเที่ยวโดยชุมชนปลาบ่า และเป็นการส่งเสริมแหล่งท่องเที่ยวโดยชุมชนเอง เราเห็นรีวิวจากเพื่อนๆสมาชิกเฟสบุ๊ค จึงสนใจขึ้นมาในทันที เพราะส่วนตัวชอบการท่องเที่ยวแบบนี้อยู่แล้ว จึงนัดกับเพื่อนแบบปัจจุบันทันด่วน โทรจอง รถอีแต๊ก และจองไกด์ท้องถิ่นเพื่อนำทางไปยังภูบักได


     เมื่อไปถึงจุดนัดพบ เวลาประมาณ 8.30 น. เราก็เห็นรถอีแต๊ก จัดเตรียมไว้ให้เราอยู่แล้วและมีคนขับ พร้อมเป็นไกด์ท้องถิ่นไปในตัว นั่นคือ “ลุงเอี๋ยง” เราจัเตรียมสัมภาระ ที่จะต้องนำขึ้นไปด้านบนภูบักได ส่วนมากจะเป็นเครื่องกันหนาว ซึ่งขอบอกว่า หนาวมากกก ก.ไก่ ล้านตัว ลุงเอี๋ยง แนะนำว่า ให้เตรียมไปให้พร้อม เพราะ ด้านบนหนาวมาก แถมมีลมแรงอีกต่างหาก เราเลยจัดทั้งถุงนอน เสื้อกันหนาว ถุงเท้า ถุงมือ เรียกได้ว่าจัดเต็ม


     ออกเดินทางจากจุดขึ้นรถอีแต๊ก มุ่งหน้าไปยังเชิงเขา ภูบักได ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมงเศษ ก็ไปถึง จุดสตาร์ท แต่ก่อนเดินทางต้องอิ่มท้องก่อน เพราะกองทัพ เดินด้วยท้อง โชคดีที่ เราสั่งอาหารพื้นบ้านพกพาง่าย อย่างข้าวเหนียวไก่ทอด เมื่อท้องอิ่มแล้ว ก็พร้อมเดินทางขึ้นภูบักได ซึ่ง ลุงเอี๋ยง ได้นำทางเราขึ้นไป โดยทุกคน ต้องแบกสัมภาระ ของตัวเองขึ้นไป โดยเตรียมน้ำดื่ม ติดตัวไปด้วยเพื่อใช้ดื่ม ตลอดเส้นทางเดินและตลอดค่ำคืน ที่เราอยู่ด้านบนภู


     ขอบอกว่า ทางเดินขึ้นภูบักได นี่ เรียกได้ว่า 90% ของเส้นทางเดิน เป็น ทางดิ่งแบบเดินขึ้นอย่างเดียว เหนื่อยเอาการเลยทีเดียว ระยะทางเพียงแค่ 2 กิโลมเตร จากจุดสตาร์ท ไปยังหลังแป แต่ใช้เวลาเดินกว่า 2 ชั่วโมง เพราะทางลาดชัน ทำให้ต้องพักเหนื่อยบ่อยครั้ง แต่ก็ไม่เกินความพยายาม ของนักเดินทางอย่างเรา ที่สามารถเดินขึ้นมาถึงหลังแปจนได้


     จากหลังแป เดินเท้าต่อไปยังจุดกางเต๊นท์ อีกประมาณ 500 เมตร เป็นทางราบไปเรื่อยๆ จนมาถึงจุดกางเต๊นท์ เราก็เลือก จุดที่อยู่ใกล้กับต้นไม้ เพราะสามารถกันลมให้เราในยามค่ำคืนได้ เพราะทั้งหนาว ทั้งลมแรง ต้นไม้จะช่วยลดแรงปะทะของลมได้พอสมควร ลุงเอี๋ยง จัดการกางเต๊นท์ ให้เรา 2 เต๊นท์ ซึ่งเราโทรจองเต๊นท์ล่วงหน้ามาแล้ว ค่าเช่าเต๊นท์ หลังละ 200 บาท ช่วยบรรเทาความหนาวและแรงลมได้ดีมาก

     สิ่งที่ควรรู้อีกอย่างหากมาถึงด้านบนภูบักได ณตอนนี้ ยังไม่มีห้องน้ำ ไว้บริการ หากนักท่องเที่ยวต้องการปล่อยหนัก-เบา ก็ให้ทำทีเป็น การเดินชมดอกไม้ ตามป่า เพื่อปลดปล่อยได้


     เวลาเพียง 16.00 น. อากาศก็เริ่มเย็นลงเรื่อยๆ ช่วงเวลานี้ เราก็เริ่มเดินถ่ายภาพ มุมต่างๆ โดยเฉพาะ มุมมหาชน ใครมาที่ ภูบักได ก็ต้องมาต่อคิวกันถ่ายภาพ นั่นคือ “ผาหลอกลวง” เพราะอะไร เรียกว่าผาหลอกลวง นั่นเป็น เพราะก้อนหินที่ยื่นออกมา แต่อยู่ไม่สูงจากพื้นมากนักเมื่อถ่ายแบบใช้มุมกล้อง จะเหมือนเรา ยืนอยู่บนหน้าผาสูงชัน เราไปยืนท้าลมหนาวเย็น ถ่ายภาพกันอย่างสนุกสนาน ต่อด้วย การรอถ่ายภาพพระอาทิตย์ตกดิน ที่มีความสวยงามของแสง และธรรมชาติของเทือกเขา


     ถึงช่วงเวลาอาหารเย็นแล้ว มื้อเย็นนี้ เราจัดมาม่า กับไข่ต้มเมนูพื้นๆพกพาง่าย ลุงเอี๋ยง จัดการก่อไฟ หาฟืนมาเติม เพื่อคลายความหนาว และ ใช้ต้มสำหรับลวกมาม่า และ ชงโอวัลติน เพื่อเพิ่มความอบอุ่นให้ร่างกาย คืนนี้ เรามีเพื่อนเพิ่ม มากางเต๊นท์นอน อยู่ใกล้ๆกัน เป็นกลุ่มน้องๆ พยาบาลจากปัตตานี ที่มีใจรักการเที่ยวแบบแอดเวนเจอร์ แบบนี้ สอบถามพูดคุย ได้ความว่า เพิ่งเดินทางลงมาจากภูกระดึง แล้วก็มาต่อ ที่ภูบักได ทันที (อะไรจะแข็งแรง ขนาดนั้น)


     สนทนากันได้สักพัก เราก็ต้องขอตัวเข้าเต๊นท์ใคร เต๊นท์มัน เพราะอากาศที่เย็นลงอย่างมาก และลมแรง ทำให้ทนอยู่นอกเต๊นท์ไม่ไหวจริงๆ จัดแจง อาบน้ำแห้ง ด้วยการใช้กระดาษทิชชูเปียกเช็ดทั้งตัว และทาแป้ง เปลี่ยนเสื้อผ้า และเข้าไปนอนตั้งแต่ 2 ทุ่มครึ่ง แต่ด้วยความที่อากาศตลอดทั้งคืนเย็นยะเยือก ประมาณ 7-8 องศา ทำให้นอนหลับไม่ค่อยสนิท ตื่นมาฉี่ 2 รอบ เรียกได้ว่า ท้าลมหนาวกันยามค่ำคืนทีเดียว


     หมดไป 1 คืน กับคืนที่เหน็บหนาว เช้าตื่นมา ก็พบกับอากาศหนาวเย็น สดชื่น มาถ่ายภาพพระอาทิตย์ขึ้นยามเช้า มองเห็นวิว 360 องศา ฟลายฟ้า มีริ้วเมฆ เป็นชั้นสวยงามมากๆ ใช้เวลาอยู่บนภูบักได ถ่ายภาพอีกสักพัก ก็จัดการเก็บสัมภาระ เพื่อเดินลงจากภู ขากลับนี่ใช้เวลาเดินลงไม่ถึง 1 ชั่วโมง ด้วยความที่ เดินลงแบบดิ่ง อย่างเดียว ก็มาถึงรถอิแต๊กที่จอดไว้ เป็นทริปที่ สนุกสนาน หรรษา และเย็นยะเยือก แบบสุดๆ เรียกได้ว่า เป็นสถานที่ท่องเที่ยว ที่ประทับใจเราอีกแห่งหนึ่ง “ภูบักได” ใครๆก็เที่ยว จริงๆนะ




บทความที่เกี่ยวข้อง

กลับไป ด้านบน

Thaiza update: