Travel Update :

เจดีย์กลางน้ำที่ พระสมุทรเจดีย์

พระสมุทรเจดีย์ เป็นปูชนียสถานสำคัญที่เป็นสัญลักษณ์ของจังหวัดสมุทรปราการ กรมศิลปากรได้ประกาศขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานแห่งชาติ เมื่อวันที่ ๘ มีนาคม ๒๔๗๘พระสมุทรเจดีย์เริ่มสร้างในสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย แล้วเสร็จในสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว




     และพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวได้ทรงให้มีการบูรณะให้เป็นพระเจดีย์แบบลอมฟางและอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุ ๑๒ องค์ จากพระบรมมหาราชวังมาบรรจุไว้ตามโบราณราชประเพณีและทรงโปรดเกล้าให้มีการสมโภชน์เป็นการใหญ่ รวม 9 วัน 9 คืนจนเป็นประเพณีทุกปีมาจนถึงปัจจุบัน

     ประวัติการสร้างองค์พระสมุทรเจดีย์ ปลายรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก(รัชกาลที่ ๑) เจ้าเมืองญวนชื่อ อาต๋ากง ได้เร่งทำการขุดคลองจากทะเลสาบเขมร ออกไปถึงเมืองบันทายมาศใกล้เขตชายแดนไทย เข้ามาเรื่อยๆ พอเริ่มเปลี่ยนรัชกาลช่วงแผ่นดินสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย(รัชกาลที่๒) แห่งกรุงรัตนโกสินทร์


     พระองค์จึงทรงมีพระราชดำริว่ากองทัพญวนอาจจะใช้เส้นทางคลองขุดใหม่นี้ ยกทัพมารุกรานไทยได้ จึงทรงเห็นว่าเราควรที่จะสถาปนาเมืองสมุทรปราการขึ้นใหม่ ให้มีป้อมปราการอย่างแข็งแรงสำหรับป้องกันศัตรู ครั้งหลังจากทรงสร้างเมืองสมุทรปราการเสร็จแล้ว จึงโปรดเกล้าให้มีการสร้างศาสนสถานขึ้นเพื่อเป็นเครื่องระลึกถึงพระราชกรณียกิจดังกล่าวนี้ขึ้นให้ปรากฏเป็นเกียรติยศต่อไป

     การสร้างพระสมุทรเจดีย์ เริ่มต้นเมื่อครั้งพระองค์ ได้ทอดพระเนตรเห็น เกาะหาดทราย อยู่บริเวณห่างจากเกาะที่เป็นที่ตั้งป้อมผีเสื้อสมุทร ที่กำลังก่อสร้างเล็กน้อย จึงโปรดให้กรมหมื่นเจษฎาบดินทร์ กับพระยาคลัง(ดิศ) เป็นผู้อำนวยการ ก่อสร้าง ทรงพระราชทานนามว่า “พระสมุทรเจดีย์” เพื่อให้เป็นคู่บารมีกับเมืองสมุทรปราการ แต่งยังไม่ทันทอดพระเนตรองค์พระสมุทรเจดีย์สมพระราชหฤทัยพระผู้ดำริสร้าง องค์พระสมุทรเจดีย์ก็มาเสด็จสวรรคตเสียก่อนในปี พ.ศ. ๒๓๖๗


     กรมหมื่นเจษฏาบดินทร์ เมื่อได้ทรงขึ้นครองราชย์พระนามว่า พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว จึงโปรดเกล้าให้สร้างพระสมุทรเจดีย์ต่อไปจนแล้วเสร็จ เมื่อวันพุธที่ ๒๘ พฤษภาคม พ.ศ.๒๓๗๑ รวมเวลาก่อสร้าง ๗ เดือน ๔ วัน สิ้นพระราชทรัพย์ ๑๓๓ ชั่งเศษ โปรดเกล้าอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุ

     โดยขบวนเรือแห่จากพระบรมมหาราชวังจนในสมัยรัชกาลที่ ๔ ทรงมีพระประสงค์ให้เรือของชาวต่างชาติที่จะเข้ามาในสยามประเทศได้เห็นพระสมุทรเจดีย์แต่ไกล และเพื่อให้ชาวต่างชาติ ได้ประจักว่ากำลังเข้าสู่อาณาเขตแห่งพระพุทธศาสนา จึงโปรดให้ช่างไปถ่ายแบบลอมฟางมาจากกรุงศรีอยุทธยาแล้วนำมาสวมทับองค์เดิมจนมีความสูงถึง 19 วา

     นอกจากนี้ยังทรงโปรดให้สร้างศาลาเก๋งจีน หอเทียน หอระฆัง พระวิหาร พระพุทธรูปปางห้ามสมุทร หลักผูกเรือริมแม่น้ำรอบองค์พระสมุทรเจดีย์ พร้อมอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุ ๑๒ องค์ จากพระบรมมหาราชวังมาบรรจุแทนองค์เก่าที่ถูกคนร้ายขโมยไปในสมัยรัชกาลที่ ๓ มาถึงในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ ได้ทรงดำริให้มีการบูรณะครั้งใหญ่ โปรดเกล้าให้รื้อถอนวิหารน้อยสองหลัง

     เนื่องจากทรุดโทรมมากและโปรดให้สร้างศาลาโถง ๕ ห้องทรงยุโรปโค้งมน เพื่อเป็นสถานที่ประกอบกิจกรรมต่างๆ จนเกิดพระสมุทรเจดีย์กลางน้ำที่สมบูรณ์ ดังที่เราเคยได้รับฟังมาแต่โบราณ

     จนชาวบ้านทั้งสองฝั่งปากแม่น้ำเจ้าพระยา เรียกกันติดปากว่า “พระเจดีย์กลางน้ำ” มาบรรจุไว้ในองค์พระสมุทรเจดีย์และได้จัดงานสมโภชในครั้งนั้น ๕ วัน ๕ คืน ต่อมาได้มีโจรแอบปีนขึ้นไปเจาะองค์พระสมุทรเจดีย์ขโมยพระบรมสารีริกธาตุไป ปัจจุบันมีงานสมโภชองค์พระสมุทรเจดีย์ โดยกำหนดให้ตรงกับวันแรม ๕ ค่ำเดือน ๑๑ ของทุกปีเป็นวันเริ่มงาน มีการสมโภชกันนานถึง ๙ วัน ๙ คืน (เดิมมีเพียง ๕ วันบ้าง และแม้แต่ ๓ วันก็ยังเคยปรากฏ)

สถานที่ตั้ง ตำบลปากคลองบางปลากด อำเภอพระสมุทรเจดีย์ จังหวัดสมุทรปราการ ตรงข้ามศาลากลางจังหวัดสมุทรปราการ
ข้อมูล สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดสมุทรปราการ 

บทความที่เกี่ยวข้อง

กลับไป ด้านบน

Thaiza update: