Travel Update :

ด่านซานห่ายกวาน “ด่านแรกของกำแพงเมืองจีน”

ด่านซานห่ายกวาน เป็นจุดเริ่มต้นด้านทิศตะวันออกเฉียงเหนือของกำแพงเมืองจีนสมัยราชวงศ์หมิง ภายในอาณาเขตมีกำแพงยาว 26 กิโลเมตร ตั้งอยู่ทางด้านตะวันออกของเมืองฉินหวงต่าว 10 กว่ากิโลเมตร ด่านนี้สร้างขึ้นตั้งแต่ปีที่ 14 แห่งรัชศกหงอู่ (ค.ศ.1381 สมัยราชวงศ์ หมิง) สืบเนื่องถึงปัจจุบันก็เป็นเวลากว่า 600 ปีแล้ว ได้รับสมญาว่าเป็น “ด่านแรกของกำแพงเมืองจีน” มาแต่ไหนแต่ไรโบราณสถานกำแพงเมืองจีนเป็นแหล่งรวมความสุดยอดแห่งปราการเมือง





     ภายในด่านซานห่ายกวาน เต็มไปด้วยโบราณสถาน ทิวทัศน์สวยงามแปลกตาอากาศร่มรื่น ทั้งยังเป็นเมือง โบราณทางประวัติศาสตร์วัฒนธรรมและเป็นสถานที่ท่องเที่ยวตากอากาศที่ลือชื่อ ในเขตทัศนียภาพมีโบราณสถานที่มีคุณค่าแก่การบุกเบิกและพัฒนาให้เป็นแหล่งท่อง เที่ยวกว่า 90 แห่ง ในปีค.ศ.2000 เขตทิวทัศน์ด่านซานห่ายกวานได้ถูกจัดให้เป็นเขตท่องเที่ยวระดับ 4A รุ่นแรก ปี ค.ศ.2001 เมืองฉินหวงต่างซึ่งเป็นที่ตั้งของด่านได้ถูก จัดให้เป็นเมืองประวัติศาสตร์วัฒนธรรมระดับชาติอย่าง เป็นทางการ

     ด่านซานห่ายกวานเป็นด่านป้อมปราการที่สำคัญแห่งหนึ่งของกำแพงเมืองจีนยุคราชวงศ์หมิง อีกทั้งเป็นประตูด้านตะวันออกของเมืองซานห่ายกวาน ซึ่งเริ่มก่อ สร้างเมื่อรัชศกหงอู่สมัยราชวงศ์หมิง มีลักษณะเป็นหอสูง 2 ชั้น 3 ด้าน คือด้านเหนือ ด้านตะวันออกและด้านใต้ มีช่องยิงเกาทัณฑ์รวม 68 ช่อง เสากลมสีแดงประกอบ กับคานขื่อแกะสลักลวดลายงดงามวิจิตร เมื่อยืนอยู่บนหอสูง มองออกไปจะเห็นทิวทัศน์นอกด่านเป็นที่ราบโล่งกว้างไกลสุดสายตา

     เมื่อหันหน้ากลับมามองภายในด่านจะเห็นป้อมปราการ หอสูง ช่องทางมีอยู่หนาแน่นราวกับใยแมงมุม ทุกซอกทุกมุมเป็นที่ซุ่มกำลังทหารได้ทั้งนั้น มองขึ้นไปบนชัยภูมิหน้าด่าน ป้อมป้องกันศัตรู หอยิงเกาทัณฑ์ หอจุดไฟสัญญาณตั้งเรียงรายเชื่อมต่อถึง กันได้ทั้งมีเครื่องอุปกรณ์อย่างครบครัน เป็นป้อมปราการแข็งแกร่งในยุคสมัยซึ่งใช้อาวุธจำพวกมีดทวนดาบศร เป็นหลักในการทำศึก การมีกำลังทหารที่เกรียงไกรนับ ล้านก็เห็นจะไม่สามารถบุกทลวงป้อมปราการเช่นนี้ได้อย่างง่ายดาย





     การที่ด่านซานห่ายกวานได้รับการยกย่องว่าเป็นปราการด่านหมายเลขหนึ่งนั้น ไม่เพียงแต่เพราะมันเป็นปราการสำคัญแห่งแรกบนกำแพงเมืองจีนเท่านั้น ทั้งยังเพราะมีชัยภูมิอันเกรียงไกรและเบื้องหลังทางประวัติศาสตร์วัฒนธรรมที่สำคัญอย่างยิ่งอีกด้วย เมื่อก้าวเข้าสู่เขต ด่านซานห่ายกวานจะเผชิญหน้ากับบรรยากาศแห่งชัย ภูมิที่ทรงพลังเกรียงไกร มีอานุภาพตรึงตาตรึงใจเทือก เขาเยี่ยนซันที่สูงๆ ต่ำๆ ทอดตัวยาวเหยียด ราวกับทหาร หาญนับพันนับหมื่นห้อมล้อมแห่แหนจอมทัพผู้ประเสริฐ ยิ่งใหญ่ เคลื่อนตัวใกล้เข้ามา

     กำแพงหมื่นลี้ที่เลี้ยวลดคดเคี้ยวทอดยาวออกไป ดูราวกับหัวเทพมังกรที่กำลังยื่นออกจากก้อนเมฆ พุ่งตรงไปยังทะเลป๋อห่ายเพื่อดื่มน้ำ โดยหันหลังไปทางฟ้าสีเขียวอันกว้าง โอบกอดขุนเขา ยกชูด่านปราการอันสง่างามนี้ไว้อยู่ท่ามกลางแผ่นดินผืน ฟ้าสายน้ำและเมฆหมอก ขุนเขาสูงใหญ่น้ำทะเลเขียว คลึ้ม ช่างยิ่งใหญ่ตระการตายิ่งนัก


     เมื่อก้าวขึ้นสู่หอสูงของด่านซานห่ายกวาน มองไปทางทิศใต้ดูทะเลป๋อห่าย จะเห็นคลื่นทะเลซัดขึ้นซัดลงเป็นระลอก หันไปทางทิศเหนือเป็นกำแพงเมืองจีนที่ทอดยาว หายวับเข้าในกลีบเมฆ เมื่อเดินไปตามช่องทางเดินบนกำแพง ทันใดนั้นจะพบเห็นนักรบในชุดเกราะมือถือ มีดทวน เรียงรายอยู่ตามสองข้างทาง ดูราวกับว่าเรากำลังตกอยู่ในสมรภูมิโบราณ

     มิน่าเล่าบุคคลผู้เขียนป้ายด่าน “ปราการด่านแรกบนโลกหล้า” จึงไม่ยอมท้ิง ชื่อไว้นามไม่ลงวันเดือนปี มิเช่นนั้นในความรู้สึกนึก คิดของผู้คนอาจจะหยุดยั้งอยู่กับยุคสมัยครั้งนั้น เมื่อยืนอยู่บนกำแพงช่วงสมัยราชวงศ์หมิง (คริสต์ศตวรรษ ที่ 14-17) นี้ เราสามารถย้อนรำลึกถึงความยากลำบากในการก่อสร้างกำแพงเมืองจีนในสมัยราชวงศ์ฉิน (ก่อน คริสต์ศักราช 200 กว่าปี)

     เมื่อแหงนหน้าชมความยิ่งใหญ่ตระการตาของกำแพงเมืองจีนยุคราชวงศ์จิน (คริสต์ศ- ตวรรษที่ 12-13) ก็จะทำให้เราคิดถึงตำนานพื้นบ้านเรื่องสตรีเมิ่งเจียงหนี่ (ที่เล่าว่า เธอตามไปร่ำให้ที่ตีนกำแพงจน กำแพงทลายจนเห็นซากศพสามี) นอกจากนี้ยังสามารถค้นหาร่องรอยของกองทัพเผ่าแมนจูที่บุกทลวงเข้าสู่อาณาบริเวณของประชาชาติจีน (เมื่อค.ศ.1644) และอิ่มเอิบกับ ทัศนียภาพอันสวยงามสุดประมาณบนผืนแผ่นดิน จีน.......

ข้อมูลโดย นิตยสารแม่น้ำโขง

บทความที่เกี่ยวข้อง

กลับไป ด้านบน

Thaiza update: