Travel Update :

คูเวต ความงามเล็กๆในตะวันออกกลาง

หากพูดถึงดินแดนในตะวันออกกลางแล้วหลายคนคงจะนึกถึงเรื่องของการรบเรื่องของสงครามซึ่งกำลังเป็นที่น่าจับตามองจากคนทั่วโลกอยู่ในขณะนี้ แต่วันนี้เราขอพักเรื่อง วุ่นๆเหล่านี้ไปก่อน เรามาพูดถึงเรื่องของการเที่ยวกันดีกว่า ใครว่าคูเวตไม่มีที่เที่ยวมาดูกัน

ประวัติพอสังเขป

     ประเทศคูเวต นั้นตั้งอยู่ในคาบสมุทรอาหรับ มีพื้นที่ประมาณ 11 ล้านไร่ หรือคิดเอาง่ายๆว่า เล็กกว่าจังหวัดกาญจนบุรีนิดหน่อย พื้นที่ร้อยละ 90 นั้นเป็นทะเลทราย มีพรมแดนด้านตะวันตกติดกับประเทศอิรัก เชื่อมต่อกันขึ้นไปถึงทางเหนือของประเทศ

      ส่วนใต้ลงมาด้านตะวันตกนั้นติดกับประเทศซาอุดิอาระเบีย และทิศตะวันออกติดกับอ่าวเปอร์เซีย ซึ่งพรมแดนด้านที่ติดกับอ่าวเปอร์เซียนี้แหละที่เป็นชัยภูมิอันเหมาะสมให้ คูเวตมีความเชี่ยวชาญและชำนาญการเดินเรือเพื่อทำการค้าและประมง




      นอกจากนั้นแล้วประเทศคูเวตยังมีสถานที่ท่องเที่ยว ที่นับว่าหากกระเป๋าไม่หนักพอคุณจะทำได้แค่มองตาปริปๆก็เป็นได้ สถานที่แรกที่ขอแนะนำก็คือ

      คูเวตทาวเวอร์ ( Kuwait Tower) หอคอยสูง รูปทรงแปลกตาที่เป็นสัญญลักษณ์ของประเทศคูเวต ตั้งอยู่ติดกับอ่าว อาระเบียน ( Arabian gulf) เป็นกลุ่มของหอคอยที่ ประกอบด้วยอาคารทรงสูงจำนวน 3 อาคาร โดยมีอาคารหลังแรกสูงที่สุด ลักษณะเป็นแท่งสูง มีทรงกลมขนาดใหญ่อยู่ตรงปลายด้านบน


     โดยทรงกลมดังกล่าวนั้นทำหน้าที่เป็นถังเก็บน้ำประปา แต่ใช้พื้นที่เพียงแค่ซีกล่างของทรงกลมเท่านั้น เหลือพื้นที่ซีกบนไว้ทำเป็นร้านอาหาร และหอชมเมือง คูเวตทาวเวอร์มี ความสูงจากฐานถึงปลายสุด 187 เมตร ข้างๆกันมีหอคอยอีกอันที่ลักกษณะคล้ายกัน แต่ความสูงแค่ 147 เมตร ใช้เป็นถังเก็บน้ำเหมือนกัน และหอคอยหลังสุดท้ายรูปร่างสูง ชะลูดปลายแหลม

    ภายในเป็นอุปกรณ์ควบคุมระบบไฟฟ้าและน้ำประปา คูเวตทาวเวอร์แห่งนี้เคยถูกทำลายเสียหาย เมื่อครั้งที่โดนอิรักบุก แต่หลังจากเสร็จสิ้นสงครามก็ได้รับการบูรณะซ่อม แซมให้กลับมามีสภาพดังเดิม

     ดังนั้นด้านบนของโถงทรงกลมที่เป็นจุดชมวิว จึงมีนิทรรศการภาพถ่ายที่เป็นความเสียหายของอาคารเมื่องครั้งสงครามกับอิรัก สำหรับนักท่องเที่ยวนั้นสามารถขึ้นไปชม ทิวทัศน์ของเมืองได้บนหอคอยหลังที่สูงสุดเท่านั้น และหากใครได้มีโอกาสไปเที่ยวคูเวตก็ไม่ควรพลาดตรงจุดนี้ แต่ต้องระวังนิดหนึ่ง เพราะเขาห้ามนำกล้องที่มีเลนส์ซูมกำลัง สูงๆขึ้นไปด้วย

     นอกจากความโดดเด่นด้วยรูปทรงที่สะดุดตาของคูเวตทาวเวอร์แล้ว หอคอยทรงสูงที่ตั้งตระหง่านอยู่กลางเมืองคูเวตซิตี้ ก็เป็นอีกหนึ่งสัญญลักษณ์หลักของประเทศคูเวตที่คอย เตะตาผู้ที่ผ่านไปผ่านมา


     หอคอยแห่งนี้ชื่อว่า ลิเบอเรชั่น ทาวเวอร์ (Liberation Tower) นับได้ว่าเป็นหอคอยที่สูงที่สุดในตะวันออกกลาง และติดอันดับ 5 ของ หอคอยที่สูงติดอันดับ โลก โดยมีความสูง จากฐานถึงยอด 372 เมตร คนคูเวตเขาถือว่าหอคอยนี้เป็นงานศิลปะแห่งโลกโทรคมนาคม เพราะหอคอยแห่งนี้เป็นศูนย์กลางระบบโทรคมนาคมของประเทศ

     แรกเริ่มเดิมที่หอคอยนี้ก่อสร้างตั้งแต่ปี ค.ศ. 1987 แต่การก็สร้างก็ต้องมาหยุดชะงักลง ด้วยการบุกเข้ายึดครองประเทศของ อิรักในป ี ค.ศ. 1990 กว่าจะมาเริ่มสร้างกันต่อก็ ในปี ค.ศ. 1993 จนแล้วเสร็จในปี ค.ศ. 1996 และคงเป็นด้วยตำนานการผ่านร้อนผ่านหนาวมาร่วมกับชาวคูเวต 

     พวกเขาจึงได้ตั้งชื่ออาคารแห่งนี้ว่า ลิเบอเรชั่น ทาวเวอร์ หรือ “ หอคอยแห่งเสรีภาพ ” นั่นเอง จุดชมวิวบนหอคอยนี้ น่าจะเห็นทิวทัศน์ของเมืองได้รอบทิศทางกว่า เพระตั้งอยู่ ใจกลางเมืองหลวง แถมมีร้านอาหารลอยฟ้าที่ความสูงลิบลิ่วขนาดนี้ ก็เป็นเสน่ห์อีกอย่างที่ดึงดูดให้ผู้คนเดินทางมาเยี่ยมชมสถานที่แห่งนี้






     ไซอันทิฟิก เซ็นเตอร์ ( Kuwait Scientific center) ศูนย์กลางการเรียนรู้ทางวิทยาศาสตร์แห่งคูเวต ก็เป็นอีกหนึ่งสถานที่ ซึ่งจัดได้ว่าเป็นสถานที่ท่องเที่ยวอย่างแท้จริง เพราะที่นี่ถูกแบบมาให้เป็นแหล่งความรู้และบันเทิงอย่างครบวงจร ซึ่งมีทั้งส่วนที่เป็นพิพิธภัณฑ์ ตู้ปลาขนาดใหญ่ที่สุดในตะวันออกกลาง และมีพื้นที่แสดงสัตว์กว่า 100 ชนิด พร้อมด้วยโรงภาพยนตร์ 3 มิติ โดยทั้งหมดอยู่ในพื้นที่อาคารขนาดใหญ่กว่า 18,000 ตารางเมตร นอกจากนี้ยังมีร้านค้าและร้านอาหารเพื่อบริการนักท่องเที่ยวด้วยอีกด้วย

     พิพิธภัณฑ์แห่งชาติคูเวต ( Kuwait National Museum ) ซึ่งเป็นแหล่งจัดแสดงโบราณวัตถุ และนิทรรศการทางประวัติศาสตร์ของประเทศคูเวต แต่ก็อาจไม่สนุกสนานนัก สำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการความบันเทิงเริงรมย์

     ถัดจากรั้วของพิพิธภัณฑ์แห่งชาติ จะมี ซาดู เฮาส์ (Al Sadu house ) ซึ่งเป็นพิพิธภัณฑ์ที่จัดแสดงสิ่งทอแบบอาหรับ และจำลองความเป็นอยู่ของชาวคูเวตโบราณยุคก่อนที่ จะมีการค้นพบน้ำมัน รวมถึงข้าวของเครื่องใช้ในชีวิตประจำวันของชาวเบดูอิน ซึ่งเป็นชนเผ่าอาหรับที่ท่องไปในทะเลทราย รูปแบบของนิทรรศการจะมีการปั้นรูปจำลองของ คนและแบ่งแยกเป็นล็อค ตามเรื่องราว ของยุคสมัย และสาขาอาชีพ

      นอกเหนือจากพิพิธภัณฑ์แห่งชาติที่เป็นของรัฐบาลแล้ว ประเทศคูเวตยังมีพิพิธภัณฑ์เอกชนอีกแห่งที่มีการจัดแสดงข้าวของมากมายจากทุกมุมโลก ที่นี่คือ พิพิธภัณฑ์ ทาเร็ค ราจ๊าป ( Tareq Rajab) ก่อตั้งขึ้นโดยคหบดีชาวคูเวต ผู้มีใจรักในงานประวัติศาสตร์และศิลปะวัฒนธรรม จึงได้เริ่มสะสมและเสาะหาข้าวของจากหลายๆประเทศมารวบรวม และนำมาจัดแสดงไว้ที่นี่ แม้ว่าครั้งหนึ่งจะได้รับความเสียหายอย่างมากโดยอิรัก แต่ก็ปรับปรุงซ่อมแซมจนคืนสภาพได้ดังเดิม ด้านในอาคารมีการจัดแสดงข้าวของเครื่องใช้ จากเกือบทุกมุมโลก ซึ่งล้วนแต่เป็นของหายากที่มีคุณค่าทั้งสิ้น

      สวนสัตว์คูเวต ( Zoological park) ซึ่งตั้งอยู่ไม่ไกลจากเมืองหลวงมากนัก เป็นสวนสัตว์ขนาดย่อมๆ ถ้าจะเทียบพื้นที่แล้วน่าจะใกล้เคียงกับสวนสัตว์ดุสิตในบ้านเรา แต่หาก มองในมุมของคนไทยแล้ว ก็คงยังรู้สึกว่าไม่มีความหลากหลายเท่าสวนสัตว์ดุสิตในบ้านเรา

     นั่นอาจเป็นเพราะคูเวตเป็นประเทศเล็กๆ และผู้คนก็ไม่ได้มากมายเหมือนในบ้านเรา แถมด้วยภูมิประเทศที่อยู่กลางทะเลทราย ครั้นจะไปเสาะหาสัตว์มามากมายก็จะเกิน ความจำเป็น จึงทำให้สวนสัตว์แห่งนี้ไม่ได้เป็นจุดดึงดูดนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติสักเท่าไรนัก แต่อย่างไรก็ตาม ในแต่ละวันก็ยังมีคนคูเวตจำนวนไม่น้อยที่เดินทางมาเที่ยวชม สวนสัตว์แห่งนี้

ที่มา http://www.plat360.com

 

บทความที่เกี่ยวข้อง

กลับไป ด้านบน

Thaiza update: