Travel Update :

เที่ยวศึกษาธรรมชาติสมุนไพรไทยที่ อุทยานธรรมชาติสิริรุกขชาติ ศาลายา

เที่ยวศึกษาธรรมชาติสมุนไพรไทยที่ อุทยานธรรมชาติสิริรุกขชาติ ศาลายา

หากเดินทางไปแถวพุทธมณฑล ศาลายา นครปฐม อันเป็นที่ตั้งของมหาวิทยาลัยมหิดล ศาลายา ด้วยอาณาบริเวณที่กว้างใหญ่มีความร่มรื่นของต้นไม้ใบหญ้า การสัญจรด้วยจักรยานและรถรางให้บริการรอบมหาวิทยาลัยเป็นพาหนะที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมอย่างแท้จริง และที่นี่ก็เป็นที่ตั้งของอุทยานธรรมชาติวิทยาสิริรุกขชาติ การเดินทางนั้นสามารถมาโดยรถตู้และรถประจำทางที่มามหาวิทยาลัยมหิดล ศาลายา


     ติดต่อจุดประชาสัมพันธ์ก่อนเข้าชมเพื่อลงทะเบียนและรับสูจิบัตรข้อมูลเกี่ยวกับนิทรรศการและอุทยานธรรมชาติสิริรุกขชาติ


     ห้องนิทรรศการเปิดทุกวันพุธ-อาทิตย์เวลา 9.00-16.00น. นำพาเราเข้าสู่โลกสมุนไพร ด้วยความอุดมสมบูรณ์ของผืนป่าไทย ความหลากหลายของพันธุ์พืชที่ต่างมีคุณสมบัติทางยาได้รับการสั่งสมภูมิปัญญาจากแพทย์แผนไทยจากอดีตสู่ปัจจุบัน


     ภายในนิทรรศการแบ่งเป็น 4 โซน โซน1 ภูมิปัญญาแห่งตะวันออก เป็นการเรียนรู้ที่มาของการแพทย์และสมุนไพรในอดีตถ่ายทอดจากรุ่นสู่รุ่น การเปรียบเทียบธาตุทั้งสี่ของแพทย์แผนไทยกับระบบของร่างกายแบบแพทย์แผนปัจจุบัน ไขปริศนาของคำว่าธาตุเจ้าเรือนอันมีวาตะ ธาตุลม ปิตตะ ธาตุไฟ ถผะ ธาตุดินและน้ำ จากการเล่นเกมซึ่งจะทำให้รู้จักตัวเองมากขึ้นและเลือกรับประทานอาหารให้ถูกกับธาตุของตนเพื่อทำให้เกิดความสมดุลและไม่เจ็บป่วยง่าย


     โซน 2 เรียนรู้วิถีแพทย์แผนไทยกับอุปกรณ์ที่ใช้ในการปรุงยารูปแบบต่างๆทั้งมีด รางไม้ทำยาลูกกลอน เครื่องพิมพ์เม็ด ภูมิปัญญาในการจัดเครื่องยาและเขียนสูตรยาของแพทย์ไทย มาหัดทำเฉลวหรือจะเล่นเกมปรุงยาก็เพลินดี


     โซน 3 วิทยาศาสตร์และการพิสูจน์ภูมิปัญญา เป็นการนำกระบวนการวิจัยทางวิทยาศาสตร์มาพิสูจน์สรรพคุณยาไทยให้เป็นที่ยอมรับในระดับสากล เช่นการวิจัยยาหอมนวโกฐที่มีสรรพคุณแก้โรคได้หลายชนิด ว่านชักมดลูกพบว่ามีอยู่หลายชนิดและยาจันทรน์ลีลาใช้แก้ไข้ร้อนใน นักวิจัยพบว่ามีฤทธิ์ยาต่างกันแต่เสริมซึ่งกันและกัน
     ในโซน 4 เมื่อเราทราบคุณสมบัติของสมุนไพรไทยแล้วจึงนำมาเป็นยารักษาโรคกับผู้ป่วย เป็นอาหาร เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหารและเครื่องสำอางแก่ผู้ที่มีสุขภาพดีโดยเมื่อรู้ว่าตนมีธาตุแบบใดก็เลือกบริโภคให้เหมาะสม มีตัวอย่างการสร้างแปลงพืชผักสวนครัว การใช้ชีวิตตามนาฬิกาชีวิต


     หลังจากชมนิทรรศการแล้วด้านนอกยังเป็นสวนสมุนไพรซึ่งตั้งมาแต่ปี 2525 เป็นแหล่งอนุรักษ์พันธุ์พืช แหล่งสันทนาการในมหาวิทยาลัย และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถทรงได้พระราชทานนามให้ว่า “สิรีรุกขชาติ” ต่อมาได้พัฒนาเป็นศูนย์การเรียนรู้สมุนไพรและธรรมชาติวิทยาแนวใหม่ ศึกษาและทำการวิจัยต่อยอดความรู้ และยังเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ทางพฤกษศาสตร์บนพื้นที่ 150 ไร่


     ภายในอุทยานฯ ประกอบด้วยลานนานาสมุนไพร สวนสมุนไพร ลานไม้เลื้อย ลานสมุนไพรวงศ์ขิง ลานสมุนไพรเพื่อคนพิการ ศาลาหมอชีวกโกมารภัจจ์ สวนสมุนไพรเพื่อสุขภาพ อาคารใบไม้สามใบ บ้านหมอยา หอดูนกเหนือ ใต้ อาคารใบไม้ใบเดียว อาคารสัมมนา อาคารวิจัยและพิพิธภัณฑ์พืช หากใครมีกำลังดีไม่รีบ ก็สามารถเดินชมไปได้เรื่อยๆหรือจะเช่าจักรยานชมโดยรอบก็ได้ ที่นี่มีพืชอยู่มากมายลานตาทั้งที่เห็นอยู่ทั่วไปและหายากอย่างมะม่วงหาวมะนาวโห่ พะยอม


     และหลายต้นที่นอกจากเป็นยาแล้วยังมีดอกที่สวยงามอย่างหญ้าหนวดแมว ฉัตรพระอินทร์ ไฟเดือนห้า สมอไทย อัคคีทวาร ผกากรอง ปีบฝรั่ง คนทีเขมา



     ไม้ยืนต้น ไม้เลื้อย ไม้พุ่มอย่างเพชรสังฆาต หญ้าปักกิ่ง หอมแดง


     ระหว่างทางเดินประดับตกแต่งด้วยต้นไม้สีสันสวยงามอย่างบุษบาฮาวาย พุทธรักษา ดาวเรือง แต่ละต้นจะมีป้ายชื่อกำกับไว้ ตลอดทางจะมีศาลาพักร้อนร่มไม้สวยงาม




     การท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติได้ความรู้เรื่องต้นไม้ สมุนไพรไทย พร้อมกับการพักผ่อนในบรรยากาศธรรมชาติร่มรื่นสวยงามสบายๆไม่ไกลกรุงเทพอย่างศาลายา ถือว่าคุ้มค่ากับการพักผ่อนอย่างมาก สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ http://www.pharmacy.mahidol.ac.th/siri/index.php?page=home และ Facebook : Sireepark

บทความที่เกี่ยวข้อง

กลับไป ด้านบน

Thaiza update: