Travel Update :

เที่ยวภูเก็ต ชุมชนโบราณเมืองถลาง

ชีพจรลงเท้าเกาะภูเก็ตไปแล้ว 3 ตอน ยังเที่ยวไม่หมด สัปดาห์นี้เลยพาแวะตัวเมืองอีกครั้ง ไปรู้จักกับ ชุมชนเมืองเก่าภูเก็ต บนถนนถลาง ตึกโบราณที่สร้างความประทับใจไม่รู้ลืม จนมีการพูดกันปากต่อปากว่าใครไม่ได้ไปจะเสียดายตลอดชีวิต วันเสาร์-อาทิตย์ถนนในตัวเมืองภูเก็ตโล่งสบาย อาจเพราะเป็นวันหยุดสุดสัปดาห์ ผู้คนพากันพักผ่อนหลับใหลอยู่แต่ในบ้าน ถนนเลยได้พักหายใจบ้าง


     อาหารเช้าวันนั้นผมฝากท้องกับอาหารจีนที่ร้านคู่ขวัญ ร้านขายติ่มซำเก่าแก่ของเมืองภูเก็ต มีเมนูมากมายให้เลือก ทั้งขนมจีบกุ้ง ขนมจีบหมู ซาลาเปา รวมทั้งบ๊ะจ่างชนิดต่างๆที่พนักงานยกมาเสิร์ฟจนล้นโต๊ะ ร้านนี้ดีตรงที่อันไหนกินไม่หมดไม่คิดเงิน ปัจจุบันอยู่ในความดูแลของคุณวิภาดา ธีรนิตยภาพ เจ้าของร้านรุ่นที่ 3 สาวใหญ่ใจดีที่เป็นกันเองกับลูกค้า

     ภูเก็ต เป็นเมืองประวัติศาสตร์ มีความเป็นมายาวนาน แถมเป็นสถานที่กำเนิดของท้าวเทพกษัตรี และท้าวศรีสุนทร ที่ต่อสู้กับทัพพม่า อนุสาวรีย์ของท่านตั้งอยู่หน้าเมือง งามเด่นเป็นสง่า ให้ผู้คนกราบไหว้ รวมทั้งคณะของผมด้วย

     ภูเก็ตมีตึกโบราณหลายแห่ง แต่ที่คนคุ้นหูมากที่สุดเป็นตึกเก่าแบบชิโน-โปรตุกีส ที่ทอดยาวบนถนนถลาง สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2446 ในยุคเหมืองแร่กำลังรุ่งเรืองชาวจีนและชาวตะวันตกต่างหลั่งไหลมาที่เมืองภูเก็ต ระหว่างที่มาก็หอบเอาศิลปวัฒนธรรมของตัวเองมาด้วย เลยสร้างตึกผสมผสานระหว่างศิลปะตะวันตกกับตะวันออก

     ย่านที่มีอาคารเก่าหนาแน่นคือ ถนนดีบุก กระบี่ ถลาง และเยาวราช โดยสถาปัตยกรรมแบบชิโน-โปรตุกีสแบ่งเป็น 2 ประเภทคือ ตึกแถวหรือ “เตี้ยมฉู่” และคฤหาสน์หรือ “อั่งม้อหลาว”


    อั่งม้อหลาวเป็นภาษาจีนฮกเกี้ยน “อั่งม้อ” แปลว่า ฝรั่ง ส่วนคำว่า “หลาว” แปลว่าตึกคอนกรีต อั่งม้อหลาวก็คือคฤหาสน์แบบฝรั่งที่นายหัวเหมืองแร่สร้างเป็นที่อยู่อาศัยในสมัยนั้น

    บ้านหลังแรกที่สร้างขึ้นตามแบบชิโน-โปรตุกีสโดยช่างชาวจีนจากปีนังคือ บ้านชินประชาของพระพิทักษ์ ชินประชา นายเหมืองต้นตระกูลตัณฑวณิช ตั้งอยู่บนถนนกระบี่ ถือว่าเป็นต้นแบบของบ้านคหบดีจีนที่กระจายอยู่ทั่วทั้งเมืองภูเก็ต 

    ในขณะที่ตึกแถวเป็นอาคาร 2 ชั้น กึ่งร้านค้ากึ่งที่อยู่อาศัย ลักษณะลึกและแคบ ชั้นล่างแบ่งพื้นที่ใช้สอยตามความลึกได้ 5 ส่วน ด้านหน้าเป็นร้านค้า ถัดไปเป็นห้องรับแขก ห้องพักผ่อน ห้องอาหาร ห้องครัว

    ภายในอาคารมักมีฉิ่มแจ้หรือบ่อน้ำบาดาล 1 บ่อ มีช่องให้อากาศถ่ายเทและรับแสงสว่าง จึงเย็นสบาย ส่วนชั้น 2 เป็นห้องนอน หน้าตึกแถวมีทางเดินเท้าทำเป็นช่องซุ้มโค้งเชื่อมกัน ชั้นบนมีหลังคายื่นออกมาเป็นที่กันแดดกันฝน เนื่องจากภูเก็ตมีฝนตกเกือบตลอดปี 




    นอกจากตึกเก่าแบบผสมผสานสถาปัตยกรรมจีน-ตะวันตกแล้ว ในย่านดังกล่าวยังมีถนนนางโลมหรือย่านโคมเขียวโคมแดงอยู่ในซอยรมณีย์ ซึ่งในอดีตมีผู้หญิงชาวจีนจำนวนมากมาขายบริการ ทำให้บรรยากาศคึกคัก ตกแต่งสวยงามกว่าถนนทุกสาย 

    ทั้งนี้ ชาวไทยเชื้อสายจีนในภูเก็ตจะเรียกตัวเองว่าเป็นชาวบาบ๋า หรือในประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เรียกว่าเพอรานากัน ซึ่งมีบรรพบุรุษมาจากชาวจีนโพ้นทะเล ส่วนใหญ่เดินทางโดยเรือสำเภาโบราณมายังมะละกา ปีนัง และภูเก็ต 

    อยากย้อนยุค ดูบรรยากาศภูเก็ตเมื่อ 200 ปีก่อน เทศกาลกินผักภูเก็ตปีนี้อย่าลืมแวะไปสัมผัสนะครับ

ข้อมูล http://www.dailyworldtoday.com/

 

บทความที่เกี่ยวข้อง

กลับไป ด้านบน

Thaiza update: