Travel Update :

เสน่ห์แห่งเมืองโบราณฮอยอัน

ฮอยอัน (Hoi An) เป็นเมืองโบราณขนาดเล็กริมฝั่งทะเลจีนใต้ทางตอนกลางของสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม ตั้งอยู่ในเขตของจังหวัดกว่างนามบนแม่น้ำทูโบน (Thu Bon River) โดยอยู่ห่างจากนครดานังจากทิศใต้ 30 กม. (ใช้เวลาเดินทางโดยรถยนต์ประมาณ 30 นาที) ปัจจุบัน มีประชากรประมาณ 80,000 คน




     ในช่วงคริสตศตวรรษที่ 1 ฮอยอัน เป็นเมืองท่าที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ถูกขนานนามว่า นครจามปา (Champa city) ต่อมา ในช่วงคริสตศตวรรษที่ 16-17 ฮอยอัน ได้กลายเป็นศูนย์กลางทางการค้า มีชาวต่างชาติมาตั้งถิ่นฐานและค้าขายในเมืองดังกล่าวเป็นจำนวนมาก (ทั้งชาวจีน ญี่ปุ่น ดัตช์ และอินเดีย)

     ในช่วงแห่งการค้าขายนี้เอง เมืองดังกล่าวนี้มีชื่อว่า “ไฮโฟ” (Hai Pho) หรือ แปลว่า เมืองชายทะเล ต่อมา ในยุคอาณานิคมฝรั่งเศส (พ.ศ. 2426-2488) ได้ถูกเปลี่ยนชื่อเป็น “ไฟโฟ” (Faifo) ในช่วงเป็นเมืองไฮโฟ เมืองดังกล่าวถูกแบ่งออกเป็นสองฝั่ง

     โดยมีคลองคั่นกลาง มีสะพานญี่ปุ่นทอดข้ามคลองเพื่อกั้นแบ่งเขตชุมชนของชาวญี่ปุ่นที่อีกฝั่งหนึ่งของคลองจากชุมชนจีน สะพานดังกล่าวสร้างโดยชาวญี่ปุ่น มีลักษณะสถาปัตยกรรมเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว โดยมีหลังคาเหนือสะพาน นอกจากนี้ ยังมีวัดญี่ปุ่นตั้งอยู่ด้านขวามือของตัวสะพาน ทำให้สะพานดังกล่าว มีชื่ออีกชื่อหนึ่งว่าสะพานวัด หรือ Pagoda Bridge




     ในปี พ.ศ. 2542 ฮอยอัน ได้ถูกขึ้นทะเบียนจากองค์กรด้านการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมของสหประชาชาติ (หรือองค์กรยูเนสโก) ให้เป็นเมืองมรดกโลก เนื่องจากเป็นตัวอย่างของเมืองท่าในอนุภูมิภาคที่มีการผสมผสานศิลปะ และสถาปัตยกรรมของชาติตะวันตกกับท้องถิ่นเวียดนามได้อย่างมีเอกลักษณ์ อาคารต่าง ๆ ภายในเมืองได้รับการอนุรักษ์ให้อยู่ในสภาพเดิมไว้ได้เป็นอย่างดี แม้ว่าจะผ่านอุทกภัยและสงครามต่าง ๆ ในช่วงกว่า 400 ปี ที่ผ่านมา

     ปัจจุบัน ฮอยอัน ได้กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญของภาคกลางของเวียดนาม มีนักท่องเที่ยวมาเยือนเป็นจำนวนมาก ผู้มาเยือนมักจะเยี่ยมชมร้านค้าซึ่งขายผลงานทางศิลปะและหัตถกรรมต่าง ๆ รวมถึงเยี่ยมชมวัดและพิพิธภัณฑ์ต่าง ๆ ภายในเมืองดังกล่าวอีกด้วย นอกจากนี้ ตามท้องถนน ยังเต็มไปด้วยร้านอินเทอร์เน็ตคาเฟ่ บาร์ และร้านอาหาร ซึ่งเปิดไว้บริการนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวชาวตะวันตก ที่มีจำนวนมาก


     บรรยากาศส่วนใหญ่ภายในเมือง ฮอยอัน มีลักษณะสถาปัตยกรรมผสมผสานระหว่างจีน ญี่ปุ่น และเวียดนาม ถนนแคบ มีบ้านไม้ทรงเตี้ยเรียงเป็นแถวสองฝั่งทาง ด้านในบ้านมักประดับคำสั่งสอนและบทกลอนจีน ทั้งนี้ เนื่องจากสมัยก่อน มีพ่อค้าชาวจีนจากมณฑลกวางตุ้งและฟู๋เจี้ยน อพยพมาอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก

     อนึ่ง ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2541 เมืองฮอยอัน ได้จัดให้มี “เทศกาลโคมไฟ” หรือ เทศกาลหลง จู (Long Chu Festival) ในวันขึ้น 15 ค่ำ เดือนเจ็ด (ตามปฏิทินจีน) ทุกปี เพื่อเป็นการอนุรักษ์ขนบประเพณีและวัฒนธรรมของเมืองฮอยอัน ที่มีมาตั้งแต่ช่วงคริสตศตวรรษที่ 19 ซึ่งในอดีต ชาวเวียดนามมักนิยมจุดเทียน เพื่อเป็นการขับไล่แมลงและโรคภัยไข้เจ็บต่าง ๆ ในช่วงเปลี่ยนฤดู






     ต่อมา ในช่วงคริสตศตวรรษที่ 16-17 ซึ่งเป็นช่วงที่ ฮอยอัน เป็นเมืองค้าขาย พ่อค้าจีนได้นำโคมไฟแบบกลมและเหลี่ยมจากเมืองจีนมาแทนการจุดไฟ และชาวญี่ปุ่นก็ได้นำโคมรูปดาวและโคมห้าเหลี่ยมมาช่วยเพิ่มสีสันและชีวิตชีวาแก่เมืองแห่งนี้ ให้กลายเป็นเมืองแห่งโคมไฟ ดังนั้น ในวันขึ้น 15 ค่ำ เดือนเจ็ดของ ทุกปี นอกจากจะมีงานเทศกาลโคมไฟแล้ว ก็จะเห็นร้านขายและสาธิตการทำโคมไฟรูปแบบต่าง ๆ อยู่ทั้วไป

     สถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจภายในเมืองฮอยอัน

     สะพานญี่ปุ่น (Japanese Bridge หรือ Pagoda Bridge) สร้างขึ้นเมือปี พ.ศ. 2133 โดยชุมชนญี่ปุ่นที่อาศัยอยู่ในเมืองฮอยอัน ทั้งนี้ เพื่อแบ่งเขตชุมชนของชาวญี่ปุ่นอีกฝั่งหนึ่งของคลองจากกับชุมชนชาวจีน นอกจากนี้ สะพานดังกล่าวยังได้เชื่อมถนนจัน ฟู (Tran Phu) กับถนนเหวียน ถิ มินห์ คาย (Nguyen Thi Minh Khai) เพื่อให้ชาวญี่ปุ่นและจีนได้ไปมาหาสู่ และค้าขายระหว่างกันอีกด้วย




     เอกลักษณ์เฉพาะของสะพานดังกล่าว คือ มีหลังคาอยู่ด้านบน ทั้งนี้ เพื่อให้ผู้คนได้อาศัยหลบฝนและแสงแดด มีวัดญี่ปุ่นอยู่ด้านขวามือของสะพานเพื่อเป็นการปกป้องเรือและคนบนเรือที่ออกทะเลให้ปลอดภัย




     นอกจากนี้ ยังมีรูปปั้นสุนัขสองตัวอยู่เชิงสะพานทางทิศตะวันตกและรูปปั้นลิงสองตัวอยู่เชิงสะพานทางทิศตะวันออกอีกด้วย ตำนานหนึ่งอธิบายว่าเนื่องจากสะพานดังกล่าวเริ่มสร้างขึ้นเมื่อปีวอกและแล้วเสร็จในปีสุนัข ส่วนอีกตำนานหนึ่งว่าเพื่อเป็นการไล่ภูตผีปีศาจ เนื่องจากสุนัขและลิงถือเป็นสัตว์ที่ศักสิทธ์ของลัทธิ Totem ของญี่ปุ่น ข้อมูลเพิ่มเติม Royal Thai Consulate-General Ho Chi Minh City

บทความที่เกี่ยวข้อง

กลับไป ด้านบน

Thaiza update: