Travel Update :

รู้จักความน่าอัศจรรย์ของดิน ที่พิพิธภัณฑ์ดิน

รู้จักความน่าอัศจรรย์ของดิน ที่พิพิธภัณฑ์ดิน

ในกรุงเทพฯ มีพิพิธภัณฑ์ที่น่าสนใจหลายแห่ง และที่หนึ่งคือพิพิธภัณฑ์ดิน แค่ชื่ออาจจะสงสัยว่าดินมีความหลากหลายขนาดที่จัดแสดงเป็นพิพิธภัณฑ์ได้หรือ เป็นความน่าอัศจรรย์อย่างหนึ่งยิ่งประเทศไทยอยู่ในภูมิอากาศร้อนชื้นจึงมีความหลากหลายไปตามภูมิภาค ภูมิประเทศ และภูมิอากาศ และบางแห่งก็เป็นปัญหาจนไม่สามารถปลูกพิชพันธุ์ใดๆ ได้ จึงเป็นที่น่าสนใจอย่างยิ่ง พิพิธภัณฑ์ฯ ตั้งอยู่ภายในกรมพัฒนาที่ดิน ก่อนถึงสี่แยกเกษตร เปิดทำการจันทร์-ศุกร์ 9.00-16.00 น.


     กรมพัฒนาที่ดินสร้างพิพิธภัณฑ์ดินขึ้นในวาระที่ในหลวงรัชกาลที่ 9 มีพระชนมายุครบ 80 พรรษา มีจุดประสงค์เพื่อเป็นที่ศึกษาเรียนรู้เกี่ยวกับทรัพยากรดิน การสำรวจจำแนกดิน สภาพปัญหา และการจัดการดินในภูมิภาคต่างๆ เพื่อเป็นประโยชน์อย่างยั่งยืน เปิดเป็นทางการเมื่อปี 2549 ซึ่งได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ เสด็จมาเปิดพิพิธภัณฑ์และลงนามในแผ่นดินเหนียวเป็นที่ระลึก


     เมื่อเข้าไปจะเป็นการแสดงการปรับปรุงบำรุงดินด้วยอินทรีย์วัตถุใช้เทคนิคการผลิตปุ๋ยหมักคุณภาพสูง ใช้เวลาสั้น ต้นทุนต่ำบำรุงดินให้เหมาะกับการเพาะปลูก แต่หากมีการชะล้างพังทลายหน้าดินที่สมบูรณ์ไปก็ทำให้ได้ผลผลิตน้อยลง ทางสภาพแวดล้อมก็ทำให้เกิดอุทกภัย ทางคมนาคมตื้นเขิน และด้วยพระราชดำริเกี่ยวกับหญ้าแฝกของในหลวงรัชกาลที่9 ด้วยคุณสมบัติในการรักษาหน้าดิน กักเก็บอินทรียวัตถุไว้ และยังเป็นอาหารสัตว์ด้วย



     ดินที่แมลงใช้เป็นที่ฟักไข่และอนุบาลตัวอ่อน เช่นไส้เดือนและจุลินทรีย์จำพวกแบคทีเรีย รา ซึ่งสิ่งมีชีวิตในดินเหล่านี้จะช่วยย่อยสลายสารอินทรีย์ต่างๆ ในดินจนกลายเป็นอินทรียวัตถุให้พืชต่อไป


     ชิ้นส่วนของหินและเศษหินอันเป็นส่วนประกอบของดินและดินที่ร่องแตกระแหงเป็นผลมาจากดินมีความแห้งขึ้น หินศิลาแลงเป็นหินที่มีเหล็กอลูมินัมออกไซด์สูง สามารถตัดแต่งได้เมื่อไม่แข็งตัวจนผ่านกระบวนการเปียกและแห้งสลับกันหลายครั้งจะแข็งแรงถาวร ยิปซัมเป็นแร่ซัลเฟตเกิดจากการตกตะกอนเช่นน้ำทะเล ดินมาร์ลเกิดจากการตกตะกอนระหว่างดินกับคาร์บอเนต เศษหินต่างๆจะเป็นโครงสร้างของดินแล้วมีการจับตัวกันเป็นดินทราย ดินเหนียวเมื่อผสมกับน้ำ อากาศ



     สีดินจะบ่งบอกคุณสมบัติดินได้ทั้งทางกายภาพและทางเคมี ดินสีดำมักจะเป็นดินที่มีอินทรียวัตถุสูง ดินสีแดงหรือเหลืองคือดินที่ระบายน้ำดี การวัดสีดินจะใช้รหัสสี “มันเซล” บอกเลขมาตรฐานขค่าสี ความสว่าง ความเข้มของดิน


     ดินในแต่ละภาคของไทยแตกต่างกันเนื่องจากสิ่งแวดล้อมอันได้แก่ภูมิอากาศ สิ่งมีชีวิต ความสูงต่ำของพื้นที่ วัตถุต้นกำเนิดและระยะเวลาและกระบวนการต่างๆ ในการพัฒนาเป็นดิน โดยภาคเหนือส่วนมากเป็นเทือกเขาสูงจึงต้องมีการปลูกพืชแบบขั้นบันได ปลูกหญ้าแฝก ขุดบ่อดักตะกอน เหมาะกับปลูกผักผลไม้เมืองหนาว ภาคอีสานเป็นที่ราบสูงสลับกับที่ลุ่มดอนมีเนื้อดินเป็นทรายร่วนปนทรายบางพื้นที่เป็นดินเค็ม ดินเป็นกรด พื้นส่วนใหญ่เป็นพืชไร่ที่ทนแล้งได้ดี แก้ความเป็นกรดด้วยปูนขาว แก้ความเค็มด้วยยิปซัมและปลูกพืชตระกูลถั่วเพิ่มแร่ธาตุ ภาคกลางเป็นที่ราบลุ่มมีน้ำท่วมขังและเทือกเขาบ้างมีปัญหาดินเปรี้ยวจัดเหนียวจัดแก้โดยใส่ปูนและปุ๋ยอินทรีย์ ภาคใต้เป็นแผ่นดินที่ยื่นไปในทะเล มีความเป็นกรดและความเค็มแก้โดยปรับสภาพความเป็นกรดด่างของดินด้วยปูนและใส่ปุ๋ยอินทรีย์เพื่อใช้ปลูกยางพารา ปาล์มน้ำมันและไม้ผล



     จาโรไซต์มีปริมาณซัลเฟตสูงเกิดเมื่อดินเปรี้ยวเป็นปัญหาต่อการเกษตรและปูนชนิดต่างๆ ที่ใช้แก้ปัญหาดิน


     ในหลวงรัชกาลที่9 ทรงให้ความสำคัญกับการแก้ปัญหาดินและน้ำในภูมิภาคต่างๆ และได้สร้างโครงการที่พระราชดำริแกล้งดิน การรักษาดินให้ประโยชน์อย่างยั่งยืน การแบ่งทำการเกษตรแบบทฤษฎีใหม่ให้เลี้ยงตนเองได้ จากวิสัยทัศน์และพระราชกรณียกิจของพระองค์ทำให้ได้รับยกย่องจากสหภาพวิทยาศาสตร์ทางดินนานาชาติได้มอบรางวัลให้และสดุดีพระองค์โดยให้วันที่ 5 ธันวาคม ของทุกปีเป็นวันดินโลก เปรียบเทียบสภาพดินดีที่รากพืชสามารถชอนไชลงมาได้กับดินเลวที่มีตัวกั้นไม่ให้รากหยั่งลงไป


     การสำรวจจำแนกดินจากทั่วประเทศเริ่มตั้งแต่ปี 2478 โดยการจัดเป็นลำดับชุดดินตามลักษณะ สมบัติ ศักยภาพของดินในการเจริญเติบโตของพืชที่ปลูกที่คล้ายกันมาไว้ในกลุ่มเดียวกัน



     เรื่องของดินยังมีความน่าสนใจอีกมากมาย สามารถรับข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่พิพิธภัณฑ์ดิน และสามารถติดตามกิจกรรมได้ที่ Facebook : Soi Museum

บทความที่เกี่ยวข้อง

กลับไป ด้านบน

Thaiza update: