Travel Update :

นมัสการหลวงพ่อวัดป่าโมกวรวิหาร ตำนานพระนอนพระพูดได้ อ่างทอง

นมัสการหลวงพ่อวัดป่าโมกวรวิหาร ตำนานพระนอนพระพูดได้ อ่างทอง

วัดป่าโมก เดิมชื่อวัดใต้ท้ายตลาด สถาปัตยกรรมสมัยอยุธยาตอนปลาย ตั้งอยู่ตำบลป่าโมก อำเภอป่าโมก อ่างทอง เป็นที่ประดิษฐาน "พระพุทธไสยาสน์ วัดป่าโมก" เป็นพระพุทธไสยาสน์ศิลปะสุโขทัย ตำนานพระนอนพระพูดได้ โดยมีเรื่องเล่าว่า เมื่อครั้งที่สมเด็จพระนเรศวรมหาราชเสด็จมาประชุมพลก่อนจะไปรบกับพระมหาอุปราชา ได้ทรงมาสักการะพระพุทธไสยาสน์ก่อน เมื่อปี พ.ศ. 2135

     ผู้มาสักการะสามารถซื้อธูปเทียนทองบูชาองค์พระและทำบุญพระประจำวันเกิด ปล่อยเต่าปล่อยปลาสะเดาะเคราะห์ที่ด้านนอก และยังมีตลาดสินค้าอาหารสดของชาวบ้านในชุมชนด้วย

     องค์พระพุทธไสยาสน์มีความยาว 24 เมตร ที่ฝ่าพระบาททั้ง 2 ข้างมีการจารึกโคลงชะลอพระพุทธไสยาสน์ ซึ่งแต่งเพื่อบันทึกเหตุการณ์เมื่อครั้งชะลอพระพุทธไสยาสน์ในสมัยพระเจ้าอยู่หัวท้ายสระ สมัยกรุงศรีอยุธยา โดยชะลอจากที่ตั้งเดิมริมแม่น้ำเจ้าพระยามาไว้ยังที่ตั้งปัจจุบัน เพื่อป้องกันกระแสน้ำพัดตลิ่งพัง และอาจทำให้องค์พระถล่มลงในแม่น้ำได้ หลังจากนั้นพระเจ้าอยู่หัวท้ายสระจึงโปรดเกล้าฯ ให้สร้างวิหารหลวงเพื่อครอบองค์พระนอน แต่ทรงเสด็จสวรรคตเสียก่อนที่วิหารหลวงจะสร้างแล้วเสร็จ



     ตำนานเรื่องพระนอนพูดได้ที่วัดป่าโมก เกิดขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 5 เมื่อเกิดเหตุการณ์โรคห่า (อหิวาตกโรค) ระบาดในบ้านป่าโมก พระครูปาโมกขมุนี เจ้าอาวาสวัดป่าโมกวรวิหารในสมัยนั้นได้บันทึกไว้ว่า เมื่อปี พ.ศ.2448 พระโต พระในวัดป่าโมกป่วยหนักด้วยโรคอหิวาต์ หมอที่ไหนก็รักษาไม่หาย อุบาสิกาเหลียนหลานสาวของพระโตจึงตั้งสัตยาธิษฐานต่อพระพุทธไสยาสน์ และมีเสียงออกมาจากพระอุระของพระพุทธไสยาสน์บอกตำรายาแก่สีกาเหลียน นางจึงนำใบไม้ต่างๆ ที่ว่าเป็นยามาต้มให้พระโตที่อาพาธฉัน พระโตก็หายเป็นปกติ จากนั้นสีกาเหลียนจึงนำเหตุอัศจรรย์มาแจ้งต่อพระครูปาโมกขมุนีแต่พระครูป่าโมกขมุนียังไม่เชื่อ จึงได้ให้พระสงฆ์ โยมวัด ศิษย์วัดรวม 30 คน ให้จุดไฟรอบวิหารพระนอนเพื่อดูว่ามีใครมาทำโพรงไว้หรือไม่ แต่ก็ไม่พบสิ่งผิดปกติ วันต่อมาจึงได้พากันเข้ามาในวิหารพระนอน สีกาเหลียนจุดธูปเทียนและถวายหมากพลูแก่พระพุทธไสยาสน์ เกิดเหตุอัศจรรย์คือหมากพลูที่สีกาเหลียนถวายหายไป

     พระครูปาโมกขมุนีและพยานทั้งหลายประสบเหตุอัศจรรย์อีกครั้ง สีกาเหลียนจึงอาราธนาพระพุทธไสยาสน์ให้พูดคุยกับพระครูปาโมกขมุนี ปรากฏว่าเกิดเสียงจากพระอุระของพระพุทธไสยาสน์ ในวันนั้นพระครูปาโมกขมุนีได้ไต่ถามพระพุทธไสยาสน์เกี่ยวกับสารทุกข์สุกดิบและเครื่องยาที่รักษาผู้ป่วยโรคอหิวาต์ พระพุทธไสยาสน์ก็ตอบคำถามที่พระครูปาโมกขมุนีถามทุกประการ พระครูปาโมกขมุนีได้ถามพระพุทธไสยาสน์ว่าจะบูรณปฏิสังขรณ์องค์พระและวิหารขึ้นใหม่ ก็บังเกิดเสียงตอบรับมาจากพระอุระของพระนอนอีก


     ด้านนอกวิหารมีพระรูปหล่อของสมเด็จพระนเรศวรมหาราชและสมเด็จพระเอกาทศรถ ด้านหลังเป็นพระบรมรูปของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวท้ายสระ รูปหล่อพระยาราชสงคราม (ปาน) ผู้ทำหน้าที่ชะลอพระพุทธไสยาสน์ และพระบรมรูปในหลวงรัชกาลที่ 5 และที่ท้ายวัดมีตำหนักเจ้าแม่ช่อมะขาม คนงาม ใจกล้า อำเภอป่าโมก ผู้เป็นมิตรคู่ใจของนายขนมต้มผู้สร้างตำนานนักมวยไทยในสมัยอยุธยา



     ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับวัดป่าโมก ได้ที่เว็บไซต์วัป่าโมกวรวิหาร http://www.angthong.go.th/atg-tour/4wat-pamok.html

บทความที่เกี่ยวข้อง

กลับไป ด้านบน

Thaiza update: