Travel Update :

เสมือนได้เยือนถิ่นแม่นาคกับ พิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นพระโขนง

เสมือนได้เยือนถิ่นแม่นาคกับ พิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นพระโขนง

หลายคนอาจไม่รู้ว่ากรุงเทพมหานครที่ประกอบด้วยเขต 50 เขตได้มีโครงการจัดทำพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นเพื่อเป็นการอนุรักษ์ความเป็นเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมและสภาพสิ่งแวดล้อมเดิมก่อนความเปลี่ยนแปลงและความเจริญของสังคมเมืองจะกลืนหายไป การเพิ่มจำนวนของที่อยู่อาศัย เป็นเหตุให้พื้นที่เดิมเป็นที่ราบลุ่มห้วยหนองคลองบึงอันเป็นที่มาของชื่อหลายๆ เขตนั้นเปลี่ยนสภาพไป จึงเป็นเรื่องดีที่มีการรักษาเรื่องราวเหล่านั้นไว้ในรูปของพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นให้ชนรุ่นหลังได้เรียนรู้ต่อไป แต่บางเขตนั้นก็ไม่สำเร็จเพราะขาดปัจจัย องค์ประกอบหลักฐานข้อมูลที่เพียงพอ จึงจะทำให้พิพิธภัณฑ์ของเขตนั้นมีความน่าสนใจต่อผู้เข้าชม อย่างเช่นเขตพระโขนงที่ได้รับความอนุเคราะห์จากท่านเจ้าอาวาสวัดธรรมมงคล สมเด็จพระธรรมมงคลญาณ (วิริยังค์ สิรินฺธโร) ได้เอื้อเฟื้อสถานที่ทำพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นพระโขนงที่ชั้น 3 ของพระวิริยะมงคลมหาเจดีย์ เจดีย์บรรจุพระบรมสารีริกธาตุที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย


     เมื่อลงทะเบียนเข้าชมแล้ว ภายในแม้ไม่ใหญ่มากแต่ก็บรรจุความรู้และความน่าสนใจหลายอย่างในเขตพระโขนงโดยมีแผนที่ท่องเที่ยวในเขตพระโขนงและสิ่งน่าสนใจในพื้นที่นั้นๆ ให้ได้ไปแวะชมตามความสนใจและความสะดวก อย่างเช่น วัดวชิรธรรมสาธิตวรวิหาร วัดราษฎร์ศรัทธาธรรม วัดบุญรอดธรรมาราม สวนนกาโรงกลั่นบางจาก และแสดงประวัติของเขตพระโขนงว่าเดิมเป็นอำเภอหนึ่งของจังหวัดนครเขื่อนขันธ์แล้วเปลี่ยนชื่อเป็นจังหวัดพระประแดงซึ่งต่อมาได้กลายเป็นเขตหนึ่งในจังหวัดสมุทรปราการ ที่ชื่อพระโขนงนั้นเพราะอยู่ริมคลองพระโขนง แต่เดิมเป็นที่ราบลุ่มทำเกษตรเป็นหลัก ต่อมาอำเภอพระโขนงเริ่มเป็นชุมชนหนาแน่น มีการค้าขาย อุตสาหกรรม กลายเป็นศูนย์รวมการคมนาคมทางน้ำราชการได้โอนอำเภอพระโขนงมาขึ้นกับจังหวัดพระนคร


     วิถีชีวิตของคนพระโขนงในสมัยก่อนมีอาชีพเกษตรกรทำนาเป็นหลัก โดยขายข้าวเป็นเกวียน เมื่อถึงเวลาที่ต้องใช้แรงงานก็จะพึ่งพาอาศัยไหว้วานเพื่อนบ้านมาลงแขกเกี่ยวข้าว และลำคลองก็เป็นเส้นทางคมนาคมที่สำคัญเพราะเชื่อมต่อกันหมดไปยังพื้นที่ใกล้เคียงอย่างบางนา บางบอน ในหน้าน้ำก็มีการค้าทางน้ำจึงกลายเป็น “ตลาดน้ำ” ขนาดย่อม ภายในพิพิธภัณฑ์จึงได้มีแบบบ้านเรือนไทยและเรือพายจำลอง รวมทั้งเครื่องมือเครื่องใช้ เสื้อผ้าในชีวิตประจำวันของชาวพระโขนงสมัยก่อนจัดแสดงไว้


     ภายในชุมชนพระโขนงเมื่อมีเวลาว่างจึงได้มีการรวมกลุ่มทำดอกไม้ประดิษฐ์จากยางพาราโดยมีผู้สนใจทั้งภายในและภายนอกเขตเข้าเยี่ยมชมเป็นตัวอย่างนำไปปฏิบัติตาม กลุ่มผลิตภัณฑ์ขนมปังจากธัญพืชที่ได้ปรับเปลี่ยนมาจากน้ำพริกปลาอบแห้งที่เป็นของดีชุมชนแต่ประสบปัญหาไม่มีที่วางตลาด คนในชุมชนจึงช่วยกันซื้อรับประทานกันเองด้วย น้ำพริกลุงพุดอันเป็นสูตรของลุงพุดที่ทำกินในครัวเรือนแล้วจึงทำขายจนกลายเป็นของดีหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์


     กังหันชัยพัฒนา พระอัจฉริยภาพและพระมหากรุณาธิคุณของในหลวงรัชกาลที่9 ที่พระราชทานให้แก่คนไทยในการบำบัดน้ำเสียด้วยค่าใช้จ่ายราคาถูกแบบไทยทำไทยใช้ และเพื่อรักษาสิ่งแวดล้อม


     นอกจากนื้ภายในพิพิธภัณฑ์ยังมีสิ่งของเครื่องใช้ต่างๆ ที่ชาวบ้านนำมาบริจาคเพื่อเป็นการอนุรักษ์ความเป็นชุมชนของตนไว้ ไม่ว่าจะเป็นหีบพระธรรม ทับทิมโลหะตามความเชื่อของคนจีนที่นิยมมอบให้กันเป็นที่ระลึก ธนบัตรเก่า เครื่องใช้ในชีวิตประจำวัน ไหดินเผาที่นิยมใส่เกลือ ใส่เครื่องปรุงอาหาร ใช้ถนอมอาหาร เครื่องสีข้าวขนาดเล็ก ถ้วยชามเครื่องเคลือบเบญจรงค์



     ในเขตพระโขนงบริเวณวัดธรรมมงคลนี้ในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ถูกใช้เป็นคลังแสงของกองทัพญี่ปุ่น จึงถูกระเบิดลงบ่อยครั้งและเกิดไฟไหม้จนพื้นที่นี้เรียบราบ ต้องใช้เวลาในการฟื้นฟูจนมีต้นไม้ใบหญ้าขึ้นดังเดิม และเมื่อสงครามสิ้นสุดทหารญี่ปุ่นได้มอบดาบซามูไรไว้ให้กับชาวบ้านเพื่อเป็นที่ระลึกและได้จัดแสดงไว้ที่นี่ด้วย


     ไม่ว่าที่ใดที่ได้ผ่านกาลเวลามาอย่างยาวนานหลายยุคหลายสมัย ต่างมีเรื่องเล่ามีประวัติศาสตร์ ความเปลี่ยนแปลงแม้จะไม่อาจหยุดยั้งได้ แต่หากชนรุ่นหลังไม่ลืมเลือน เก็บรักษาไว้เพื่อบอกเล่าให้ชนรุ่นต่อไปได้รับรู้ถึงความเป็นมา ก็จะสร้างความภาคภูมิใจให้เกิดขึ้นในจิตสำนึกไม่มีวันลืมเลือน เป็นดั่งสมบัติของชาติสืบไป

บทความที่เกี่ยวข้อง

กลับไป ด้านบน

Thaiza update: