Travel Update :

ความทรงจำดีๆ บนรถไฟสายทราน ไซบีเรีย

ความทรงจำดีๆ บนรถไฟสายทราน ไซบีเรีย

รถไฟสายทราน -ไซบีเรีย คงเป็นอีกหนึ่งเส้นทางในฝันของนักเดินทาง ที่มุ่งมั่นตั้งใจว่า สักวันหนึ่งจะต้องออกเดินทางด้วยรถไฟเส้นทางนี้ เราก็เป็นหนึ่งในนั้น และได้ทำตามฝันของเรา ได้สำเร็จแล้ว แม้จะไม่ได้เริ่มตั้งแต่ต้นทางจากประเทศจีน ไปถึงประเทศรัสเซีย ก็ตามแต่ก็ได้เข้าไปสัมผัส กลิ่นไอ และบรรยากาศของตระกูลรถไฟสายทรานบ้างแล้ว


     การเดินทางที่ระหกระเหิน และมาด้วยประสบการณ์ของเรา เริ่มต้นจากเมืองปักกิ่ง นั่งรถทัวร์ ไปลงชายแดน เมืองเอ้อเหลียน ที่อยู่ติดกับประเทศมองโกเลีย ของเมืองซามินอุด หลังจากมาถึงเมืองชายแดนจีนแล้ว ต้องเตรียมตัวผ่าน ตม.จีน เพื่อข้ามแดน ซึ่งตรงนี้เองที่ทำเราใจแป้วมาก เพราะถูกเรียกเข้าห้องของ ตม.น่าจะเกี่ยวกับวีซ่า ที่เราขอไปแต่ ในที่สุดก็ ผ่านออกมาจนได้ ซึ่งการเดินทางผ่านแดน จาก ตม.จีน มุ่งหน้า ตม.ของมองโกเลีย นั้นต้องนั่งรถข้ามแดนเท่านั้น เจ้าหน้าที่ไม่อนุญาตให้เดินข้าม ฉะนั้นเราก็ต้องเหมารถ ข้ามแดนไป ค่ารถเฉลี่ยคนละประมาณ 60-80 เหรียญ

     เมื่อข้ามแดนมาได้แล้ว รถจะมาส่งเราที่สถานีรถไฟเมือง Zamiin Udd ต้องบอกว่าเราโชคดีมากที่ มีสาวชาวมองโกเลียใจดี ที่พูดภาษาอังกฤษได้ดีมาก (กว่าเรา) เขาพาเราไปแลกเงิน ทุกรุกส์ สกุลเงิน มองโกเลีย จากนั้น ก็พาไปซื้อตั๋วรถไฟ ชั้น 3 รถออก 18.00 น. หลังจากได้ตั๋วรถไฟ แล้ว พี่สาวชาวมองโกเลีย ยังคงใจดี พาเราไปซื้อซิมการ์ดท้องถิ่น ของมองโกเลีย เพื่อใช้ติดต่อสื่อสาร ในประเทศมองโกเลีย ขอบอกว่า 4G ในมองโกเลีย แรงปรู๊ดปร๊าด ขนาดวิดีโอคอล กลับประเทศไทย ไม่กระตุกเลยแหละ


     เราจัดการธุระ เกี่ยวกับตั๋วรถไฟ และซิมการ์ดเสร็จสิ้นแล้ว ยังมีเวลาพอเหลือจัดการตัวเราเองต่อ เพราะตั้งแต่เดินทางมาจากเมืองไทย ต่อเนื่องปักกิ่ง มุ่งหน้าชายแดนมองโกเลีย ยังไม่มีเวลาอาบน้ำเลย จึงต้องจัดการซักแห้ง ใช้ทิชชูเปียก ที่เตรียมมา เช็ดตัว ล้างหน้าล้างตา เปลี่ยนเสื้อผ้า แล้ว มานั่งรอที่ชานชาลา เพื่อรอขึ้นรถไฟ อากาศที่มองโกเลีย ช่วงที่เราเดินทางไป หนาวถึงขั้นหนาวมาก ถึงกับต้องคว้าเสท้อโค้ชกันหนาว มาสวมแล้วเดินถ่ายภาพ ที่บริเวณสถานีรถไฟ มีมุมสวยๆให้เราได้เดินถ่ายภาพเล่น เก็บบรรยากาศ ความสวยงาม ของสถานที่ ผู้คน และรถไฟ

     เวลา 18.00 น.ได้เวลา รถไฟออกจากชานชาลา ขบวนรถไฟของเรา เป็นตู้รวม ที่ไม่ได้แบ่งเป็นโซนห้องพัก แต่ก็มีที่นอนเป็นสัดส่วน นั่งได้สบายๆ ใต้ที่นั่งสามารถยกขึ้นได้มีช่องวางกระเป๋า สัมภาระ แล้วนั่งมองวิวธรรมชาติ 2 ข้างทางรถไฟ ฝั่งตรงข้ามที่นั่งของเรา เป็นพี่สาวชาวมองโกเลีย ที่ส่งภาษากาย รอยยิ้มมาให้ เป็นช่วงเวลา ช่วงหัวค่ำ ยังไม่มีใครนอน เรายังตื่นเต้นกับการดูวิถีชีวิตผู้คนบนรถไฟชั้น 3 และนั่งมองภูมิประเทศนอกหน้าต่าง ที่เป็นเนินเขาเตี้ยสีเขียวไม่มีต้นไม้ สลับกับที่ราบกว้าง เป็นทุ่งหญ้าเสต็ปเหลืองทอง ตลอดเส้นทาง


     ภายในรถไฟ มีฮีทเตอร์ที่ให้ความอบอุ่น อุณหภูมิกำลังดี และมีน้ำร้อนให้เราไปเติมเอามาไว้ดื่ม หรือเติมมาม่า หรือเครื่องดื่มร้อน พนักงานให้บริการรถไฟ จะมาเสิร์ฟ เครื่องดื่มร้อนและขนมให้เรา ในช่วงที่รถไฟออกมาได้สักระยะ

     เราคิดว่า นั่งรถไฟแบบนี้ อาจจะนอนไม่หลับ แต่ด้วยความที่เพลียกับการเดินทางมาตลอด2วัน ก็ทำให้นอนหลับแบบสบายๆ กับอากาศที่อุ่นกำลังดี กระทั่งรถไฟ เคลื่อนมาถึงสถานีอูลานบาตอร์ ในเวลา 9.00 น. ใช้เวลาเดินทาง รวมประมาณ 15 ชั่วโมง ก็มาถึงจุดหมาย เดินถ่ายรูปที่สถานีรถไฟอูลานบาตอร์ ระหว่างรอ คนขับรถมารับ ฟ้าที่อูลานบาตอร์ ในเช้าวันที่เราเดินทางมา มันช่างสดใสสวยงาม





บทความที่เกี่ยวข้อง

กลับไป ด้านบน

Thaiza update: