Travel Update :

เที่ยวเกาะหลีเป๊ะ @สตูล กับเพื่อนรู้ใจ


เที่ยวเกาะหลีเป๊ะ @สตูล กับเพื่อนรู้ใจ

เที่ยวทะเลไทย มาก็หลายแห่ง หลายจังหวัดแล้ว แต่ทริปที่เรียกได้ว่า สนุก และประทับใจ คงหนีไม่พ้น “หลีเป๊ะ” จ.สตูล ไม่ใช่เพราะแค่น้ำสวย ทะเลใส แต่หมายรวมถึงเพื่อนรู้ใจ ที่ไปกันเป็นหมู่คณะ มันก็เพิ่มความประทับใจได้ไม่น้อยสำหรับทริป ดำน้ำ ดูปลา และปะการัง ที่หลีเป๊ะ เรามาเป็นครั้งที่ 2 แล้ว ก็พอที่จะรู้เส้นทางในการพาเพื่อนๆร่วมคณะไปยังสถานที่ที่เราเคยไปและประทับใจมาก

    เป็นที่รู้กันว่า ทะเลในฝั่งอันดามัน ซึ่งเป็นสถานที่ท่องเที่ยวสุดฮิต อย่างเกาะหลีเป๊ะ แน่นอนว่า ค่าครองชีพ และค่าใช้จ่ายต่างๆ ทั้งค่ารถ ค่าเรือ ค่าที่พัก มักจะสูงตามไปด้วย แต่ครั้งนี้ เรามาด้วยกัน 8 คน ก็ช่วยให้ทริปนี้มันสมบูรณ์แบบ(ไม่แพง) ได้เหมือนเที่ยวทะเลไทย ใกล้กรุงเทพกันเลยทีเดียว

    การเดินทางการท่องเที่ยวเกาะหลีเป๊ะครั้งนี้ คณะของเราเริ่มจาก นั่งเครื่องบินจากดอนเมือง มุ่งหน้าสู่ สนามบินหาดใหญ่ จ.สงขลา จากนั้นนั่งรถตู้จากสนามบินหาดใหญ่ ไปยังท่าเทียบเรือปากบารา อ.ระงู จ.สตูล ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง 30 นาที ค่ารถตู้ เฉลี่ยคนละ 200-250 บาท หรือ หากใครจองเป็นแพ็คเก็จกับทางโรงแรม ก็จะมีรถตู้รับส่งฟรี แต่คณะของเรานั้น ประสานเพื่อนที่รู้จักกันในพื้นที่ จองรถให้ในราคา 3600 บาท แบบไป-กลับซึ่งถือว่าราคาแบบมิตรภาพมากๆ

    เมื่อถึงท่าเทียบเรือปากบารา เราต่อเรือสปีดโบ๊ท ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชม. ค่าเรือสปีดโบ๊ต เฉลี่ยคนละ 900 บาท แต่อย่างที่บอก เพื่อนติดต่อให้ เลยเหมือนกับตีตั๋วเด็ก ค่าเรือเหมาลำ 8 คน อยู่ที่ 2000 บาท เรือมาจอดส่งเราที่ โป๊ะของ อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะตะรุเตา เขาจะคิดค่าธรรมเนียม คนละ 40 บาท และค่าเรือไปฝั่งอีกคนละ50บาท รวม90บาท จากนั้นพนักงานของโรงแรมที่เราจองที่พักไว้ ก็มารอรับเข้าสู่ที่พัก รร.เม้าเท่น อยู่ฝั่งซันไรส์ เก็บของ พักผ่อนตามอัธยาศัย พอถึงช่วงแดดร่ม ลมตก ก็จัดแจงแต่งองค์ลงทะเล เพราะมาทะเลทั้งที ก็ต้องสุดเหวี่ยงกับการเล่นน้ำกันหน่อย




    มาถึงเกาะหลีเป๊ะนี่ บอกเลยว่า ไม่ผิดหวังกับทะเลที่นี่ เพราะว่าฟ้าสวย ทะเลใสมาก หาดทรายขาวสวยดี และเป็นหาดแบบส่วนตัวเงียบสงบ คนที่จะมาเล่นน้ำ ที่บริเวณนี้ ก็คือแขกที่มาพักในโรงแรมเมาท์เท่น ส่วนชายหาดอีกฝั่งชื่อว่าฝั่งหาดพัทยา ทรายขาวละเอียด เหมาะกับการเล่นน้ำ ไม่มีโขดหิน และคนเยอะมาก แต่ถ้าเทียบกันแล้ว เราว่า ทั้ง2หาด สวยงามไม่แพ้กัน อาจเป็นเพราะอยู่ผืนทะเลเดียวกันก็เป็นได้




    เล่นน้ำทะเลจนหนำใจแล้ว ก็เตรียมจัดแจงแต่งกาย ดินเนอร์มื้อค่ำกับเพื่อนๆ เราไปที่ถนนคนเดิน โดยทางโรงแรมมีรถรับส่งฟรี ตั้งแต่18.00-22.00น. ร้านอาหารมีคนแนะนำ ร้านking crab อยู่ตรงหลักกิโล 0 เมตร ราคาไม่แพงมาก รสชาติดี เมนูแนะนำ ต้อง ปลาหมึกย่าง,ปูนึ้ง กิโลละ600 บาท น้ำจิ้มซีฟู๊ดรสเด็ดสะระตี่ ปลาอินทรีย์ทอดน้ำปลา,แกงส้ม รสชาติแบบแกงใต้ เผ็ดสะใจดีแท้



    หลังอาหารมื้อค่ำแล้วเราก็ไปเดินเล่นบนถนนคนเดิน มีสินค้ามาวางขายให้เราเลือกซื้อทั้งของกินและของที่ระลึก ก่อนจะเดินทางกลับที่พักด้วยรถรับส่งของทางโรงเรียน แต่หากใครจะนั่งรถจักรยานยนต์ แบบพ่วงข้าง หรือที่นี่เรียกว่า แท็กซี่ นั่งได้3คน คนละ50บาท ไปส่งถึงที่พักอย่างปลอดภัย




    เช้าวันรุ่งขึ้น ก็ถึงช่วงเวลาที่เรารอคอย ในการไปชมธรรมชาติใต้ท้องทะเล โดยเรือที่จะไปนั้น มาจอดรอรับตรงตามเวลาถึงหาดที่เราพัก ซึ่งเรือที่พาเราไปดำน้ำของที่นี่ จะเป็นเรือกอและ หรือเรือห่างยาว ราคาไม่แพง ชมเกาะด้านใน 1500-2000 บาท เกาะด้านในและด้านนอก 2500-3000 บาท ซึ่งเดอะแก๊งของเราตกลงกันว่า ไหนๆก็มาแล้ว ควรไปให้ครบทุกเกาะ เราจึงไปดำน้ำตั้งแต่ 9 โมงเช้า จนถึง 4 โมงเย็น เหนื่อยสุดๆ เพราะเรือไปจอดที่เกาะไหน เราก็กระโจนลงเล่นเกาะน้ำกันเกาะนั้น เพราะน้ำทะเลสวยใส ขนาดนั้นใครจะอดใจอยู่ มันสนุกและ คุ้มค่ากับการตากแดดตัวดำเป็นที่สุด แนะนำเลยว่า ก่อนออกทะเล ควรโบกกันแดด ให้หนาเข้าไว้ และถ้าเป็นไปได้ ควรทาซ้ำทุก 1-2 ชม. ป้องกันแดดเผาไหม้ผิวของเรา



    เช้าวันเดินทางกลับ ตื่นขึ้นมาด้วยความเพลีย เราเก็บของเช็คเอ้าท์ ออกจากโรงแรมประมาณ 11.00 น. นั่งรถของทางโรงแรมไปยังท่าเรือ และต่อเรือห่างยาวไปยัง โป๊ะของอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะตะรุเตา ที่จอดสปีดโบ๊ท คนละ50บาท สำหรับเรือ ที่เดินทางกลับจากเกาะหลีเป๊ะมี 2 รอบ รอบแรก9.30 น. และรอบบ่าย 13.30 น. เราได้เดินทางในรอบบ่าย มาถึงท่าเรือปากบารา ก็บ่าย3 กว่าแล้ว เรียกรถตู้ที่ประสานไว้ไปกลับมารับ ก่อนกลับก็ไปเดินซื้อของฝาก หาของกิน ก่อนจะเดินทางกลับกรุงเทพ โดยสวัสดิภาพ ทริปนี้ ถือว่า สนุก คุ้มค่า และเฮฮา ตลอดการเดินทาง หากมีโอกาส คงต้องกลับไปที่เกาะหลีเป๊ะ อีกแน่นอน เพราะประทับใจแบบสุดๆ

บทความที่เกี่ยวข้อง

กลับไป ด้านบน

Thaiza update: