Travel Update :

นมัสการหลวงพ่อโต วัดถ้ำเสือ แลนด์มาร์กทางบุญ กาญจนบุรี


นมัสการหลวงพ่อโต วัดถ้ำเสือ แลนด์มาร์กทางบุญ กาญจนบุรี


เชื่อว่าใครที่อยากหาที่เที่ยวใกล้กรุงต้องมีจังหวัดกาญจนบุรีเป็นทางเลือกหนึ่งแน่นอน ด้วยการเดินทางใช้เวลาประมาณ2 ชม. ทั้งมีสถานที่เที่ยวทั้งทางประวัติศาสตร์ ทางธรรมชาติ และทางบุญ อย่างวัดถ้ำเสือ หรือถ้ำเขาน้อย ที่หากใครต้องการไหว้พระขอพรและทำบุญแล้ว ที่นี่คือแลนด์มาร์กเป็นที่ประดิษฐานองค์พระที่ใหญ่ที่สุดในจังหวัดกาญจนบุรี

วัดถ้ำเสือแต่เดิมเป็นสำนักสงฆ์ เมื่อพ.ศ.2515 เจ้าอาวาสพระครูสิทธิวิมล ได้ธุดงค์มาพบเศษอิฐและซากเจดีย์เก่าในบริเวณนี้จึงได้บูรณะขึ้น วัดตั้งอยู่ตำบลม่วงชุม อำเภอท่าม่วง จากกรุงเทพฯวิ่งถนนแสงชูโต สู่กาญจนบุรี สังเกตป้ายเลี้ยวซ้ายไปอำเภอท่าม่วง เลี้ยวซ้ายไปเข้าเส้นแสงชูโตเก่า จากนั้นไปตั้งหลักที่วงเวียนหอนาฬิกา โรงพยาบาลท่าม่วง แล้ววิ่งถนนเลียบเขื่อนวชิราลงกรณ์ไปจนสุดทางพบ 3 แยกเลี้ยวขวาไปตามทางอีก 1 กม. จะพบแยกซ้ายมีป้ายบอก วัดถ้ำเสือจะอยู่ติดกับวัดถ้ำเขาน้อย หรือจะสังเกตพระเจดีย์เกษแก้วมหาปราสาทที่มองเห็นได้แต่ไกล



จะขึ้นไปนมัสการหลวงพ่อพระชินประทานพรและพระเจดีย์นั้นจะต้องทดสอบร่างกายและแรงศรัทธาก่อนโดยการขึ้นบันไดที่แคบและชันจำนวน 157 ขั้น หัวบันไดเป็นพญานาค มีรูปปั้นสัตว์หิมพานต์เช่นนกทัณฑิมา สุบรรณเหรา สัตว์หิมพานต์หัวเป็นนาคตัวเป็นครุฑอยู่บริเวณทางขึ้น



ก่อนขึ้นบันไดไป ทางด้านขวามีมุมให้ได้ถวายสังฆทาน



หากใครขึ้นไม่ไหว ทางวัดก็มีบริการรถรางขึ้นลงในราคาเที่ยวละ 10 บาท และควรแต่งกายสุภาพ ไม่สวมเสื้อสายเดี่ยว เกาะอก กระโปรงกางเกงสั้นเหนือเข่า แต่จะมีบริการผ้าถุงผ้าคลุมอยู่ด้วย



และหากใครอยากเห็นถ้ำเสืออันเป็นที่มาของชื่อวัดที่เชื่อกันว่าแต่เดิมเป็นที่อาศัยของเหล่าเสือ ก็สามารถเดินลงไปตามทางลูกศรชี้



เมื่อถึงด้านบนอันเป็นลานพักจะมีลูกศรชี้เพื่อไปกราบไหว้หลวงพ่อชื่น ผู้สร้างเจดีย์วัดถ้ำเสือ ก็สามารถลงไปตามทางนี้ซึ่งจะถึงยังลานจอดรถพอดี ระหว่างทางจะพบลานนักษัตร 12 ราศี



วัดถ้ำเสือได้วางแผ่นฤกษ์เมื่อพ.ศ. 2516 โดยเริ่มสร้าง "หลวงพ่อชินประทานพร" ขนาด สูง 9 วา 9 นิ้ว หน้าตัก 5 วา 3 ศอก 9 นิ้ว เป็นพระพุทธรูปที่มีพุทธลักษณะงดงามมาก นั่งขัดสมาธิ ปางประทานพร พระหัตถ์ขวายกขึ้นระดับพระอุระ พระหัตถ์ซ้ายวางบนพระเพลา มีเรือนแก้วครอบเช่นเดียวกับพระพุทธชินราช พิษณุโลก องค์พระประดับกระเบื้องสีทองสุกอร่าม รอบนอกมีซุ้มครอบทั้งองค์



ในปี พ.ศ. 2518 ได้มีการสร้างมณฑปครอบรอยพระพุทธบาทเบื้องซ้าย ที่มีความยาว 1.50 เมตร และเริ่มสร้างพระอุโบสถเมื่อปี พ.ศ. 2520 ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงโปรดเกล้าฯ พระราชทานพื้นที่ในการสร้างอุโบสถ เป็นพระอุโบสถอัฐมุข คือให้มีมุข 8 ด้าน โดยมีมุขหลักยื่นออกมา 4 ด้าน ระหว่างมุขแต่ละด้าน มีหลังคาจั่วซ้อนชั้นยื่นออกมา ดูเป็นมุข 8 ด้าน ซึ่งเป็นสถาปัตยกรรมที่ไม่เหมือนกับที่ใด ภายในพระอุโบสถ ผนังทั้งแปดด้านประดับด้วยปูนปั้นเป็นเรื่องราวพุทธประวัติ



ต่อมาในปี พ.ศ. 2527 ได้สร้าง "พระเจดีย์เกศแก้วปราสาท" ที่ใช้เวลาในการก่อสร้างนานถึง 7 ปี เป็นเจดีย์ทรงแปดเหลี่ยม สีส้มอิฐ มีความสูง 75 เมตร มีทั้งหมด 9 ชั้น ตรงกลางมีบันไดเวียนสามารถเดินขึ้นไปถึงชั้นบนสุด แต่ละชั้นมีหน้าต่างติดด้วยบานกระจกเลื่อนโดยรอบ และประดิษฐานพระพุทธรูปตามบริเวณช่องหน้าต่าง มีภาพเขียนสีกษัตริย์ไทยและเหตุการณ์สำคัญในประวัติศาสตร์ชาติไทย มองออกไปจะเห็นอาคารกุฎีจีนสวยงาม ชั้นบนสุดของพระเจดีย์เป็นที่บรรจุองค์พระบรมสารีริกธาตุ ซึ่งสมเด็จพระสังฆราชเสด็จมาบรรจุไว้ เมื่อเดือนมกราคม พ.ศ. 2533 จากชั้นบนสามารถชมวิวทะเลสาบและเขื่อนวชิราลงกรณ์ ทุ่งนา ทิวเขาโดยรอบได้ในมุมกว้าง 360 องศา

 


เมื่อลงมาด้านล่าง บริเวณด้านหน้าหลวงพ่อชินประทานพร มีซุ้มให้พุทธศาสนิกชนได้ทำบุญกุศลโดยบริจาคกระเบื้องมุงหลังคา สะเดาะเคราะห์พระราหู ใช้สองมือลูบไม้พะยูงประหนึ่งกอบเงินกอบทองกลับบ้าน เติมน้ำมันตะเกียง



การได้มาไหว้พระทำบุญในวันว่างย่อมทำให้จิตใจอิ่มเอมและเปรมสุข ทั้งยังได้ชมทัศนียาภาพงามตาของเมืองกาญจนบุรี ดินแดนแห่งธรรมชาติ ประวัติศาสตร์และศาสนาได้ในที่เดียว ทางวัดเปิดให้เข้าชมได้ทุกวัน จันทร์ – ศุกร์ เวลา 8.30 - 16.30 น. และเสาร์ - อาทิตย์เวลา 8.00 - 16.30 น.

บทความที่เกี่ยวข้อง

กลับไป ด้านบน

Thaiza update: