Travel Update :

อิ่มเอม สุขใจ เที่ยวดอยอินทนนท์ ในช่วงฤดูฝนพรำ


อิ่มเอม สุขใจ เที่ยวดอยอินทนนท์ ในช่วงฤดูฝนพรำ


ด้วยความชื่นชอบจังหวัดเชียงใหม่ เป็นการส่วนตัว เพราะมีทั้งวัฒนธรรมที่ทรงคุณค่า และธรรมชาติที่สวยตรึงตา ทำให้เมื่อมีโอกาสต้องเดินทางไปที่เที่ยวเชียงใหม่ ทุกที แต่ครั้งนี้ เราเลือกที่จะเดินทางขึ้นดอยอินทนนท์ เพราะเป็นช่วงหน้าฝน ต้นไม้ ดอกไม้ คงเขียวขจีไปทั้งผืนป่า รวมถึงเส้นทางคงโอบล้อมด้วยต้นไม้สีเขียวชุ่มฉ่ำฝน


   หลังจากเสร็จสิ้นภารกิจกับงานในเมืองเชียงใหม่แล้ว เราก็เช่ารถยนต์ 1 คันในราคา 1200 บาท เพื่อขับรถมุ่งหน้าตรงไปยังอำเภอจอมทอง ก่อนจะขับรถขึ้นดอยอินทนนท์ ไต่ระดับความสูงขึ้นไปเรื่อยๆ ผ่านเส้นทางคดเคี้ยว และป่าที่แทบจะโอบถนน มีฝนตกโปรยปรายมาเป็นระยะ ซึ่งเราต้องใช้ความระมัดระวังเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่า



   คืนนี้ เราต้องเข้าไปพักที่สถานีเกษตรหลวงดอยอินทนนท์ เพราะได้โทรจองห้องพักไว้แล้ว ห้องละ 1100 บาท รวมอาหารเช้า พักได้ 2 คน หลังจาก เช็คอินท์ และจัดแจงเก็บข้าวข้องในห้องพักเป็นที่เรียบร้อย กะว่าจะเดินออกมาถ่ายภาพ แต่ก็ช้าไปเพราะแสงหมดแล้ว จึงขับรถออกไปหาข้าวกิน ด้านนอก แต่จริงๆแล้วด้านใน สถานีเกษตรหลวงดอยอินทนนท์ ก็มีบริการอาหารจนถึง 20.00 น. แต่เราอยากออกไปสำรวจหมู่บ้านด้านนอก จึงขับรถออกไปเจอร้านอาหารเล็กๆ เป็นอาหารตามสั่ง ที่มีนักท่องเที่ยว 4-5 คนมานั่งรับประทานอาหารกันอยู่ ดินเนอร์ของเราผ่านพ้นไปด้วยดีก็เดินทางกลับเข้าที่พัก เตรียมตัวพักผ่อน เพราะตั้งใจว่า ในช่วงเช้าของวันรุ่งขึ้น จะไปดูพระอาทิตย์ขึ้นบนยอดดอยอินทนนท์ แต่เหตุการณ์ไม่ได้เป็นดังที่ตั้งใจไว้เพราะฝนตกทั้งคืน จนถึงเช้า ที่ตั้งใจจะออกจากที่พักตั้งแต่ ตี 5 ครึ่ง ก็ต้องเปลี่ยนแผน รอให้ฝนหยุดก่อน ในช่วงระหว่างรอ ก็ไปรับประทานอาหารเช้าเป็นการเติมพลังให้ร่างกาย ก่อน จากนั้น 8.30 น. ถึงได้ขับรถออกจาก สถานีเกษตรหลวงดอยอินทนนท์ มุ่งหน้าไปยังยอดดอยอินทนนท์ ที่เป็นจุดสูงสุด ระหว่างทางที่ขับรถไป เราเจอหมอกเยอะมาก มีเป็นระยะ เพราะฝนเพิ่งจะหยุดตกไป แต่เรากลับชอบบบรรยากาศแบบนี้ มันชุ่มฉ่ำ จึงได้แวะถ่ายภาพบรรยากาศไปตลอดเส้นทาง


   มาถึงบริเวณจุดสูงสุดบนยอดดอยอินททนน์ หมอกยิ่งหนาตา และละอองฝนก็เยอะมาก ซึ่งบริเวณนี้จะมีลานจอดรถให้นักท่องเที่ยวได้มาจอด แต่ไม่อนุญาตให้ถ่ายภาพ ด้านหน้าสถานีเรดาห์ ของทหารอากาศ อาจจะเป็นเพราะเกี่ยวข้องกับความมั่นคง บริเวณจุดสูงสุดแดนสยาม มี กู่ หรือ พระเจดีย์ ของ พระเจ้าอินทวิชยานนท์ เจ้าหลวงเชียงใหม่ องค์ที่ 7 พระราชบิดา ของพระราชชายาเจ้าดารารัศมี ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ซึ่ง กองทัพอากาศได้สร้างเจดีย์องค์เล็กขึ้นไว้ข้างกู่องค์เดิม เพื่อเป็นอนุสรณ์และเป็นการเทิดพระเกียรติแด่พระเจ้าอินทวิชยานนท์ เมื่อ พ.ศ. 2518 ปัจจุบัน นักท่องเที่ยวที่มาถึงบริเวณยอดดอย ต้องมาไหว้สักการะเพื่อความเป็นสิริมงคล


   ถัดจาก กู่พระเจ้าอินทวิชยานนท์ ด้านในก็จะมีเส้นทางศึกษาธรรมชาติให้ได้เดินเข้าไปถ่ายภาพ และดูต้นไม้นานาพันธุ์ เขียวขจีไปทั้งป่าเพราะชุ่มไปด้วยน้ำฝน หลังจากเราเดินถ่ายภาพได้สักพัก ก็ต้องรีบกลับมาขึ้นรถ เพราะละอองฝนและหมอกผสมกัน ชักเริ่มหนาวจับใจ จึงต้องรีบกลับลงไปยังที่พัก สถานีเกษตรหลวงดอยอินทนนท์ ระหว่างทางก็มีจุดชมวิวให้ได้ถ่ายภาพมากมายแต่เนื่องจากมีหมอกลงหนา จึงไม่ได้แวะถ่ายภาพสักเท่าไหร่


   มาถึงจุดซื้อของฝากเป็นของพื้นเมืองหลากหลายทั้งผลไม้ พืชผัก และเสื้อผ้าเครื่องประดับแบบชาวเขา รวมถึงไวน์ผลไม้ยอดนิยมก็มีจำหน่ายแบบหลากหลายรสชาติ วันนี้ มีนักท่องเที่ยวต่างชาติมาจำนวนหนึ่งเลือกช็อบสินค้าพื้นเมืองกันจนแม่ค้าหน้าบาน เราเลือกซื้อของฝากจนสาแก่ใจแล้ว ก็ กลับเข้าที่พัก อาบน้ำอาบท่าเก็บของ เช็คเอ้าท์ ก่อนะเดินถ่ายภาพมุมสวยๆเก๋ๆ ใน สถานีเกษตรหลวงดอยอินทนนท์ สาวๆที่ชอบถ่ายภาพกับสวนดอกไม้ ที่นี่ถือว่า สวยงามไม่แพ้ที่ใด



   ขับรถลงมาจากดอยอินทนนท์เรื่อยเพื่อที่จะมุ่งหน้าเข้าตัวเมืองเชียงใหม่ เราก็แวะถ่ายภาพที่แม่กลางหลวง ซึ่งชาวเขาปกากะญอ เขามาปลูกนาขั้นบันได ไว้ อย่างสวยงาม ช่วงที่เราไป นาข้าวเพิ่งจะเริ่มปลูกต้นกล้า แต่ก็สวยงามไปอีกแบบ นอกจากนี้ ยังแวะถ่ายภาพที่น้ำตกวชิรธาร ที่มีน้ำตกไหลเป็นสายพวยพุ่งสวยงาม เหมาะกับการถ่ายภาพและนั่งฟังเสียงน้ำตกให้ธรรมชาติบำบัด


   บนดอยอินทนนท์ รับรองท่องเที่ยววันเดียวไม่ครบแน่นอน ถ้าหากวางโปรแกรมการท่องเที่ยวบนดอยอินทนนท์ น่าจะอยู่ที่ 2 คืน 3 วันกำลังดีพอเหมาะ เพราะเราจะได้อิ่มเอม สุขกาย สุขใจกับธรรมชาติอย่างเต็มที่

บทความที่เกี่ยวข้อง

กลับไป ด้านบน

Thaiza update: