Travel Update :

เยี่ยมชมความงาม ของ 'พระราชวังต้องห้าม' ยิ่งใหญ่ อลังการ

เยี่ยมชมความงาม ของ "พระราชวังต้องห้าม" ยิ่งใหญ่ อลังการ

ยังคงเดินทางท่องเที่ยวกันต่อในสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญของเมืองปักกิ่ง ประเทศจีน ซึ่งวันนี้จะพาไปทำความรู้จักกับพระราชวังกู้กง หรือพระราชวังต้องห้าม ( forbidden city) สำหรับการเดินทางมาเที่ยวที่พระราชวังต้องห้ามสามารถเข้าออกได้ 2 ประตู คือ ประตูทิศใต้เรียกว่า อู่เหมิน ( Meridian Gate/ Wumen) ฝั่งที่มาจากจัตุรัสเทียนอันเหมิน และประตูทิศเหนือเรียกว่า เสินอู่เหมิน (Gate of Heavenly purity Shenwumen) สนุกเหมือนฝั่งตรงข้ามกับสวนจิงซาน (Jingsan park) การเดินทางใช้รถไฟฟ้าใต้ดิน Line 1 Tiananmen East ทางออก A หรือTiananmen West ทางออก B จากนั้นเดินผ่านซุ้มประตูเทียนอันเหมินเข้ามาก่อนที่จะเจอ ที่จำหน่ายตั๋วอยู่ด้านในซ้ายมือหรือเดินมาจากจัตุรัสเทียนอันเหมิน


     ก่อนที่จะเข้าสู่พระราชวังต้องห้ามเราจะผ่านประตูเทียนอันเหมินหรือพลับพลาเทียนอันเหมินซึ่งเป็นสัญลักษณ์อย่างหนึ่งของประเทศจีนปรากฏตามสื่อทั่วไปคือพลับพลาสีแดงที่มีรูปภาพขนาดใหญ่ของประธานเหมาเจ๋อตุงประดับอยู่เหนือซุ้มประตูเทียนอันเหมินแห่งนี้เมื่อผ่านเข้าไปก็จะไปซื้อตั๋วเพื่อเข้าชมพระราชวังต้องห้าม ในราคา 60 หยวน


     พระราชวังต้องห้าม อันยิ่งใหญ่และมีชื่อเสียงที่สุดแห่งหนึ่งของเมืองจีนที่คนไทย จะรู้จักกันในนาม พระราชวังต้องห้าม หรือพระราชวังโบราณ แต่ชาวจีนทั่วไปเรียกว่าพระราชวังกู้กง ซึ่งมีความหมายว่าพระราชวังเก่าแก่โบราณ แต่เดิมสถานที่นี้เคยเป็นที่ตั้งของพระราชวังหลวง ในสมัยราชวงศ์หยวน ต่อมาเมื่อราชวงศ์หยวนล่มสลายลง ราชวงศ์หมิงจึงสถาปนาขึ้นมาแทน โดยจักรพรรดิหงอู่ ทรงย้ายเมืองหลวงจากปักกิ่งไปตั้งที่หนานจิง และมีดำริให้ทำการรื้อถอนพระราชวังออกด้วย แต่มาในรัชสมัยจักรพรรดิหย่งเล่อ พระราชโอรสของจักรพรรดิหงอู่ ก็ได้ย้ายเมืองหลวงกลับมาตั้งที่ปักกิ่งดังเดิมและทรงสั่งให้ก่อสร้างพระราชวังใหม่ขึ้นในปี ค.ศ. 1406 โดยใช้เวลาสร้างนานกว่า 14 ปีใช้แรงงานมากกว่า 1 ล้านคน และใช้ช่างฝีมือกว่า 100 คน อีกทั้งนำวัสดุในการก่อสร้างชั้นดีมาจากทั่วสารทิศของจีนจนได้กลายมาเป็นพระราชวังต้องห้ามอันยิ่งใหญ่แห่งนี้


     พระราชวังต้องห้ามตั้งอยู่ภายในกำแพงที่มีความสูงถึง 9 เมตร โอบล้อมทั้ง 4 ด้านเป็นรูปทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้ากว้าง 1 เมตร ด้านข้างยาว 1.5 กิโลเมตร และมีคูน้ำห้อมล้อมกำแพงอีกชั้นหนึ่ง ภายในพระราชวังแบ่งออกเป็น 2 ส่วนคือวังหน้าเป็นเขตที่จักรพรรดิออกว่าราชการและวังในเป็นเขตของเหล่าสนมนางในซึ่งประกอบไปด้วยพระตำหนักพระที่นั่งท้องพระโรงและสวนหลายแห่ง พระราชวังแห่งนี้เป็นวังหลวงของราชวงศ์หมิงและราชวงศ์ชิงสืบต่อกันมาเกือบ 500 ปีโดยเป็นที่ประทับขององค์จักรพรรดิของสองราชวงศ์รวม 24 พระองค์


     ในอดีตพระราชวังแห่งนี้ไม่อนุญาตให้บุคคลภายนอกเข้าไปด้านในจึงได้ชื่อว่าเป็นพระราชวังต้องห้ามจนกระทั่งเปลี่ยนแปลงการปกครองเป็นระบอบสาธารณรัฐจึงเปิดให้นักท่องเที่ยวสามารถเข้ามาชมความงามและความยิ่งใหญ่ของพระราชวังแห่งนี้ในรูปแบบของพิพิธภัณฑ์พระราชวัง หรือ palace museum ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1949 เป็นต้นมา


     ในการเดินเที่ยวชมความงามของพระราชวังต้องห้ามจะมีหลายส่วนให้เราได้เดินชมทั้งสถาปัตยกรรมการตกแต่งเราจะเห็นพระตำหนักต่างๆภายในพระราชวังซึ่งมีความเป็นมาที่สำคัญสืบเนื่องสืบต่อกันมายาวนาน และเดินไปจนถึง จุดสุดท้ายของพระราชวังต้องห้ามคือสวนอวี้ฮัวหยวน เป็นเขตสวนอวี้ฮัวหยวน หรือสวนในพระตำหนักในสวนแห่งนี้มีความร่มรื่นด้วยต้นสนขนาดใหญ่ที่มีอายุหลายร้อยปีจุดที่น่าสนใจคือต้นสนคู่รัก ที่มีลักษณะโน้มเข้าหากันในสมัยพระจักรพรรดิปูยี ซึ่งเป็นจักรพรรดิองค์สุดท้ายของจีน ได้ฉายพระรูปคู่กับพระมเหสี ที่ต้นสนคู่นี้ นอกจากนี้ยังมีสวนหินขนาดใหญ่ทั้งซ้ายขวาและมีศาลาเก๋งจีนตั้งอยู่ภายในบริเวณนี้ด้วย






บทความที่เกี่ยวข้อง

กลับไป ด้านบน

Thaiza update: