|
การเดินป่า นับเป็นกิจกรรมที่สนุกสนานและท้าทายใช่หยอก จนทำให้หลายๆ คนติดอกติดใจ และบางคนที่ไม่เคย ก็อยากจะทดลองผจญภัยเพื่อเป็นประสบการณ์ครั้งหนึ่งในชีวิตดูบ้าง และเมื่อได้เดินทางเข้าป่า แน่นอนว่าคงไม่มีใครอยากหลงทางแน่ๆ ...เพราะเมื่อรู้ตัวว่าหลงป่าแล้ว ลองเดินทางต่อไปอีกหน่อย
วิธีการป้องกันไม่ให้หลงป่า
1.พยายามหมั่นตรวจสอบทิศทางการเดินอยู่เรื่อยๆ พยายามดูจากแดดเป็นหมาย แล้วหาทิศทางหลักของเส้นทางให้ได้ว่า คุณมุ่งหน้าไปทางใด เช่นหากมุ่งหน้าทางตะวันตก บางครั้งอาจเบี่ยงไปทางตะวันตกเฉียงเหนือหรือเฉียงใต้บ้าง แต่ ก็ยังถือเอาทิศตะวันตกเป็นหลักอยู่
2. เมื่อถึงทางแยก พยายามมองหาหมายที่เป็นจุดเด่น เช่น หน้าผา ต้นไม้ขนาดยักษ์ ลำธาร จดจำให้ได้ว่าคุณแยกทางซ้ายหรือทางขวาของหมายสังเกต ข้ามลำธารแล้วคุณทวนหรือตามน้ำ พยายามสร้างแผนที่การเดินทางไว้ในหัวคุณ จากเริ่มออกเดินจนถึงปัจจุบัน ซึ่งจะช่วยให้คุณตัดสินใจได้ถูกต้องขึ้น
3.เวลาต้องเผชิญกับสถานการณ์ที่คาดไม่ถึงความเหนื่อยจะตามมาด้วยความสะเพร่า ประมาท ขาดความระมัดระวัง ไปจนถึงเกิดความเฉื่อยชาไม่ยินดียินร้าย มิได้หมายความว่าห้ามเหนื่อย แต่คนเดินป่าทุกคนต้องตระหนักในกำลังของตนตลอดเวลา อย่าฝืน เพราะเรี่ยวแรงของ แต่ละคนไม่เท่ากัน ยิ่งเดินกับพวกเชี่ยวป่าอย่างชาวบ้าน หรือพรานพื้นบ้านยิ่งไปกันใหญ่ ถ้าเหนื่อยก็ควรพักสักครู่ ไม่เสียฟอร์มหรอกหากจะบอกให้คนหน้าหยุดรอสักหน่อย
4.เมื่อเดินทางเป็นคณะ พยายามลดฝีเท้าให้ใกล้เคียงกับคนเดินช้าที่สุด เดินเป็นแถวเรียงเดี่ยว ให้คนมีมีดพร้าอยู่หัวแถว และ อย่าพยายามเดินแซงกัน เป็นเรื่องไร้สาระหากคิดจะไปให้ถึงจุดหมายก่อนเพื่อนๆ หลายครั้งพฤติกรรมเช่นนี้ ก่ออันตรายให้กับตัวเองและเพื่อนร่วมคณะมาแล้ว
การเดินให้ทิ้งระยะกันสัก 3 เมตร แต่ควรให้มองเห็นหลังคนหน้าอยู่เสมอ การเดินเชื่องช้าปล่อยให้เพื่อนทิ้งห่างจนลับตาไป เป็นสาเหตุหลักของการหลงป่า ขณะที่การเดินจี้ติดคนหน้าตลอดเวลา ก็มีโอกาสจะโดนกิ่งไม้ที่เพื่อนเดินแหวกไปดีดใส่หน้าได้
5. เท้าเป็นอวัยวะสำคัญที่สุดของคุณเวลาเดินป่า จงดูแลมันให้ดียิ่ง เมื่อต้องเดินทางไปตามลำห้วย จะต้องเพิ่มความระมัดระวังยิ่งขึ้น ไม่แนะนำให้ถอดรองเท้าเดิน เพราะเท้าคุณอาจบาดเจ็บได้จากแขนงไม้ ตอไม้ หินคมๆ เปลือกหอย หรือ หนามไผ่ที่ฝังอยู่ใต้ท้องธาร ยอมให้รองเท้าเปียกดีกว่า หลายคนเชื่อว่าเท้าเปล่าทรงตัวและเกาะหินได้ดีกว่ารองเท้า โดยเฉพาะรองเท้าที่ดอกยางใกล้หมด ซึ่งไม่จริงเลย อย่าพยายามทดสอบความเชื่อนี้เวลาอยู่ในป่า
6.ควรป้องกันอันตรายจากแมลงโดยสวมเสื้อแขนยาวและไม่ควรถลกแขนหรือถอดเสื้อ ตราบเท่าที่คุณยังไม่ออกมาพบที่โล่งแจ้ง มีลมพัด อากาศถ่ายเทดี ป่าบางแห่งในหน้าร้อนจะเต็มไปด้วยแมลงมากมาย ทั้งผึ้ง มิ้ม หรือแมลงอื่นๆที่ชอบ มาเลียเกลือตามร่างกาย และอาจผลุบเข้าไปในร่มผ้าได้ จงพยายามปกปิดทุกส่วนร่างกาย ยัดขากางเกงไว้ในถุงเท้า หลีกเลี่ยงการเดินผ่านที่ชื้นแฉะหรือร่มครึ้มอับทึบถ้าทำได้ เพราะที่แบบนั้นมักมียุง เห็บ และแมลงกัดต่อยอื่นๆ
7.เวลาเดินป่าควรหยุดพักเป็นระยะๆ ชั่วโมงหนึ่งพักสัก 5-10 นาที แล้วแต่ความยากง่ายของเส้นทาง และควรเริ่มออกเดินแต่เช้าตรู่ อากาศยังไม่ร้อน ร่างกายยังสดทำให้ทำเวลาได้ดี หยุดตั้งแค้มป์ตั้งแต่ยังวัน กะให้การจัดเตรียม แค้มป์และหุงหาอาหารเสร็จก่อนอาทิตย์ตกดิน อย่าลืมว่าในป่าจะมืดเร็ว และการทำอะไรต่อมิอะไรในความมืดกลางดงดิบนั้น ไม่สนุกอย่างยิ่ง
8.ในเวลากลางคืนสัตว์ป่าทั้งหลายจะเดินตามลำห้วยและตามสันเขา ดังนั้นเราควรจะอยู่ให้ห่างจากบริเวณดังกล่าว หากจะเดินทางออกไปจากที่พักและมีความต้องการที่จะเดินกลับเข้ามาอีกในภายหลัง ควรทำเครื่องหมายไว้ตามทาง ที่เดินไปให้เห็นอย่างชัดเจน เพื่อที่จะสามารถกลับที่พักได้อย่างถูกต้องและไม่พลัดหลง
ที่มา http://www.konrakmeed.com/
เรื่องที่เกี่ยวข้อง : เมื่อหลงป่าต้องทำอย่างไรเมื่อเราหลงป่าแล้วจะทำอย่างไรดี
|