Facebook Twitter
gPlus 
-

ซอกแซก เมืองกรุง

วิถีชาวจีนผู้ทรหดก่อนประสบความสำเร็จในสยาม ที่ศูนย์ประวัติศาสตร์เยาวราช

|


วิถีชาวจีนผู้ทรหดก่อนประสบความสำเร็จในสยาม ที่ศูนย์ประวัติศาสตร์เยาวราช วัดไตรมิตรวิทยาราม


สยามมีคนจีนอาศัยอยู่ตั้งแต่สมัยอยุธยา เนื่องมาจากความแร้นแค้นในประเทศจีน ที่ทำให้ผู้คนต้องดิ้นรนเพื่อความอยู่รอด โดยหาพื้นที่ใหม่ที่มีความอุดมสมบูรณ์ ตั้งหลักปักฐาน และสยามก็มีความสมบูรณ์พร้อม ปัจจุบันมีคนไทยเชื้อสายจีนอยู่เป็นจำนวนมาก และเยาวราชก็เป็นศูนย์รวมชาวจีนทำการค้าขายจากอดีตถึงปัจจุบันจนกลายเป็นแหล่งการค้าที่สำคัญ ที่วัดไตรมิตรวิทยาราม ณ มหามณฑปที่ประดิษฐานพระพุทธมหาสุวรรณปฏิมากรพระพุทธรูปทองคำ ที่บริเวณชั้น2 จัดเป็นศูนย์ประวัติศาสตร์เยาวราชขึ้น เพื่อรวบรวมความเป็นมาของขนชาวจีนที่เดินทางข้ามน้ำข้ามทะเลกับความหวังอันเรืองรองสู่สยามประเทศ พิพิธภัณฑ์เปิดทำการทุกวัน เวลา 9.00-17.00น. การเดินทางสามารถมาโดยรถเมล์สาย 73 4 หรือสายที่ผ่านหัวลำโพง หรือ MRT สถานีหัวลำโพง ประตู2 แล้วเดินข้ามมายังถนนมิตรภาพไทย-จีน



   คนไทยเข้าชมได้ฟรีเพียงลงทะเบียนกับเจ้าหน้าที่ด้านนอก ต่างชาติ 140 บาท เข้าประตูไปจะเห็นภาพเขียนสีที่ฝาผนัง บอกถึงที่มาของชุมชนชาวจีนในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ ช่วงพ.ศ.2325-2394 เริ่มจากล่องสำเภามาค้าขายและตั้งหลักแหล่ง ส่วนมากอยู่ในบางกอกและธนบุรี ชาวจีนฮกเกี้ยนจะอยู่มาแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาทางฝั่งตะวันตกของแม่น้ำเจ้าพระยา จนสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชที่มีพระมารดาเป็นชาวจีนแต้จิ๋วขึ้นครองราชย์ ชาวจีนแต้จิ๋วจึงได้มาตั้งรกรากอยู่ทางด้านตะวันออกของแม่น้ำเจ้าพระยา กระทั่งสมัยรัชกาลที่1 ทรงพระราชทานที่ดินให้ชาวจีนได้ตั้งบ้านเรือนระหว่างคลองวัดสามปลื้มและคลองวัดสามเพ็ง จนกลายเป็นสำเพ็งที่เป็นย่านค้าขายใหญ่ที่สุดมาตลอด 3 รัชกาล ด้วยการค้าทางสำเภาขยายตัวและเปิดรับชาวจีนมาเป็นแรงงานในกิจการต่างๆ เพราะชาวจีนมีนิสัยอดทน สู้งานหนัก ถนัดการค้า และเนื่องจากคนจีนเป็นกลุ่มเดียวที่ได้อิสรเสรีในการเข้าออกประเทศ จะสังกัดมูลนายหรือจะจ่ายเงินค่า“ผูกปี้”ให้หลวงก็ได้ ไม่มีภาระถูกเกณฑ์ไปทำงานให้มูลนาย จึงสามารถสร้างเนื้อสร้างตัวเก็บหอมรอมริบจนกลายเป็นเจ้าสัวได้ในที่สุด



   สินค้าส่งออกของไทยที่ค้าขายโดยเรือสำเภาส่วนใหญ่เป็นของป่าและสินค้าทางการเกษตร กระทั่งไม้สำหรับต่อเรือก็เป็นสินค้าสำคัญเพราะคุณภาพดีราคาถูก ได้แก่ ครั่ง เร่ว รังนก หมากแห้ง ดีปลี พริกไทย ไม้ฝาง



    ในช่วงต้นกรุงรัตนโกสินทร์ตรงกับสมัยราชวงศ์ชิงในจีนซึ่งกษัตริย์มีเชื้อสายแมนจู ได้ออกกฎหมายห้ามประชาชนชาวจีนออกนอกประเทศเพราะกลัวการซ่องสุมต่อต้าน แต่ก็ไม่อาจสกัดกั้นได้เพราะด้วยความหนาแน่นของประชากรแต่มีที่ทำกินน้อย ทั้งยังเกิดภัยธรรมชาติต้องอดอยากขาดแคลนจึงได้อพยพมาเมืองไทย ส่วนด้านการค้าขายกับต่างประเทศจะให้ทำการที่เมืองกวางโจวเท่านั้น แต่สำหรับประเทศไทยที่มีพ่อค้าเป็นชาวจีนสามารถทำการค้าขายได้ในหลายแห่งของจีน จึงทำให้การค้าเฟื่องฟูเป็นอย่างมาก เมื่อกลับมาก็ขนสินค้าจากจีนมาขายด้วย ได้แก่ ผ้าดิบ ผ้าไหม กระดาษ เครื่องถ้วยชามกระเบื้องเคลือบ ผลไม้เครื่องดอง ใบชา ยาจีน ตุ๊กตาหิน กระเบื้องมุงหลังคา


    ศูนย์ประวัติศาสตร์ฯ ได้จำลองสภาพใต้ท้องเรือที่บรรทุกสินค้าจากเมืองจีนฝ่ามรสุมคลื่นลมได้เหมือนจริง ก่อนจะมาถึงน่านน้ำแห่งสยามที่ท่าสำเพ็งอันเป็นแหล่งค้าขายสำคัญติดกำแพงพระนคร มีร้านค้าทั้งบนบกและแพริมน้ำ ชาวจีนที่มาใหม่ก็จะได้รับความช่วยเหลือจากชาวจีนที่มาอยู่ก่อน เริ่มต้นด้วยเป็นกรรมกรแบกหาม ขายของหาบเร่ จนขยับขยายไปในอาชีพอื่นๆ ต่อไป


    เดินต่อมาออาจมีสะดุ้งเมื่อเห็นชายชาวจีนไว้ผมครึ่งศีรษะหางเปียยาวตัวใหญ่กำลังแบกหามอย่างแข็งขัน


    และทุกที่ที่คนจีนไปอยู่ จะมีศาลเจ้าที่เป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจ กราบไหว้บรรพบุรุษให้ช่วยปกป้องคุ้มครองและให้ประสบความสำเร็จ


    คนไทยสมัยก่อนมักใช้ภาชนะต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นขันน้ำ พานรอง ทัพพี เชิงเทียน เชี่ยนหมากเป็นเครื่องทองเหลือง ซึ่งคนไทยเป็นผู้ผลิตแต่เนื่องจากไม่ถนัดการค้าขาย คนจีนจึงเป็นคนกลางในการค้าให้ และหากคนจีนได้ภรรยาเป็นคนไทยก็ช่วยให้การค้ายิ่งคล่องตัวขึ้น


    ร้านชำในสำเพ็งส่วนมากขายอาหารแห้งและผลไม้หมักดอง รวมทั้งผลไม้สดซึ่งถือว่ามีราคาแพง และขายให้กับคนจีนเป็นหลักแต่ต่อมาก็แพร่ขยายมาสู่คนไทย


    อาชีพหาบก๋วยเตี๋ยว ก๋วยเตี๋ยวเป็นอาหารเส้นทำจากแป้งข้าวเจ้า กินกับน้ำแกงและมีเครื่องประกอบต่างๆ คนจีนแต้จี๋วนำมาเผยแพร่จนเป็นที่นิยม ต้องเดินเร่ขาย สมัยก่อนต้องนำชามมาเอง


    ร้านเครื่องกระเบื้องถ้วยชาม เป็นสินค้าที่นำมาจากเมืองจีน เป็นการสั่งทำพิเศษสำหรับชนชั้นสูงและคนทั่วไป ขายร่วมกับสินค้าราคาแพงอื่นๆ เช่นผ้าแพร เครื่องแก้ว



    หาบจุ๋ยก้วย คือขนมถ้วยแบบจีน ทำจากแป้งข้าวเจ้านึ่งสุก เวลาขายจะตักใส่กระทงโรยกระเทียม หัวไช่โป๊ว ซีอิ๊วดำ อิ่มท้องและราคาถูก


    ร้านข้าวต้ม คนจีนนิยมกินข้าวต้มเป็นอาหารหลัก กินกับกับข้าวง่ายๆ กินข้าวให้มากกินกับให้น้อย ราคาไม่แพง มีทั้งหาบเร่และเพิง คนไทยเรียกว่าข้าวต้มกุ๊ย


    คนสานโคม โคมใช้แขวนตามร้านค้าและใช้ในพิธีต่างๆ จึงต้องมีคนทำและเขียนตัวอักษรสีแดงชื่อร้าน ตัวอักษรสีน้ำเงินสำหรับงานศพ ในสำเพ็งมีชื่อตรอกโรงโคมเพราะมีคนสานโคมเป็นอาชีพมาก


    หลังพ.ศ.2500 มีเรือกลไฟขนส่งสินค้าและผู้โดยสารจากจีนตอนใต้มากรุงเทพฯ เป็นประจำหลายเส้นทาง ทำให้ชาวจีนซัวเถาและไหหลำเดินทางมาเป็นจำนวนมาก และเป็นกลุ่มคลื่นลูกใหม่ที่สำคัญต่อเศรษฐกิจใหม่ต่อจากรุ่นเจ้าสัวเก่า


    ยุคเรือกลไฟนี้ทำให้สำเพ็งเจริญเป็นอย่างมาก เป็นการเปิดการค้าเสรีตามแนวตะวันตกซึ่งชาวจีนปรับตัวได้ดี และด้วยความทรหดอดทนทำการค้าขายโดยเฉพาะการค้าข้าวจนกลายเป็นสินค้าออกอันดับหนึ่ง และขยายไปสู่ธุรกิจอื่นๆ สร้างความแข็งแกร่งให้เศรษฐกิจไทย


    ถนนเยาวราช พ.ศ. 2490-2500 ศูนย์กลางธุรกิจและความบันเทิงชั้นนำของไทย


    ในรัชสมัยรัชกาลที่5 ทรงนำประเทศผ่านวิกฤตการล่าอาณานิคมของมหาอำนาจตะวันตก โดยพัฒนาบ้านเมืองให้ทันสมัยแบบตะวันตก ยกเลิกระบบเจ้าภาษีนายอาการเกือบทั้งหมด พ่อค้าจีนมีการปรับตัวได้ดีโดยได้รวมกลุ่มกันเป็นสมาคมภาษาหรือองค์กรสาธารณกุศล ได้มีการตัดถนนใหม่ขึ้นหลายสาย สร้างวัดจีนขึ้นครั้งแรก รวมทั้งโรงพยาบาล ธนาคาร หนังสือพิมพ์ โรงเรียนจีน ด้วย


    ในหลวงรัชกาลที่5 ทรงพระราชทานชื่อถนน “เยาวราช” อันหมายถึง “พระราชาผู้ทรงพระเยาว์” ซึ่งหมายถึงองค์รัชทายาทในขณะนั้นคือ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิรุณหิศ สยามมกุฏราชกุมาร


    บริเวณโถงพิพิธภัณฑ์ส่วนนี้ในตู้กระจกได้แสดงวิถีชีวิตชาวจีนในเยาวราชและสำเพ็งไว้ เช่นตลาด ซึ่งชาวจีนให้ความสำคัญเรื่องการเลือกอาหารที่มีคุณภาพดี มีประโยชน์ และการกินของดีของอร่อยเป็นความสุขของชีวิตอย่างหนึ่ง ซึ่งสินค้ามีราคาสูงแต่คุณภาพดี ภาพจำลองการสังสรรค์ เจรจาการค้า หรือแม้กระทั่งการเฉลิมฉลองแต่งงาน การรับรองแขกต้องจัดที่ภัตตาคารซึ่งเกิดขึ้นหลายแห่ง ที่ดังคือภัตตาคารห้อยเทียนเหลา โรงงิ้วอันเป็นแหล่งความบันเทิงของคนจีนและสอนคติธรรมผ่านเรื่องราวในประวัติศาสตร์ มีร้านโพยก้วยที่ให้บริการส่งจดหมายและเงินกลับไปบ้าน วัดจีนอันเป็นศูนย์รวมความศรัทธาของคนจีน จนสมัยรัชกาลที่5 พระสงฆ์จีนและคนจีนได้ร่วมกันสร้างวัดเล่งเน่ยยี่ทั้งในหลวงรัชกาลที่5 พระราชทานนาม “วัดมังกรกมลาวาส” ร้านจันอับอันเป็นขนมรสหวานที่เชื่อว่าเป็นสัญลักษณ์ของความสุขและความเจริญงอกงามได้ง่ายเช่นดั่งธัญพืช ร้านทอง ชาวจีนนิยมสะสมเงินทองเพื่อส่งกลับบ้านและสร้างตัว สมัยก่อนคนจีนเป็นต่างด้าวไม่สามารถซื้อที่ดินได้ จึงซื้อทองเก็บไว้ โรงเรียนจีนที่สอนภาษาและวัฒนธรรมให้แก่ลูกหลานชาวจีน หนังสือพิมพ์จีนที่เผยแพร่ข่าวสารสถานการณ์จากจีนแผ่นดินใหญ่ และโรงพยาบาลเพื่อคนยากไร้ที่ไม่แสวงผลกำไร ช่วยเหลือชาวจีนที่รายได้น้อยอย่างเทียนฟ้ามูลนิธิ การตั้งศาลเจ้าอันเนื่องมาจากความศรัทธาจึงก่อเกิดกิจการสาธารณกุศล



    ห้องถัดไปเป็นโลกเศรษฐกิจสมัยใหม่ของจีน จะแสดงภาพชาวจีนที่อพยพมาและแปลงสัญชาติเป็นคนไทย จากชาวจีนก็ได้กลายเป็นคนไทยเชื้อสายจีนต่อมา บริเวณนี้มีรูปลูกหลานชาวจีนที่ทำการค้าประสบความสำเร็จในอาชีพต่างๆ และภาพเหล่าทายาทชาวจีนรุ่นใหม่ที่ประสบความสำเร็จจนเป็นเจ้าสัว หากใครอยากฟังเรื่องเล่าชีวิตและคุณประโยชน์ของท่านเหล่านั้นก็มีหูฟังแล้วจึงกดปุ่มเลือกบุคคลได้



    ต่อมาเป็นห้องนิทรรศการเทิดพระเกียรติในหลวง ที่ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณต่อชาวจีนมาตลอด ใกล้ทางออกมีโคมแดงสวยงาม มีตู้แสดงสถานที่สำคัญ อาหารอร่อย เทศกาล มีโต๊ะวางกระบอกเสี่ยงเซียมซี หรือจะถ่ายรูปโดยสวมเครื่องประกอบศีรษะแบบจีนแล้วแต่ชอบก็ได้ นอกจากนี้ยังมีละครเวที ตาได้เล่าให้หลานฟังถึงการเดินทางจากประเทศจีนด้วยความยากลำบากก่อนจะสุขสบาย



    พิพิธภัณฑ์นี้นอกจากจะได้รู้ที่มาของชนชาติจีนในประเทศไทยแล้วยังได้รู้ถึงความทรหดอดทน ความไม่ย่อท้อต่อความยากลำบากเพื่อชีวิตที่ดีกว่า ความกตัญญูต่อพ่อแม่บรรพบูรุษ ความรักชาติและรักษาวัฒนธรรมของตน สิ่งเหล่านี้ที่ทำให้ประสบความสำเร็จ ซึ่งควรยึดเป็นแบบอย่างเพื่อนำความสำเร็จมาสู่ชีวิต.

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

วิถีชาวจีนผู้ทรหด ที่ศูนย์ประวัติศาสตร์เยาวราช วัดไตรมิตรวิทยารา

วิถีชาวจีนผู้ทรหด ที่ศูนย์ประวัติศาสตร์เยาวราช วัดไตรมิตรวิทยารา

สยามมีคนจีนอาศัยอยู่ตั้งแต่สมัยอยุธยา เนื่องมาจากความแร้นแค้นในประเทศจีน ที่ทำให้ผู้คนต้องดิ้นรนเพื่อความอยู่รอด โดยหาพื้นที่ใหม่ที่มีความอุดมสมบูรณ์ ตั้งหลักปักฐาน และสยามก็มีความสมบูรณ์พร้อม ปัจจุบันมีคนไทยเชื้อสายจีนอยู่เป็นจำนวนมาก

อ่าน 3,739 คน SHARE ความคิดเห็น
วันหยุดนี้ไปเที่ยววัดไตรมิตรวิทยาราม

วันหยุดนี้ไปเที่ยววัดไตรมิตรวิทยาราม

วัดไตรมิตรวิทยาราม อยู่ที่ถนนเจริญกรุง (ใกล้หัวลำโพง) โดยภายในวัดไตรมิตรวิทยารามนั้นเป็นที่ประดิษฐานพระสุโขทัยไตรมิตร พระพุทธรูปทองคำที่เรียกว่า "ทองเนื้อเจ็ดน้ำสองขา"

อ่าน 9,847 คน SHARE ความคิดเห็น
นมัสการพระพุทธรูปทองคำสุโขทัยไตรมิตร ที่วัดไตรมิตรวิทยาราม

นมัสการพระพุทธรูปทองคำสุโขทัยไตรมิตร ที่วัดไตรมิตรวิทยาราม

วัดไตรมิตรวิทยาราม เป็นพระอารามหลวงชั้นโท ชนิดวรวิหาร เป็นวัดโบราณสร้างเมื่อสมัยใดไม่ปรากฏหลักฐาน เดิมมีชื่อว่า วัดสามจีนใต้

อ่าน 9,708 คน SHARE ความคิดเห็น
กลับขึ้นด้านบน