Travel Update :

12 เมืองต้องห้ามพลาด เชื่อมโยงวัฒนธรรมและวิถีชีวิตความเป็นไทย


12 เมืองต้องห้ามพลาด เชื่อมโยงวัฒนธรรมและวิถีชีวิตความเป็นไทย










เลยช่วงกลางปี มาแล้ว นักเดินทางทั้งหลาย คงจะได้ใช้เวลาวันหยุด ทั้งวันหยุดสุดสัปดาห์ วันหยุดนักขัตฤกษ์ ในการวางแผนเดินทางท่องเที่ยวกันในหลากหลายพื้นที่ น่าสนใจและสุดฮิต กันพอสมควร ในปีนี้ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยเอง ยังคงผลักดันสถานที่ท่องเที่ยว ที่น่าสนใจอีก 12 จังหวัด ซึ่งเป็น จังหวัดที่มีเอกลักษณ์ประจำท้องถิ่น และมีเรื่องราวที่น่าสนใจ เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวให้ได้ไปสัมผัส ทั้งนี้ เป็นการกระตุ้นนักท่องเที่ยวให้เดินทางไปเยี่ยมชมหมู่บ้านเล็กๆ ที่มีของดีประจำท้องถิ่นซ่อนอยู่ให้ได้ไปค้นหา ไปเพิ่มรายได้ด้านการท่องเที่ยวให้กับชุมชนต่างๆเหล่านั้น วันนี้ เราจะมาเน้นย้ำ 12 เมืองต้องห้ามพลาด ให้กับนักเดินทางได้ไปเยี่ยมชม เริ่มจากภาคเหนือ จรดภาคใต้กันเลยทีเดียว

ภาคเหนือ

1. ลำปาง-ลำพูน เมืองที่ไม่หมุนตามกาลเวลา

การท่องเที่ยวใน 2 จังหวัดนี้ เน้นท่องเที่ยวในความเป็นเมืองเก่า มีกลิ่นอายของวันวาน ชมวิถีชีวิตเก่าๆ ชมสถาปัตยกรรมล้านนา/วัดวาอาราม อนุรักษ์วิถีชีวิตแบบช้า ๆ ไม่เร่งรีบ วัฒนธรรมโบราณอย่าง รถม้า หอนาฬิกา สะพานข้ามแม่น้ำ สถานีรถไฟ และที่สำคัญคือการเชื่อมกันด้วยรถไฟผ่านอุโมงค์ขุนตาน และเลือกชมเลือกซื้อผ้าทอพื้นเมืองเป็นของฝากกลับบ้าน

2. น่าน-แพร่ กระซิบรักเสมอดาว

จังหวัดน่าน เป็นเมืองเก่าที่มีชีวิตและมีความโรแมนติก ที่สุดเมืองหนึ่งของประเทศไทย มีเรื่องราวของความรักและความผูกพันของคู่รัก ปู่ม่าน-ย่าม่าน อย่างภาพกระซิบรักบันลือโลกที่วัดภูมินทร์ การถวายเทียนคู่มงคลต่อองค์พระประทานพนทวีวัดมงคล และไหว้สักการะวัดพระธาตุแช่แห้ง ต่อด้วยการไปไหว้สักการะวัดพระธาตุช่อแฮที่ จ.แพร่

3. เพชรบูรณ์-พิษณุโลก ภูดอกไม้สายหมอก

เป็นจังหวัดที่มีธรรมชาติที่สมบูรณ์แบบ มีวิวทิวทัศน์ที่สวยงาม และเป็นเมืองที่มีทะเลหมอก ปกคลุม อากาศเย็นสบายตลอดทั้งปีปี อีกทั้งยังมีสีสันของทุ่งดอกไม้นานาพันธุ์ อย่าง ภูทับเบิก เขาค้อ ไร่กะหล่ำปลี อุทยาแห่งชาติทุ่งแสลงหลวง อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

4. บุรีรัมย์-สุรินทร์ เมืองปราสาทสองยุค

สองจังหวัดนี้ มีการเชื่อมโยงการท่องเที่ยวด้วยปราสาทหินโบราณและอารยธรรมขอม มีแหล่งปราสาทหินโบราณที่สำคัญที่สุดในเมืองไทย เช่น ปราสาทหินพนมรุ้ง ปราสาทหินเมืองต่ำที่บุรีรัมย์ และปราสาทศีขรภูมิ ปราสาทตาเหมือนที่สุรินทร์ และในปัจจุบันปราสาทยุคใหม่คือปราสาทสายฟ้า บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด หรือ ไอ-โมบาย สเตเดียม หรือชื่ออย่างเป็นทางการว่า ธันเดอร์ คาสเซิล สเตเดียม รวมถึงสนามแข่งรถ Buriram United International Circuit ที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียอีกด้วย

5. เลย-ชัยภูมิ เย็นสุด…สุขที่เลย

ท่องเที่ยวด้วยธรรมชาติที่สวยงามแบบ UNSEEN และ Adventure สำหรับจังหวัดเลย มีแหล่งท่องเที่ยวอย่างอุทยานแห่งชาติภูกระดึง ภูหลวง ภูเรือ ภูลมโล ภูสวนทราย ภูป่าเปาะ และล่องแพชมวิวระหว่างรับประทานอาหารที่ห้วยกระทิง ส่วนชัยภูมิก็ต้องไปเที่ยวอุทยานแห่งชาติไทรทอง (ผาหำหด) ป่าหินงาม มอหินขาวและทุ่งดอกกระเจียวที่เป็น แลนด์มาร์คสำคัญ ของจังหวัดชัยภูมิที่พลาดไม่ได้

ภาคกลาง

6. สมุทรสงคราม-นครปฐม เมืองสายน้ำสามเวลา

เมืองเก่าริมน้ำกับวิถีชีวิตประจำวันริมแม่น้ำ ตลาดน้ำอัมพวา ตลาดดอนหวาย ตลาดทุ่งคา ตลาดร่มหุบ สายน้ำแม่กลอง สายน้ำนครชัยศรี มีจุดขายเป็นสายน้ำ 3 เวลา ดูวิถีชีวิตสายน้ำ เช้าตักบาตรทางน้ำ กลางวันเที่ยวชมตลาดน้ำและตลาดบก ยามเย็นนั่งเรือดูหิ่งห้อย ขี่จักรยานริมแม่น้ำลัดเลาะริมสวน เยี่ยมชมวิถีชีวิตชุมชน เลือกชิมเลือกซื้อของได้ตลอดแนวริมน้ำ เป็นเสน่ห์ที่ดึงดูดให้ผู้คนเดินทางมาท่องเที่ยวแล้วกลับไปด้วยความประทับใจ และสามารถเดินทางไปกลับแบบ one day trip.


7. ราชบุรี-สุพรรณบุรี ชุมชนคนอาร์ต

จังหวัดที่รวบรวมงานศิลปะไว้มากมาย มีจุดขายเป็นการนำศิลปะต่างๆ มาดึงดูดนักท่องเที่ยว เชื่อมโยงด้วยศิลปะพื้นบ้าน ศิลปะที่ถูกสร้างขึ้นใหม่และพิพิธภัณฑ์ระดับจังหวัดและชุมชนทั้งตลาดน้ำดำเนินสะดวก โรงโอ่ง พิพิธภัณฑ์จิปาถะพัน วัดขนอน จ. ราชบุรี ตลาดสามชุก (ตลาด 100 ปี) ตลาดเก้าห้อง อุทยานมังกรสวรรค์ พิพิธภัณฑ์ลูกหลานพันธุ์มังกร วัดป่าเลไลยก์ จ. สุพรรณบุรี

ภาคตะวันออก

8. ตราด-ระยอง เมืองเกาะในฝัน

หมู่เกาะภาคตะวันออกมีความงดงามไม่แพ้ทะเลอื่นในประเทศไทย เป็นแหล่งที่ได้รับความนิยมสำหรับนักเดินทาง หาดทรายขาว แหล่งดำน้ำดูปะการังใต้ท้องทะเลที่สวยงาม ที่สำคัญมีที่พักระดับ Luxury สุดหรู สุดชิคคอยให้บริการอยู่จำนวนมาก หมู่เกาะทะเลตราด 52 เกาะ มีกิจกรรมดำน้ำชมปะการัง ดูเหยี่ยวแดงคอขาว ล่องเรือชุมชนบ้านสลักคอก จ.ตราด เกาะเสม็ด เกาะมันนอก เส้นทางท่องเที่ยวชุมชนปากน้ำประแส จ.ระยองเป็นต้น

9. จันทบุรี-สระแก้ว สวนสวรรค์ร้อยพันธุ์ผลไม้

เมืองที่มีความอุดมสมบูรณ์ของผลไม้ตลอดทั้งปี และมีการนำผลไม้มาประกอบอาหารที่มีเอกลักษณ์และมีความเป็น Original ของท้องถิ่น เช่น มัสมั่นทุเรียน น้ำพริกระกำ แต่นอกจากความสมบูรณ์ของผลไม้ เชื่อมโยงการท่องเที่ยวชายแดนก็เป็นจุดเด่นอีกอย่างหนึ่งของทั้งสองเมือง เส้นทางอุทยานแห่งชาติป่าเขาสอยดาว โป่งน้ำร้อน ต่อด้วยอุทยานแห่งชาติปางสีดา ละลุ ปราสาทสด๊กก๊อกธม ตลาดการค้าชายแดน (ตลาดโรงเกลือ+ศูนย์การค้าอินโดจีน) ที่ห้ามพลาด

ภาคใต้

10. ตรัง-สตูล ยุทธจักรความอร่อย

ตรังเป็นเมืองที่รวบรวมอาหารอร่อยมากมาย ทั้งอาหารไทย จีน ติ่มซำ หมูย่าง เค้ก ขนมเปี๊ยะ อาหารใต้พื้นเมือง โรตี ชากาแฟ สามารถกินได้ 24 ชั่วโมง ตั้งแต่เช้ายันเที่ยงคืน ส่วนสตูลก็มีความหลากหลายของอาหาร เช่น โรตี มะตะบะ ชาชัก แกงตอแมะห์ (แกงกะหรี่ปลา) แกงแพะ-ข้าวเหนียว ขนมบุหงาปุดะ ขนมลูกโดน เชื่อมโยงด้วยอาหารอร่อยขึ้นชื่อของพื้นถิ่น อาหารทะเลสดๆ

11. ชุมพร-ระนอง หาดทรายสวยสี่ร้อยลี้

ชุมพรจังหวัดที่มีทะเลที่สวยงามของฝั่งอ่าวไทย มีหาดทรายยาวต่อเนื่อง ถึง 222 กิโลเมตร (1 ลี้ เท่ากับ 0.5 กิโลเมตร) มีแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจมากมาย คือหาดวัวแล่น หาดทุ่งซาง หาดทรายรี ยาวจนถึงหาดอรุโณทัย รวมถึงเกาะกุลา เกาะง่าม เกาะรังกาจิว จังหวัดที่เชื่อมโยงกับชุมพร คือจังหวัดระนอง มีเกาะที่สวยงามอย่างเกาะพยาม เกาะช้าง รอยต่อของสองจังหวัดที่กระบุรีและเขาทะลุมีการเชื่อมโยงการท่องเที่ยวด้วยสวนกาแฟ แหล่งปลูกกาแฟโรบัสต้าที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ชมสวนกาแฟ วิถีการผลิตกาแฟ และนั่งจิบกาแฟหอมกรุ่นขึ้นชื่อของเมืองชุมพร

12. นครศรีธรรมราช-พัทลุง นครสองธรรม

นครศรีธรรมราชและพัทลุงเป็นจังหวัดที่โดดเด่นทั้งเรื่องทางธรรมะและธรรมชาติ ศิลปวัฒนธรรมที่เป็นเอกลักษณ์ของบ้านเมืองกระจายอยู่ทุกอำเภอ สิ่งที่เป็น Highlight สิ่งแรกคือ วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร จ. นครศรีธรรมราช กับประเพณีแห่ผ้าขึ้นธาตุอันศักดิ์สิทธิ์ และวัดเขียนบางแก้ว จ. พัทลุงก็มีประเพณีแห่ผ้าขึ้นธาตุเช่นเดียวกัน ด้านธรรมชาติทั้งสองจังหวัดมีความหลากหลาย เช่น อุทยานแห่งชาติเขาหลวง น้ำตกกรุงชิง หมู่บ้านคีรีวง อ.ขนอม จ. นครศรีธรรมราช ส่วน จ. พัทลุง มี การล่องเรือชมนกน้ำ ควายน้ำ ที่ทะเลน้อย และวิถีชีวิตลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา เป็นสิ่งที่ห้ามพลาดอย่างยิ่ง



เครดิตภาพ: ททท.


บทความที่เกี่ยวข้อง

กลับไป ด้านบน

Thaiza update: