Travel Update :

มหัศจรรย์หัตถศิลป์ไทย กับงาน ศิลป์แผ่นดิน ครั้งที่ 6 ณ พระที่นั่งอนันตสมาคม


มหัศจรรย์หัตถศิลป์ไทย กับงาน ศิลป์แผ่นดิน ครั้งที่ 6 ณ พระที่นั่งอนันตสมาคม

เป็นอีกครั้งหนึ่งที่ฝีมืออันละเอียดอ่อนทางศิลปหัตถกรรมของคนไทยได้มาอวดสายตาชาวโลกอีกครั้ง กับงาน“ศิลป์แผ่นดิน” ที่จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 6 ณ พระที่นั่งอนันตสมาคม ตั้งแต่วันที่ 14 มิถุนายน 2559 เวลาเข้าชม 10.00-17.00น. ปิดวันจันทร์ วันปีใหม่ สงกรานต์และวันรัฐธรรมนูญ บัตรราคา 150 บาท นักเรียน นักศึกษาและผู้สูงอายุ 75 บาท แต่งกายสุภาพห้ามนุ่งขาสั้น หญิงสวมกระโปรงหรือผ้าซิ่น

    การเดินทางไปนั้นสามารถขึ้นรถเมล์เช่น 28 108 12 72 ที่ผ่านสวนสัตว์ดุสิต หรือมาทางพระบรมรูปทรงม้า แล้วจึงเดินเข้าไปพระที่นั่ง หรือจะนั่งวินมอเตอร์ไซค์เข้าไปก็ได้ จะเห็นพระที่นั่งตระหง่าน วันที่มาเป็นวันแรกจึงคราคร่ำไปด้วยผู้คนโดยเฉพาะกรุ๊ปทัวร์ชาวต่างชาติมาลงกันหลายกลุ่ม และดูตื่นตาตื่นใจกันมาก



    งานนี้ห้ามถ่ายภาพด้านใน จึงไม่อนุญาตให้นำมือถือและกล้องเข้าไปถ่ายภาพ ภาพภายในสามารถดูได้จากแผ่นพับประชาสัมพันธ์เท่านั้น ซึ่งของจริงมีความงดงามอย่างมาก การแต่งกายต้องสุภาพ หากผู้หญิงใส่กางเกงหรือขาสั้นต้องเปลี่ยนเป็นผ้าซิ่นสีสวยซึ่งมีจำหน่ายอยู่ผืนละ 50 บาท แล้วจึงเข้าคิวซื้อบัตรเก็บของที่ล็อกเกอร์ให้เรียบร้อย จากนั้นจึงเข้าสู่ตัวพระราชวัง ก่อนที่อากาศที่จากสว่างเริ่มมืดครึ้ม จึงขอไปถ่ายมุมสวยของพระที่นั่ง และพระตำหนักที่สร้างขึ้นมาพิเศษด้านข้าง ซึ่งมีความสวยงามอร่ามทั้งองค์เมื่อกระทบแสงอาทิตย์ก่อน



    ด้านในพระตำหนักงามด้วยศิลปะอิตาเลียน จิตรกรรมบนเพดานยิ่งสวยงามวิจิตร เมื่อมีศิลปะชั้นสูงของแผ่นดินประดับไว้ตามพื้นที่มุมต่างๆ แล้วราวกับแดนสวรรค์ทีเดียว ในการเข้าชมแต่ละจุดงานนั้นจะมีหูฟังบรรยายความเป็นมาและจุดเด่นของศิลปะที่ใช้สร้างสรรค์ จำนวนคนรังสรรค์และระยะเวลาผลิตงาน ซึ่งบางชิ้นนานถึง 2 ปี ใช้คนเกือบ 100 คน



    งานศิลป์ที่จัดแสดงเป็นศิลปะในสมัยรัชกาลที่9 สร้างสรรค์โดยสถาบันสิริกิติ์ สวนจิตรลดา ซึ่งเกิดจากสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถทรงเยี่ยมราษฎรพร้อมพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้ทรงเห็นฝีมือหัตถกรรมภูมิปัญญาชาวบ้านในหลายพื้นที่ชนบทและทรงชื่นชมฝีมือและนิสัยของคนไทยที่มีความรักศิลปะ จึงทรงมีพระดำริที่จะให้ชาวบ้านเหล่านี้ได้มาฝึกฝนศิลปหัตถกรรมชั้นสูง ได้มีรายได้เสริมและยังเป็นการสืบทอดศิลปะชั้นสูงให้ยืนยงคงอยู่ต่อไป จึงเป็นที่มาของมูลนิธิศิลปาชีพในสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถในปีพ.ศ. 2519 ต่อมาได้จัดตั้งเป็นโรงฝึกศิลปาชีพสวนจิตรลดาจากโรงฝึกเล็กๆ ได้ขยายไปเป็นหลายสาขารวม 23 สาขา อาทิ ถมทอง คร่ำ เครื่องเงิน เครื่องทอง ลงยาสี จักสานย่านลิเภา แกะสลักไม้และแกะตุ๊กตาไม้ ตกแต่งปีกแมลงทับ ปักผ้า ทอผ้า ฯลฯ จนกระทั่งในปีพ.ศ. 2553 รัฐบาลได้ประกาศยกสถานะขึ้นเป็น “สถาบันสิริกิติ์” เพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติในโอกาสสมเด็จพระราชินีนาถทรงเจริญพระชนมายุ 80 พรรษาในพ.ศ. 2555 ศิลปะตกแต่งปีกแมลงทับ มีกรรมวิธีหลายขั้นตอนตั้งแต่การเลือกปีก คัดสี เตรียมปีก แมลงทับที่ได้มาต้องมาจากแมลงทับที่ทิ้งตัวตายตามธรรมชาติ จึงจะมีความคงทน มีเหลือบมันวาว สีสันสวยงาม แล้วจึงเตรียมปีกให้แข็งแรงไม่กรอบจึงนำไปใช้ประกอบงานอื่น เช่นสาน หรือในงานแกะสลักไม้



    บุษบกมาลา ที่ใช้ศิลปะหลายแขนงสร้างสรรค์งาน



    วานเรศบวรอาสน์ เป็นพระที่นั่งที่จำลองแบบมาจากพระที่นั่งสมัยรัชกาลที่1 ที่เป็นไม้สลักปิดทองแต่ได้มาดัดแปลงโดยใช้ศิลปะคร่ำทอง เป็นการประดิษฐ์ลวดลายโดยฝังเส้นเงินหรือทองคำลงบนโลหะที่เป็นเหล็กด้วยเทคนิคโบราณ



    ศิลปะเครื่องเงินเครื่องทอง ช่างต้องมีความชำนาญในการขึ้นรูปทั้งแผ่นเงินแผ่นทองให้ได้รูปทรงและสัดส่วนตามที่ต้องการ



    ศิลปะการลงยาสี การเริ่มต้นต้องขึ้นรูปตามแบบที่ต้องการจากโลหะ จะต้องกำหนดให้มีขอบกั้นสูงพอเหมาะกับพื้นผิว เพื่อให้มีพื้นที่จะลงยาสีได้



    ศิลปะการถมทอง เริ่มจากการตีแผ่นเงินเพื่อขึ้นรูปทรงแล้วจึงแต่งลวดลายโดยสลักให้พื้นผิวเป็นร่อง แล้วใช้วิธีเขียนลาย กัดกรดแล้วจึงนำยาถมมารมด้วยความร้อน



    ฉากถมทองเรื่องรามเกียรติ มีลักษณะเด่นคือมีการหนุนตัวละครให้สูงขึ้นจากพื้นหลังทำให้มีมิติ



    ศิลปะการแกะสลักไม้และตุ๊กตาไม้ เป็นเรื่องสังข์ทองด้านหนึ่งและป่าหิมพานต์อีกด้านหนึ่ง ทำจากไม้โมกมัน ไม้สัก และไม้อุโลก





    ฉากปักไหมน้อยเรื่องอิเหนา มีขนาดใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยทำมา มีการประดับเลื่อมและอัญมณีเพิ่มเติม เป็นการใช้ไหมชั้นในสุดที่มีความมันวาวและสวยงามมาปักอย่างละเอียดประณีตมีมิติอลังการมาก



    งานจักสานย่านลิเภา ย่านลิเภาเป็นไม้เลื้อยชนิดหนึ่งของทางใต้ มีความเหนียวทนทานเหมาะกับการจักสาน คนไทยนิยมนำมาใช้ทำเครื่องจักสานมาแต่ต้นกรุงรัตนโกสินทร์ และในสมัยรัชกาลที่5 ก็มีการพัฒนาเป็นศิลปะการจักสานระดับสูง มีการตกแต่งกระเป๋าด้วยโลหะของมีค่าเช่น ทองคำ เงิน นาก งานย่านลิเภาเป็นงานที่ต้องใช้ความอดทนสูง และยุ่งยากในการเตรียมวัสดุ



    ความน่าภาคภูมิใจอย่างหนึ่งของการเป็นคนไทยคือความมีศิลปะและความประณีตอยู่ในจิตวิญญาณแทบทุกคน จะเห็นได้จากการสืบทอดศิลปะจากรุ่นสู่รุ่นมาแต่โบราณกาล และพัฒนาต่อยอดงานให้มีความแข็งแรงคงทนและสวยงามยิ่งกว่าเดิม การได้มาเยี่ยมชมงานครั้งนี้จึงได้ทั้งชมความสวยงามและได้ภูมิใจกับความเป็นคนไทยยิ่งขึ้น ท่านสามารถหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับนิทรรศการได้ที่ www.artsofthekingdom.com หรือโทร.02-2839411 02-2839185.

กลับไป ด้านบน

Thaiza update: