Travel Update :

เสียงกระซิบเบาๆ...จากสายน้ำที่ "น้ำตกห้วยแม่ขมิ้น"

หนึ่งในน้ำตกที่มีความสวยงามไม่แพ้ที่อื่นใดและมีชื่อเสียงโด่งดังมาช้านานแล้วก็ คือ "น้ำตกห้วยแม่ขมิ้น" น้ำตกระดับอุทยานสวรรค์ที่อยู่บนผืนป่าห่างไกลริมอ่างเก็บน้ำยักษ์แห่งเขื่อนศรีนครินทร์ อีกหนึ่งในเป้าหมายในฝันของนักถ่ายภาพน้ำตกเลยทีเดียว ...ความสวยของน้ำตกแห่งนี้ว่ากันว่าใครที่เคยได้ไปแล้วไม่มีวันลืมได้ลง...


     น้ำตกห้วยแม่ขมิ้น ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่อุทยานแห่งชาติเขื่อนศรีนครินทร์ ในเขตมีแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่สมบูรณ์อยู่หลายจุด แต่ที่โด่งดังและมีชื่อเสียงมากที่สุดก็คือสายน้ำตกห้วยแม่ขมิ้นแห่งนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเวลาที่กล้องดิจิตอลเข้าสู่ยุคเฟื่องฟู เสียงลั่นชัตเตอร์ครั้งแล้วครั้งเล่าไม่ถึงแก่จำนวนนับได้มาดังอยู่ที่น้ำตก แห่งนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งตัวเด่นอย่างชั้นสี่ "ฉัตรแก้ว" ที่ติดกับที่ทำการแค่ลัดฝ่ามือ.

     น้ำตกห้วยแม่ขมิ้น ถูกแบ่งออกเป็น 7 ชั้นตามลักษณะที่ไหลลดหลั่นกันลงมาคือ ชั้นที่ 1 "ดงว่าน" ชั้นที่ 2 "ม่านขมิ้น" ชั้นที่ 3 "วังหน้าผา" ชั้นที่ 4 "ฉัตรแก้ว" ชั้นที่ 5 "ไหลจนหลง" ชั้นที่ 6 "ดงผีเสื้อ" ชั้นที่ 7 "ร่มเกล้า" ซึ่งในแต่ละชั้นต่างก็มีเอกลักษณ์และความงามแตกต่างกันไป ซึ่งถ้าพูดถึงความงามแล้วก็คงต้องยกให้กับชั้นที่ 4 (ฉัตรแก้ว) แต่ถ้าเป็นทางด้านความอัศจรรย์ตามธรรมชาติ ก็ต้องยกให้กับชั้น 5 (ไหลจนหลง) ที่อยู่ดีๆ สายน้ำตกที่หล่นตามชั้นเตี้ยๆ ก็มุดหายเปลี่ยนไปใช้เส้นทางใต้ดินโดยไม่เหลือเค้าของสายน้ำแม้แต่น้อย ก่อนจะกลับขึ้นสู่ผิวดินอีกครั้งที่แถวๆ ลานกลางเต็นท์ของที่ทำการฯ

     บางคนอาจจะเบื่อชั้นที่ 4 ที่เห็นกันบ่อยครั้งแล้วตามหน้านิตยสารต่างๆ ก็อาจจะยกให้ชั้นที่ 6 (ดงผีเสื้อ) ให้เป็นชั้นที่สวยที่สุดหรือชอบที่สุดด้วยความรู้สึกส่วนตัว ซึ่งชั้นที่ 6 จะเหนือกว่าชั้นที่ 4 อยู่นิดหน่อยก็ตรงเป็นชั้นน้ำตกงามที่สัมผัสได้ สามารถลงเล่นได้แบบสบายๆ ในขณะที่ชั้นที่ 4 ดูได้เพียงอย่างเดียวเท่านั้น


     จุดที่จะใช้รองรับนักท่องเที่ยวก็คือที่บริเวณที่ทำการฯ ซึ่งมีทั้งลานกางเต็นท์ บ้านพัก ร้านค้าร้านอาหาร พร้อมห้องสุขาและห้องอาบน้ำสะดวกสบาย จากจุดนั้นเดินเพียงไม่กี่ก้าวก็ได้ชื่นชมความอลังการของ "ฉัตรแก้ว" เสียแล้ว นับว่าเป็นน้ำตกงามที่เดินใกล้ที่สุดแห่งหนึ่งก็ว่าได้

     ที่พักอยู่ระหว่างกึ่งกลางของสายน้ำตกทั้งเจ็ดชั้น ทางเดินชมน้ำตกจึงแบ่งออกเป็นสองช่วง สำหรับการขึ้นไปชมชั้นที่ 5 ไปถึงชั้นที่ 7 เดินทางเรียบสบายๆ ด้วยระยะทางประมาณ 1 กม. จนถึงชั้น 7 แต่ถ้าจะชมน้ำตกชั้นที่ 3 ถึงชั้นที่ 1 ต้องเดินแยกลงไปข้างล่างอีกไม่ไกล แต่ละชั้นจะอยู่แทบติดกันทำให้ไม่ต้องใช้พลังงานมากมายนัก มีเวลาสำหรับการเก็บภาพเหลือเฟือ

     ด้วยความที่การเดินทางถึงตัวน้ำตกยังไม่ง่ายนัก ทำให้ห้วยแม่ขมิ้นไม่เสื่อมโทรมเร็วจนเกินไป ใครคิดจะชื่นชมความงามของน้ำตกแห่งนี้ก็ต้องแลกมาด้วยการเดินทางที่ทุลัก ทุเลและใช้เวลาพอสมควร แต่ก็ไม่ได้ถึงกับมากมายขนาดบุกป่าฝ่าดง มีถนนตัดเข้าถึงที่ทำการแต่ก็ใช่ว่าจะดีนัก ในขณะเดียวกันก็ไม่ถึงกับต้องเสี่ยงชีวิต มีเส้นทางให้เลือกใช้อยู่สามทางคือ ทางที่หนึ่ง เช่าเหมาลำเรือโดยสารจากท่าหม่องกระแทะหรือท่ากระดานแถวๆ เขื่อนศรีนครินทร์ สนนราคา 1,500 - 3,000 บาท (ตามจำนวนคน) เรือวิ่งถึงท่าห้วยแม่ขมิ้นแล้วเดินต่ออีก 200 เมตรถึงตัวน้ำตก แต่ไม่เหมาะกับการมาค้างแรมเท่าไหร่นัก เพราะต้องเดินแบกสัมภาระขึ้นเขามาหลายเหนื่อยกว่าจะถึงที่ทำการ แต่สะดวกมากสำหรับการเดินทางแบบเช้าไปเย็นกลับ เพราะช่วยประหยัดเวลาได้เยอะ

     สำหรับทางถนนนั้นมีสองเส้นทางคือ หนึ่ง ใช้เส้นทางเลียบเขื่อนบนถนนสาย 3199 ไปทางอำเภอศรีสวัสดิ์ ข้ามแพขนานยนต์ที่ท่าแม่ละมุ่นในอัตรารถยนต์คันละ 50 บาท (รถตู้ 60 บาท) ใช้เวลาข้าม 15 นาที (ไม่รวมเวลารอรถลงแพ) จากนั้นวิ่งไปอีกประมาณ 15 กม. จะถึงทางเข้าท่าแพขนานยนต์จุดที่สอง เลี้ยวซ้ายไปตามทางลูกรังอัดแน่นอีกราวๆ 5 กม. ก็จะถึงจุดลงแพข้ามฝั่งเขื่อนในอัตราคันละ 150 บาท (รถตู้ 200 บาท) ใช้เวลาราวๆ 30-45 นาทีก็จะข้ามไปถึงท่าแม่ขมิ้น ขับรถไปตามทางดินอีกราวๆ 7 กิโลเมตรก็จะถึงที่ทำการอุทยานฯ สภาพเส้นทางราดยางสะดวกสบายจนถึงทางแยกลงแพจุดที่ 2 หลังจากนั้นจะค่อนข้างลุยเสียหน่อย ในฤดูฝนรถเก๋งหรือรถไม่ลุยอาจจะทำใจลำบากเพราะสภาพเส้นทางคงเละและลื่นน่าดู ชม แต่ก็เป็น เพียงช่วง 7 กม. สุดท้ายเท่านั้น

     สองไม่ต้องข้ามแพขนานยนต์ แต่จะข้ามไปวิ่งฝั่งเดียวกับอุทยานฯ จากเขื่อนศรีนครินทร์จะต้องวิ่งไปตามถนนสายที่ผ่านน้ำตกเอราวัณ เข้าไปยังบ้านน้ำมุด ระยะทางประมาณ 40 กิโลเมตร สภาพเส้นทางค่อนข้างสมบุกสมบันเนื่องจากเป็นดินลูกรังผสมดินเหนียว ซึ่งเมื่อฝนตกลงมาจะค่อนข้างลื่น อีกทั้งยังมีสภาพเป็นหลุมเป็นบ่อค่อนข้างมาก รถเล็กและรถเก๋งไม่ควรใช้เส้นทางนี้

     แว่วๆมาว่าอีกไม่นานนับจากนี้อาจจะมีการราดยางถนนอย่างดีจนถึงอุทยานฯ ดังนั้นใครที่อยากสัมผัสห้วยแม่ขมิ้นตอนที่ยังคงมีสภาพสมบูรณ์อยู่ก็ไม่ควร รีรออีกต่อไป ระยะเวลาที่เหมาะสมแก่การท่องเที่ยวคือช่วงเดือนตุลาคมถึงเมษายน ซึ่งนั่นก็คือนับจากนี้ไปอีกไม่กี่เดือนเท่านั้น... ...ตั้งโปรแกรมด่วน!

ข้อมูลโดย การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ภูมิภาคภาคกลาง
1600 ถ.เพชรบุรีตัดใหม่ แขวงมักกะสัน เขตราชเทวี กรุงเทพฯ 10400
โทรศัพท์ : 662 250 5500 ต่อ 1336, 1337
ศูนย์บริการข่าวสารการท่องเที่ยว ททท. 1672
เว็บไซต์ : WWW.TIEWPAKKLANG.COM

บทความที่เกี่ยวข้อง

กลับไป ด้านบน

Thaiza update: