Travel Update :

เที่ยวเวนิส สัมผัสเสน่ห์เมืองแห่งสายน้ำในมุมมอง Google สตรีทวิว

เที่ยวเมืองเวนิส สัมผัสเสน่ห์เมืองแห่งสายน้ำในมุมมอง Google สตรีทวิว 

 

หากพูดถึงเมืองท่องเที่ยวที่ขึ้นชื่อว่าเป็นที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศอิตาลี (Italy) แน่นอนว่าคงหนีไม่พ้น เวนิส (Venice) หรือ เวเนเซีย (Venezia) เมืองท่องเที่ยวที่ได้รับฉายาว่าเป็น ราชินีแห่งทะเลเอเดรียติก (Queen of the Adriatic), เมืองแห่งสายน้ำ (City of Water), เมืองแห่งสะพาน (City of Bridges) และเมืองแห่งแสงสว่าง (The City of Light) อย่างแน่นอนค่ะ


 

 


     เมื่อมีโอกาสมาท่องเที่ยวเมืองเวนิส หลายคนบอกว่าถ้าจะไปให้ถึงจริงๆก็ต้องไปล่องเรือกอนโดล่า (Gondola) เรือพายพื้นบ้านของชาวเวนิส ที่ถูกนำมาใช้เป็นพาหนะหลักของการเดินทางในเมืองเวนิสมานานหลายร้อยปี แต่วันนี้ TravelThaiza ขอพาทุก คนเดินทางไปสัมผัสเสน่ห์และความโรแมนติกของเมืองเวนิสด้วย Google สตรีทวิว กันค่ะ มาดูกันว่ามุมมองท่องเที่ยวเวนิสในรูปแบบใหม่ๆจะถูกใจคนชอบเที่ยวมากแค่ไหนกันค่ะ

 

 



    

     A Trip to Venice - English Travel Guide HD By Phil Klever

    

     Explore Venice with Google Maps By Google Maps

    

     จัตุรัสเซนต์มาร์ค (St. Mark's Square)

      



     เมื่อมาท่องเที่ยวเมืองเวนิส แนะนำว่าต้องไปเยือน จัตุรัสเซนต์มาร์ค (St. Mark's Square) จัตุรัสที่มีชื่อเสียงและโด่งดังที่สุดของเมืองเวนิส ตั้งอยู่ในย่านซานมาร์โคอยู่ริมแกรนด์คาแนล นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางมาที่นี่ได้ด้วยเรือวาเปอร์เร็ตโต (เรือ โดยสาร) หรือจะเดินมาก็ได้



     มหาวิหารเซนต์มาร์ก หรือ มหาวิหารซันมาร์โก (Basilica di San Marco)

      



     นอกจากนี้แล้วที่นี่ยังมี มหาวิหารเซนต์มาร์ก หรือ มหาวิหารซันมาร์โก (Basilica di San Marco) หนึ่งในสถานที่สุดอลังการในเมืองเวนิส เป็นสิ่งก่อสร้างที่สร้างอย่างงดงามประดับด้วยงานโมเสกแบบไบแซนไทน์ และ ประติมากรรมต่างที่แสดงถึงความ อุดมสมบูรณ์ อำนาจ และ ความมั่งคั่งของเวนิส ตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 11 ก็ได้รับสมญาว่า “Chiesa d'Oro” หรือ “โบสถ์ทอง” นั่นเอง


     สะพานถอนหายใจ (Bridge of Sighs)

      



     หลังจากนั้นไปเยี่ยมชมสะพาน สะพานถอนหายใจ (Bridge of Sighs) หรือ สะพานแห่งความอาดูรและหวนหา (Ponte dei Sospiri) หนึ่งในจุดที่โรแมนติกที่สุดในเวนิส ในตำนานเล่าว่าการจูบบนเรือกอนโดล่าใต้สะพานแห่งนี้จะนำไปสู่ความรักนิรันดร์ 



     เวเนเชียน อาร์เซเนล (Venetian Arsenal)

      



      



     ต่อมาขอแนะนำให้ไปเยือน เวเนเชียน อาร์เซเนล (Venetian Arsenal) จุดท่องเที่ยวของคนที่เป็นแฟนพันธุ์แท้เรื่องประวัติศาสตร์ทางทหาร ชมอู่ต่อเรือและคลังแสงที่เป็นศูนย์กลางของอำนาจทางทะเลของอิตาลีมานานหลายศตวรรษ


     โบสถ์ซานตา มาเรีย กลอริโอซา เดอิ ฟรารี (Santa Maria Gloriosa dei Frari)

      



     จากนั้นมุ่งหน้าไปยัง โบสถ์ซานตา มาเรีย กลอริโอซา เดอิ ฟรารี (Santa Maria Gloriosa dei Frari) โบสถ์ของนิกาย Franciscan เป็นหนึ่งในมหาวิหารสำคัญในเมืองเวนิส ความโดดเด่นของโบสถ์นี้ก็คือหอระฆังที่นี่สูงเป็นอันดับ 2 ในเวนิสรองจากหอ ระฆังของมหาวิหารเซนต์มาร์ค เปิดให้เข้าชมกันได้ตั้งแต่ 9 โมงเช้าถึง 6 โมงเย็น ค่าเข้าชมก็ 2.5 ยูโร 



     สะพานรีอัลโต (Ponte di Rialto หรือ Rialto Bridge)

      



     ถัดมาขอแนะนำให้ไปชมความสวยงามของ สะพานรีอัลโต (Ponte di Rialto หรือ Rialto Bridge) สะพานอันเก่าแก่และโด่งดังที่สุดของเมืองเวนิส อยู่ครึ่งทางของแกรนด์คาแนล สะพานนี้มีการออกแบบเป็นรูปตัว V ที่ไม่เหมือนใคร ทางเดินริมสะพานสูง ที่ทำจากหินและราวสะพานเป็นบริเวณที่นักท่องเที่ยวยืนชมเรือกอนโดล่าที่ล่องอยู่ในลำคลองด้านล่าง สะพานรีอัลโต คือสะพานที่ได้รับการถ่ายรูปมากที่สุดในเมืองเวนิส


     เทียโตรลาเฟนิเช่ (Teatro La Fenice)

      



     หลังจากนั้นมุ่งหน้าไปเยือน เทียโตรลาเฟนิเช่ (Teatro La Fenice) โรงละครโอเปราที่มีชื่อเสียง และได้รับการตกแต่งอย่างวิจิตรตระการตาที่สุดของยุโรป แม้ว่าโรงละครนี้จะเสร็จสมบูรณ์ในปี 1792 แต่ก็ถูกไฟไหม้เสียหายและสร้างขึ้นมาใหม่หลายครั้ง จนได้รับชื่อว่า "โรงละครฟีนิกซ์" (The Phoenix Theatre) 



     พระราชวังดอจ (Doge Palace) พระราชวังของดยุกแห่งเวนิสในอดีต

      



     สุดท้ายขอแนะนำให้ไปเยือน พระราชวังดูคาเล (Palazzo Ducale) หรือ พระราชวังดอจ (Doge Palace) พระราชวังของดยุกแห่งเวนิสในอดีต ท้องพระโรงใหญ่ประดับด้วยทองคำและประดับภาพจิตรกรรมชื่อ “The Paradise” ของตินโตเรตโต ที่มีขนาด ใหญ่ถึง 22 x 7 เมตร ได้ชื่อว่าเป็นภาพเขียนสีน้ำมันที่ใหญ่ที่สุดในโลก เปิดให้เข้าชมทุกวัน ตั้งแต่เวลา 9:00 – 17:00 ค่าเข้าชม 9.5 ยูโร



บทความที่เกี่ยวข้อง

กลับไป ด้านบน

Thaiza update: