Travel Update :

"ปีนัง" ดินแดนไข่มุกแห่งตะวันออก

"รัฐปีนัง" (Pinang) อีกหนึ่งรัฐที่มีชื่อเสียงทางด้านการท่องเที่ยว ซึ่งเป็นหนึ่งในสิบสามรัฐที่ประกอบขึ้นเป็นสหพันธรัฐมาเลเซีย (Malaysia) อีกหนึ่งประเทศที่ตั้งอยู่ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้


     "คอมตาร์"

     นอกจากนี้แล้ว ปีนัง ยังถูกกล่าวถึงเสมอในนามไข่มุกแห่งตะวันออก ในฐานะเมืองที่มีความสวยงาม และโรแมนติกที่สุดเมืองหนึ่งของภาคตะวันออก ชื่อของปีนังมาจากคำว่า ปีนัง (Pinang) แปลว่า ต้นหมากซึ่งครั้งหนึ่งเคยเป็นต้นไม้ที่พบมากในเกาะแห่งนี้

     ต่อมา ปีนังได้รับการสถาปนาให้เป็นที่มั่นทางการค้าของอังกฤษเมืองแรก ในภูมิภาคตะวันออกไกล เมื่อปี 1786 ทุกวันนี้ ปีนัง กลายเป็นเมืองขนาดใหญ่ที่ผสานเอาวัฒนธรรมสองซีกโลกไว้ด้วยกันอย่างแยกไม่ออก มันกลายเป็นเสน่ห์ประหลาดที่ดึงดูดใจให้นักท่องเที่ยวมาเยือนเมืองแห่งนี้ไม่หยุดหย่อน





     รัฐปีนัง ประกอบไปด้วยเกาะปีนัง และแผ่นดินที่มีความยาวซึ่งรู้จักในนาม Seberang Parai (ในอดีตคือ จังหวัด Wellesley) เชื่อมโยงพื้นที่สองส่วนไว้ด้วยสะพานปีนัง ซึ่งเป็นสะพานที่ยาวที่สุดในภูมิภาคเอเชีย ด้วยความยาว 13.5 กิโลเมตร และนอกจากสะพานปีนัง ซึ่งเป็นทางเชื่อมสายหลักแล้ว ยังสามารถเดินทางสู่เกาะปีนังโดยใช้บริการเรือข้ามฟากได้อีกด้วย

     บนเกาะปีนังมี จอร์จทาวน์ เป็นเมืองหลวง และจุดศูนย์กลางอันร่ำรวย ด้วยประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรม ในขณะที่ปีนังฉายแสงอันเต็มไปด้วยความมีชีวิตชีวา และทันสมัยด้วยการพัฒนาไปข้างหน้าอย่างไม่รู้จบ แต่สถานที่มากมายบนเกาะปีนัง ก็ยังรักษาความเป็นเอกลักษณ์ที่สะท้อนถึงวานวันในอดีต จนทำให้ปีนังเป็นสถานที่สุดพิเศษหลากอารมณ์ ทางเดินเล็กๆ ริมถนน สามล้อ วิหาร หรือแม้แต่พ่อค้า แม่ค้าที่กำลังวุ่นวายสาละวนอยู่กับหน้าที่ของตัวเอง ภาพเหล่านี้ดูจะสะท้อนความเป็นอดีต





     "เค็ก ลก ซี"





     "เค็ก ลก ซี"

     ปีนัง ยังเป็นสวรรค์สำหรับนักช้อปไม่ว่าจะเป็นตลาดของใหม่ หรือของสะสมโบราณ นักท่องเที่ยวสามารถมองหาสินค้าในราคาที่น่าพึงพอใจ สินค้าที่ได้รับความนิยมอย่าง กล้องถ่ายรูป อุปกรณ์ไฟฟ้า และอิเล็คทรอนิกส์ เสื้อผ้า บาติก ของที่ระลึก ของเก่า และของสะสม รวมทั้งของกระจุกกระจิก มีให้เลือกซื้ออย่างจุใจ

     ที่สำคัญคือ เกาะแห่งนี้ยังโด่งดังเรื่องอาหารชั้นเลิศของภูมิภาค ไล่เรื่อยมาตั้งแต่อาหารต้นตำหรับ Nyonya ไปจนถึงอาหารจานโปรดแบบพื้นเมือง ที่หารับประทานได้ง่ายตามร้านข้างทาง อย่าง นาซิ กันดาร์ (Nasi Kandar) ชาร์ ก๋วยเตี๋ยว (Char Kway Teaow) หรือปีนัง ลักซา (Penang Laksa) และว่ากันว่ารสชาติอาหารที่ว่าทั้งหมดนั้น ช่างแตกต่างกันและหลากหลายกว่าที่พบในรัฐอื่นๆ ของมาเลเซียอย่างสิ้นเชิง

     สำหรับสถานที่ท่องเที่ยวในรัฐปีนังนั้น แน่นอนว่าสถานที่ท่องเที่ยวแรกที่อยากแนะนำให้คุณไปเยือนคือ "คอมตาร์" (Komtar – Kompleks Tun Abdul Razah) แหล่งช้อปปิ้งที่สำคัญและใหญ่ที่สุด บนถนนจาลัน ปีนัง (Jalan Penang) โดดเด่นด้วยโดมทรงโค้ง ของโถงขนาดใหญ่ซึ่งเป็นโถงอเนกประสงค์ ตึกที่มีความสูง 65 ชั้น ประกอบด้วยสำนักงาน ร้านค้า และร้านอาหาร เช่นเดียวกัน





     "ปีนัง เพรานาคาน แมนชั่น"



     "ปีนัง เพรานาคาน แมนชั่น"

     ภายในห้างสรรพสินค้าแห่งนี้สามารถเลือกซื้อสินค้าหลากหลายประเภทในราคาน่าพอใจ ไม่ว่าจะเป็นกล้องถ่ายรูป นาฬิกา ปากกา เครื่องสำอางค์ และอุปกรณ์ไฟฟ้า ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นสินค้าถูกของมาเลเซีย นอกจากนี้ ด้านบนสุดของตึกยังมีภัตตาคารหมุน ที่จะเปิดโอกาสให้ผู้ขึ้นไปได้ชมทิวทัศน์แบบพานอรามา ของเกาะปีนัง และแผ่นดินใหญ่แบบเต็มอิ่มด้วย

     หลังจากนั้นแนะนำให้คุณไปเยือน "เค็ก ลก ซี" (Kek Lok Si Temple) โดยวัดแห่งนี้มีชื่อเสียงโด่งดังในฐานะวัดที่มีขนาดใหญ่ และสวยงามที่สุดวัดหนึ่งในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยบริเวณวัดด้านบนนั้น เต็มไปด้วยบรรดาพ่อค้าแม่ขายที่จำหน่ายของที่ระลึก

     ที่โดดเด่นที่สุดของเค็ก ลก ซี ก็คงจะเป็น เจดีย์เจ็ดชั้นตั้งตระหง่านด้วยความสูง 30 เมตร เป็นสถาปัตยกรรมที่ผสมผสานเอาฝีมือช่างศิลป์ทั้งจีน ไทย และพม่า เข้าด้วยกันอย่างน่าทึ่ง โดยส่วนฐานของเจดีย์ สร้างตามศิลปะแบบจีน ส่วนตรงกลางสร้างแบบไทย และยอดโดมที่ขดเป็นก้นหอยนั้นเป็นศิลปะแบบอย่างพม่า





     "พิพิธภัณฑ์สงครามแห่งปีนัง"



     "พิพิธภัณฑ์สงครามแห่งปีนัง"

     ต่อมาเดินทางไปเยือน "ปีนัง เพรานาคาน แมนชั่น" (pinang peranakan mansion) โดยพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ รวบรวมเอาศิลปะที่เกี่ยวเนื่องกับชีวิตความเป็นอยู่ของชนพื้นเมืองปีนัง Baba - Nyonya ในสมัยโบราณ ภาชนะกระเบื้องเคลือบชิ้นเล็กน่ารัก เฟอร์นิเจอร์ และงานหัตถศิลป์ที่นำเข้ามาจากเมืองจีน และจากประเทศในแถบยุโรป ซึ่งถูกเก็บรักษาไว้อย่างดีโดยครอบครัวชาว Baba และเป็นมรดกตกทอดจากรุ่นสู่รุ่น นอกจากนั้น ยังมีการจัดแสดงเสื้อผ้า และเครื่องใช้ประจำวัน ที่สะท้อนให้เห็นวัฒนธรรมของคนสมัยนั้นอย่างชัดเจนอีกด้วย

     จากนั้นเดินทางไปเยือน "พิพิธภัณฑ์สงครามแห่งปีนัง" (Penang War Museum) โดยพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ตั้งอยู่ในบาตู มาอุง (Batu Maung) สร้างขึ้นรอบๆ บริเวณป้อมปราการของอังกฤษไปยาวเรื่อยจนถึงเนินเขา มีเนื้อที่ทั้งสิ้นประมาณ 20 เอเคอร์ พิพิธภัณฑ์สงครามแห่งนี้นำผู้เยี่ยมชมเดินทางย้อนเวลาไปสู่สมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 เพื่อศึกษาชีวิตความเป็นอยู่ของทหารอังกฤษ





     "สวนเครื่องเทศน์เขตร้อน"



     "สวนเครื่องเทศน์เขตร้อน"

     ภายในพิพิธภัณฑ์มีการจัดแสดงทั้งบนดินและใต้ดิน ซึ่งเต็มไปด้วยเครื่องมือในการทำสงคราม ไม่ว่าจะเป็นกล่องบรรจุยา ปืนใหญ่ อาวุธ ยุทธภัณฑ์ เครื่องแบบทหาร อุปกรณ์ในการยังชีพต่างๆ ซึ่งจัดแสดงไว้เพื่อประกอบการศึกษา นักท่องเที่ยวสามารถมุดเข้าไปในอุโมค์ เพื่อสัมผัสกับชีวิตความเป็นอยู่ของทหารในอดีต นอกจากนั้น ยังเปิดโอกาสให้สนุกด้วยการทดลองต่อสู้ด้วยปืนเพนท์บอล และยังมีบริเวณที่สามารถนั่งเล่นชมวิวได้อีกด้วย

     ถัดมาเดินทางไปยัง "สวนเครื่องเทศน์เขตร้อน" (Tropical Spice Garden) ซึ่งตั้งอยู่ที่เตลุก บาฮัง (Teluk Bahang) เสมือนเป็นดินแดนหนึ่งที่ซุกซ่อนอยู่ท่ามกลางสายน้ำ และเสียงน้ำตก สวนแห่งนี้อุดมไปด้วยพันธุ์เครื่องเทศน์กว่า 500 จำพวก ตั้งแต่ต้นไม้ขนาดจิ๋วที่กินเนื้อที่ในการเลี้ยงดูเล็กๆ ไปจนถึงพันธุ์พืชที่ต้องใช้เนื้อที่ขนาดใหญ่ถึง 8 เอเคอร์

     ภายในสวนมีทางเดินที่ผู้มาเยี่ยมชมสามารถทัศนศึกษาได้อย่างเพลิดเพลิน ลักษณะเด่นที่น่าสนุกมากก็คือ แต่ละทางเดิน หรือห้องต่างๆ มีกลิ่นหอมของเครื่องเทศ สมุนไพรเจือเข้ามา ทำให้การเยี่ยมชมนั้นได้อรรถรสสมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น เป็นต้นว่า Ginger Walk ซึ่งมีกลิ่นร้อนแรงของขิงเข้ามาเป็นตัวชูโรง Fern Walk หรือทางเดินที่เต็มไปด้วยเฟิร์น สวนไผ่ สวนน้ำ ระเบียงน้ำตาล หรือ sugar Terrace นอกจากนั้นยังมีสัตว์ป่า แมลง นก และธรรมชาติรอบตัวให้ศึกษาอีกมากมาย





     "อุทยานแห่งชาติปีนัง"

     สุดท้ายไม่พลาดไปเยือน "อุทยานแห่งชาติปีนัง" (Penang National Park) ที่ตั้งอยู่สุดถนนเส้นสำคัญบาตู เฟอริงงี (Batu Ferringhi) เลยหมู่บ้านประมงเตลุก บาฮัง (Teluk Bahang) ไปจนสุดแหลมด้านเหนือ ภายในอุทยาน มีทางเดินสำหรับเที่ยวชมธรรมชาติของชนบท การเดินทางสู่ชนบทแห่งนี้ สามารถทำได้โดยการนั่งเรือ จากท่าเรือในหมู่บ้านเตลุก บาฮัง ใช้เวลาประมาณ 30 นาทีหรือเดินเท้าประมาณ 90 นาทีจากเตลุก บาฮัง

     สถานที่ท่องเที่ยวน่าสนใจรวมทั้ง เตลุก ดูยุง (Teluk Duyung) อ่าวขนาดใหญ่ที่โอบด้วยแหลม Muka Head และหาด Patai Kerachut เตลุก ดูยุง มีชื่อเสียงด้วยความเป็นอ่าวที่มีชายหาดอยู่ด้านหน้า รู้จักกันอีกชื่อหนึ่งว่า มังกี้ บีช (Monkey Beach) เนื่องจากเป็นที่พบลิงจำนวนมากบริเวณนี้

     "อุทยานแห่งชาติปีนัง"


     หาดปันไต เคราชุต เป็นชายหาดที่นักท่องเที่ยวชื่นชอบ และนิยมมาปิกนิก และแคมป์ปิ้ง และยังเป็นที่วางไข่ของเต่าตะนุ (Green Turtle) ในช่วงเดือนเมษายน ถึงเดือนสิงหาคม และในเดือนกันยายน ถึงเดือนกุมภาพันธ์เป็นช่วงที่เตาหญ้า (Olive Ridley Turtle) ขึ้นมาวางไข่

     นอกจากนั้น ภายในอุทยานยังมีสระขนาด 1 ตารางกิโลเมตร เป็นที่ที่น้ำมาจากแม่น้ำลำธารไหลมารวมกับน้ำทะเล ในช่วงที่น้ำลด น้ำในสระจะแห้ง จนเหลือเพียงโคลน และในช่วงที่น้ำขึ้น น้ำทะเลก็จะค่อยๆ หมุนจนระดับน้ำขึ้นมาเต็มสระ สระแห่งนี้เป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์น้ำ มีการปรับตัวเข้ากับสิ่งแวดล้อมที่น่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง นอกจากนั้น ยังมีนกอีกหลายจำพวกอาศัยอยู่ในบริเวณเดียวกันอีกด้วย

      ข้อมูลโดย :
สวัสดี มาเลเซีย : การท่องเที่ยวมาเลเซีย ประจำประเทศไทย
     เว็บไซต์ : www.sawasdeemalaysia.com

     Images : By Flickr / farhannazmey , Flickr / tk_yeoh's, Flickr / malaysiatravel, Flickr / phalinn

 

 

บทความที่เกี่ยวข้อง

กลับไป ด้านบน

Thaiza update: