Travel Update :

แนะนำ6 เส้นทาง...พอเพียง ตอน "เลาะเลี้ยว...เที่ยวพอเพียง" มหาสารคาม - ร้อยเอ็ด - ขอนแก่น


เลาะเลี้ยว เที่ยวพอเพียง มหาสารคาม - ร้อยเอ็ด - ขอนแก่น (อีสานกลาง) ไหว้พระธาตุ 4 เมือง รุ่งเรืองตลอดชีวิต ย้อนรอยไดโนเสาร์กลางเมืองอีสาน ณ พิพิธภัณฑ์สิริธร ซอกแซก ตรอกซอย ชิมของอร่อย เมืองร้อยเอ็ด

      โปรแกรมการเดินทาง : ออกเดินทางวันที่ 11-13 สิงหาคม 2555

      วันแรก กรุงเทพฯ– มหาสารคาม– พิพิธภัณฑ์เรือนอีสาน- พิพิธภัณฑ์นครจำปาศรี- พระธาตุนาดูน- พระเจดีย์ทราย (วัดป่ากุง)- ร้อยเอ็ด

      06.00 น. พร้อมกัน ณ หน้า 7 ELEVEN ในปั้ม ปตท.ถนนวิภาวดี-รังสิต (ตรงข้ามมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย) เจ้าหน้าที่ คอยให้การต้อนรับ และอำนวยความ สะดวกด้านกระเป๋าเดินทาง และสัมภาระอื่น ๆ

      06.30 น. ออกเดินทางโดย รถโค้ชปรับอากาศ สู่ จังหวัดมหาสารคาม โดยใช้เส้นทางหลักหมายเลข 2 พร้อมบริการอาหารเช้า (1) แบบปิกนิคพร้อมเครื่องดื่ม

      12.00 น. รับประทานอาหารกลางวัน (2) ณ สถาบันวิจัยวลัยรุกขเวช อ.นาดูน จ.มหาสารคาม

      13.00 น. ชมความสวยงามของ พิพิธภัณฑ์เรือนอีสาน พิพิธภัณฑ์นครจำปาศรี เป็นสถานที่จัดแสดงเรื่องราวความเป็นมาและพัฒนาการของเมืองโบราณนครจำปาศรีนมัสการ พระธาตุนาดูนพุทธมณฑลอีสาน อานิสงส์ที่ได้รับ “เพิ่มพูนบารมี ศูนย์รวมความดีบารมีแดนอีสาน”

      15.30 น. เดินทางไปนมัสการ พระเจดีย์ทราย (วัดป่ากุง) เป็นสิ่งมหัศจรรย์ที่สวยงาม วิจิตรพิสดารหาที่ใดเสมอเหมือนและเป็นแหล่งท่องเที่ยวอันสวยงามเลียนแบบ เจดีย์โบโรบูโด (บรมพุทโธ) ที่เกาะชวา อินโดนิเซีย งดงามดั่งเทพบันดาล ดูคล้ายเมืองสวรรค์ทั้ง 7 ชั้น ตระการตา

      17.00 น. นำท่านเข้าสู่ที่พัก โรงแรมร้อยเอ็ด ซิตี้ หรือเทียบเท่า นำสัมภาระเข้าเก็บ พักผ่อนตามอัธยาศัย รับประทานอาหารค่ำ (3) ณ ร้านอาหารริมบึง หลังจากนั้นพักผ่อนตามอัธยาศัยราตรีสวัสดิ์

      วันที่สอง ร้อยเอ็ด-พระมหาเจดีย์ชัยมงคล-พระธาตุยาคู-พิพิธภัณฑ์สิรินธร–ศึกษาซากดึกดำบรรพ์ไดโนเสาร์-ขอนแก่น

      6.00 น. นั่งรถสามล้อชม ซอกแซก ตรอกซอย ชิมของอร่อย เมืองร้อยเอ็ด ไปฟังเสียงนาฬิกาโหวด และชิม อาหารเช้า (4) แบบดั้งเดิมเมืองร้อยเอ็ด พร้อมกับชมความงามของ บึงพลาญชัย

      8.30 น. เดินทางกลับสู่ที่พัก จัดเก็บสัมภาระและ Check out ออกเดินทางไป อ.หนองพอก

      10.00 น. ชมความยิ่งใหญ่งดงามของ พระมหาเจดีย์ฯที่ใหญ่ที่สุดในภาคอีสาน บนยอดผาน้ำย้อย กราบนมัสการ พระมหาเจดีย์ชัยมงคล อานิสงส์ที่ได้รับ “เสริมมงคลให้ชีวิต อลังการพระมหาเจดีย์ชัยมงคล เสริมส่งมงคลท่วมท้นชัยชนะ ด้วยพุทธานุภาพแห่งองค์สมเด็จพระผู้มีพระภาคเจ้า

      12.00 น. รับประทานอาหารกลางวัน (5) ณ ร้านอาหารพิศมัยไก่ย่าง

      13.00 น. ออกเดินทางมุ่งหน้าสู่ จังหวัดกาฬสินธุ์ชม พระธาตุยาคู อ.กลมาไสย จ.กาฬสินธุ์ กราบนมัสการพระธาตุยาคู เจดีย์ที่ใหญ่ที่สุดในเมืองฟ้าแดดสงยางสมัยทวารวดี อานิสงส์ที่จะได้รับ “ร่มเย็นเป็นสุข สักการะพระธาตุโบราณ เบิกบานร่มเย็น อัศจรรย์บูชาพระธาตุโบราณ ชีวิตเบิกบาน สมบูรณ์พูนสุข”

      15.00 น. ออกเดินทางไป พิพิธภัณฑ์สิรินธร สถานที่รวบรวมและจัดแสดงฟอสซิลที่ค้นพบจากแหล่งขุดค้นไดโนเสาร์ภูกุ้มข้าว ชมและ ศึกษาซากดึกดำบรรพ์ ไดโนเสาร์ ซึ่งมีมากกว่า 700 ชิ้น (ประมาณ 7 ตัว) พร้อมเรียนรู้ด้านธรณีวิทยา

      17.00 น. เดินทางเข้าสู่ที่พัก โรงแรมโฆษะ ขอนแก่น หรือเทียบเท่า รับประทานอาหารค่ำ (6) ณ ร้านอาหารบัวหลวง ณ บึงแก่นนคร จังหวัดขอนแก่น หลังอาหารนำท่านเดินทางกลับที่พัก พักผ่อนตามอัธยาศัย นอนหลับฝันดี ราตรีสวัสดิ์

      วันที่สาม พระธาตุขามแก่น – บึงแก่นนคร – กรุงเทพฯ

      7.00 น. รับประทานอาหารเช้า (7) ณ ห้องอาหารของโรงแรม

      8.00 น. ออกเดินทางไป วัดเจติยภูมิ (พระธาตุขามแก่น) กราบนมัสการพระธาตุขามแก่น ที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ ซึ่งเป็นที่มาของชื่อ “เมืองขอนแก่น"อานิสงส์ที่จะได้รับ “เรื่องร้ายกลายเป็นดีดุจดังแก่นขามตายแล้วฟื้น รักยั่งยืน โรคภัยไม่มี หลีกลี้ห่างหาย”

      10.00 น. ออกเดินทางไป บึงแก่นนคร กราบนมัสการพระบรมสารีริกธาตุ ณ พระมหาธาตุแก่นนคร (เจดีย์ 9 ชั้น) อานิสงส์ที่จะได้รับ “ก้าวหน้ารุ่งเรือง สักการะพระ ธาตุ 9 ชั้น ก้าวหน้ารุ่งเรืองเปรียบดังบูชาองค์สัมมาสัมพุทธเจ้าบนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์” ความสำคัญ : สร้างขึ้นในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงครองสิริราชสมบัติครบ 50 ปีและมหามังคลานุสรณ์ 200 ปี

      11.00 น. ออกเดินทางไป ซื้อของฝากของที่ระลึก ร้านค้าในเมือง

      11.30 น. รับประทานอาหารกลางวัน (8) ร้านรสวิเศษไก่ย่าง

      13.00 น. ออกเดินทางไปชม ผ้าไหมชนบท อำเภอชนบท จังหวัดขอนแก่นเป็นอำเภอที่มีชื่อเสียงด้านการทำผ้าไหม จึงมีคำขวัญอำเภอชนบท ว่า ชนบทเมืองไหม เที่ยวไปภูระงำ น้ำศักดิ์สิทธิ์ภูหัน ดูตะวันหนองกองแก้ว การทอผ้าไหมมัดหมี่เป็นสืบทอดการทอผ้ากันตั้งแต่รุ่นปู่ รุ่นย่า การถ่ายทอดฝืมือการทอผ้า ก็จะมี หลายกลุ่ม ลวดลายก็จะแตกต่างกันไปตามสมัยนิยม ตามความสามารถของแต่ละบุคคล แต่ละหมู่บ้านจึงจะเห็นการคิด

      การพัฒนาเรื่องการทอผ้าไหมมัดหมี่ ที่ไม่เคยหยุดนิ่ง แต่ตรงกันข้ามการพัฒนาลายผ้าก็ยิ่งสวยงาม สีสรร รูปแบบก็มีการปรับปรุงให้เหมาะกับยุดสมัยตามความนิยม ให้เข้ากับการใช้งานของแต่ละกลุ่มอาชีพ กลุ่มสังคมที่แตกต่างกันไปลวดลายผ้าจึงมีหลากหลายรูปแบบให้เลือก ยกตัวอย่าง เช่น ผ้าไหมลายนกยูง ของคุณแมว คนตำบลศรีบุญเรือง อำเภอชนบท ขอนแก่น ได้ออกแบบ ลายนกยูง แล้วลองทดลองทอเป็ผืนผ้าไหมลายนกยูง เมื่อทอแล้วจะเห็นจุดบกพร่องที่ยังไม่สวยงามหรือสีลวดลายยังไม่ถูกต้องก็ปรับปรุงแก้ไขลวดลายเพิ่ม แต่งสีเพิ่มเติมจน สวยงามถูกใจผู้ซื้อในปัจจุบัน

      ร่วมกิจกรรม “ทอผ้าไหมมัดหมี่ ตามแนวพระดำริ”

      14.30 น. ออกเดินทางจากอำเภอชนบท เข้าสู่ กรุงเทพฯ

      18.00 น. ถึง อ.มวกเหล็ก จ.สระบุรี ชม ชิม และช้อปสินค้าของที่ระลึก ของฝากตามอัธยาศัย อิสระรับประทานอาหารค่ำ

      21.00 น. ถึง กรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพ พร้อมกับความประทับใจมิรู้ลืม ...................

      สนท.ก้าวไกล ร่วมใจสามัคคี

      อัตรานี้รวม ค่ารถโค้ชปรับอากาศ vip เดินทางไป – กลับ / ค่าที่พัก 1 คืน / ค่าอาหาร 6 มื้อ (ตามที่ระบุในรายการ)
      ค่าเครื่องดื่ม และ ของว่าง / ค่าธรรมเนียมเข้าชมสถานที่ต่างๆ / ค่ามัคคุเทศก์ และ ผู้ช่วย
      ค่าประกันการเดินทาง ท่านละ 1,000,000 บาท
      ค่ารักษาพยาบาล ท่านละ 500,000 บาท (ความรับผิดชอบไม่เกิน 10,000,000 บาท / ครั้ง)

      อัตราค่าบริการ ผู้ใหญ่ ท่านละ 4,499 บาท
      เด็กอายุต่ำกว่า 12 ปี พักกับผู้ปกครองไม่มีเตียง ท่านละ 3,400 บาท
      พักเดี่ยวเพิ่ม ท่านละ 1,500 บาท


ข้อมูลโดย : การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ภูมิภาค ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
เว็บไซต์ : www.เที่ยวอีสาน.com/

บทความที่เกี่ยวข้อง

กลับไป ด้านบน

Thaiza update: