-

ท่องเที่ยวต่างแดน

เที่ยวปากเซ ชมวิถีลาวใต้

|
44 กิโลเมตร บนทางหลวงหมายเลข 10 ของลาว จากด่านพรมแดนช่องเม็ก อุบลราชธานี มุ่งหน้าสู่ เมืองปากเซ สะพานลาว-ญี่ปุ่น


    ทอดยาวขวางลำน้ำโขงเป็นประตูด่านแรกที่บอกให้รู้ว่าเราเข้าสู่ใจกลางเมืองแล้ว ปากเซเป็นเมืองเอกของแขวงจำปาสัก เพราะเป็นเมืองชายแดนที่ติดกับอุบลราชธานี คนไทยมาเที่ยวปากเซกันเป็นประจำโดยเฉพาะในวันเสาร์และอาทิตย์ รถยนต์ทะเบียนไทยวิ่งกันให้ว่อนในปากเซ อานิสงส์ของการท่องเที่ยวที่โตวันโตคืนของเมืองปากเซทำให้เมืองเล็กๆ เริ่มขยับขยายไปสู่เมืองธุรกิจท่องเที่ยว ตึกสูงของโรงแรมใหม่ๆ ผุดขึ้นริมฝั่งโขง มีกาสิโนไว้ล่อเหล่าแมลงที่ชอบเล่นแสงไฟ

     ทว่า อีกมุมหนึ่งปากเซก็ยังมีความเงียบสงบ ยึดขนบชีวิตตามวิถีลาวที่เรียบง่าย น่ารัก และอบอวลด้วยรอยยิ้มที่มอบให้แก่ผู้มาเยือนอยู่เสมอ เช็กอินที่ปากเซ โฮเต็ล โรงแรมเล็กๆ กลางเมืองในตอนบ่าย ก็ได้เวลาตระเวนชมเมืองปากเซ และไต่ไปตามที่ราบสูงเพื่อดื่มด่ำไอเย็นและความชุ่มชื่นของสายน้ำ




     ปากเซ มีแหล่งท่องเที่ยวสำคัญที่เชื่อว่าทุกคนรู้จักกันดี ที่ราบสูงบอละเวนที่มีความอุดมสมบูรณ์ที่สุดแห่งหนึ่งในลาว ที่นี่เป็นแหล่งปลูกกาแฟและชาขนาดใหญ่ มีบริษัทใหญ่จากเวียดนามมาตั้งโรงงานผลิตกาแฟแถวๆ นี้ กาแฟส่วนใหญ่ส่งออกไปยุโรป เราแวะชมไร่ชาในบ้านเล็กๆ หลังหนึ่งริมถนน ที่มีชาจีนอู่หลงให้ชิมกันอีกด้วย ถ้าถูกใจก็เลือกซื้อกันได้ตรงนั้นเลย

     บ่ายแก่ๆ แดดเริ่มอ่อนแสงลง แต่ก็ยังไม่ทิ้งความร้อนแรง โปรแกรมปิดท้ายของวันนี้คือการได้ไปเยือนน้ำตกตาดเยื้อง น้ำตกขนาดใหญ่อีกแห่งหนึ่งในแถบนี้ซึ่งนอกจากมั่งมีไปด้วยไร่ชาและกาแฟแล้ว ยังอุดมสมบูรณ์ไปด้วยน้ำตกขนาดใหญ่ เช่น ตาดฟาน ตาดเยื้อง ฯลฯ และเพราะพลังจากน้ำตกมีมากมายเหลือเกิน ลาวจึงสามารถผลิตกระแสไฟฟ้าพลังน้ำตกส่งขายให้กับไทยได้อีกด้วย


     ตาดเยื้อง แปลว่า น้ำตกเลียงผา เพราะเยื้องหมายถึงเลียงผา แถวนี้คงมีเลียงผามากมายถึงถูกนำมาตั้งชื่อน้ำตกสายนี้ เดินลงไปจุดชมวิวน้ำตกที่ต้องออกแรงเท้าและวัดใจกับความเสียวกันเล็กน้อย ก็มาถึงศาลาไม้ซึ่งวางตัวในมุมสวยให้ดูวิวน้ำตกที่สาดละอองน้ำฟุ้งกระจายจนคล้ายม่านหมอกในโลกแห่งความฝัน ฉันเพ่งมองสายรุ้งที่กำลังทอประกายสะท้อนแสงแดดเติมเต็มให้ตาดเยื้องดูสวยกว่าน้ำตกไหนๆ ที่เคยได้ยล บางคนลงไปยืนประจันหน้ากับสายน้ำ แต่เพราะความแรงของน้ำที่แตกฟองจนละอองน้ำสาดโปรยในบรรยากาศมากเหลือเกิน ยืนได้ไม่นานก็ต้องรีบจ้ำอ้าวหลบกันเป็นแถว นอกจากตัวเปียกปอนแล้ว เผลอๆ กล้องจะชื้นขึ้นมาอีกต่างหาก เดี๋ยวจะไม่สบอารมณ์เที่ยวกันพอดี

    ดินเนอร์มื้อนี้ง่ายๆ แต่ขำกับร้าน “นกเขาขัน” แค่ชื่อก็เรียกรอยยิ้มแล้วใช่ไหมล่ะ? ยิ่งได้เห็นการแต่งกายน่ารักของสาวเชียร์เบียร์แบบฉบับลาวที่นุ่งซิ่นเสมอเข่า สวมเสื้อคอจีนสีเหลืองปิดมิดชิด ต่างจากบ้านเราที่ชุดสาวเชียร์เบียร์ใช้ผ้าน้อยเท่าไหร่ยิ่งดีเท่านั้น ทั้งๆ ที่หารู้ไหมว่าบางครั้งการปิดซ่อนมันสร้างความเย้ายวนยิ่งกว่า

     เสียงหัวเราะในมื้ออาหารใต้จันทร์เต็มดวงยอแสงเหนือสะพานลาว-ญี่ปุ่น ไม่รู้ว่ากี่ครั้งในชีวิตจะมีโอกาสได้เห็นภาพสวยราวโปสต์การ์ดเช่นนี้บ้าง




     วันนี้เป็นวันพิเศษของพุทธศาสนิกชน คือ วิสาขบูชา เช้าๆ คนลาวพากันไปตักบาตรข้าวเหนียวกันที่วัด เราจึงมีโอกาสได้ร่วมอยู่ในวาระพิเศษเช่นวันนี้ คนลาวเวลาตักบาตรเสร็จสรรพ เขาจะทำทานให้กับเด็กขอทานที่มานั่งขอกันอยู่หน้าวัด สังคมที่มีการแบ่งปันแก่กันและกันยังเป็นสังคมที่น่าอยู่เสมอ

     ฉันไม่ติดใจเลยว่าทำไมลาวจึงค่อยๆ เขยิบมาเป็นปลายทางติดอันดับต้นๆ ที่นักท่องเที่ยวทุกมุมโลกอยากเดินทางเข้ามาสัมผัส แม้ไม่มีทะเลสวยเหมือนบ้านเรา แต่วิถีแห่งไมตรีในสังคมของเขานั้นน่าจะเป็นสิ่งสำคัญที่ทำให้ทุกคนอยากเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของดินแดนแห่งนี้


    จากปากเซเราเปลี่ยนบรรยากาศไปชม น้ำตกคอนพะเพ็ง หรือไนแองการาแห่งเอเชีย ในช่วงฝนสายน้ำสีปูนแดงของคอนพะเพ็งดูเกรี้ยวกราด ครั้นถึงฤดูหนาวน้ำในคอนพะเพ็งจะใสกว่านี้

    จากนั้นจึงเดินทางกันต่อไปยังหมู่บ้านประมงเพียงดี อิ่มมื้อกลางวันกับวิวโขงมหานที ก่อนลงเรือหางยาวเดินทางสู่ดอนคอน หมู่บ้านเล็กๆ แต่ยังคงมนต์เสน่ห์สไตล์โคโลเนียลจากบ้านเก่าอายุนับร้อยๆ ปีที่ยังหลงเหลือให้เห็น จากดอนคอนนี้สามารถไปเที่ยวหลี่ผีได้เพราะค่อนข้างใกล้


    ยิ่งเข้าใกล้ดอนคอนจะเห็นเกสต์เฮาส์ ที่พักสุดโปรดของแบ็กแพ็กเกอร์เรียงรายริมฝั่งโขง เพราะดอนคอนนั้นคือสวรรค์น้อยๆ ของพวกเขาเลยทีเดียว ราคาเกสต์เฮาส์แต่ละหลังนั้นคืนละไม่ถึงร้อยบาท มีวิวน้ำโขงเป็นของแถม ราคาเท่านี้ก็กระชากใจนักแบกเป้แล้ว อยู่ดอนคอนทำอะไรได้บ้าง ฝรั่งหลายคนนิยมเช่าจักรยานขี่เที่ยว ตะลอนชมวิถีชีวิตในหมู่บ้านที่สงบงามและเรียบง่าย

    ส่วนพวกเรานั้น นอกจากตื่นตาตื่นใจไปกับตึกโคโลเนียลเก่าๆ ที่ผุดขึ้นให้เห็นตลอดทาง ยังได้เดินไปชมทางรถไฟ ที่ฝรั่งเศสเคยสร้างไว้ในสมัยที่ลาวเป็น อาณานิคมของฝรั่งเศส ปัจจุบันยังหลงเหลือหัวรถจักรเก่าไว้ให้ดูต่างหน้า และกลาง ทุ่งหญ้ายังเป็นสุสานของเจ้าใหญ่นายโตฝรั่งเศสที่เคยมาปกครองที่นี่ จากดอนคอนใครอยากเดินเล่นไปชมดอนเดชก็ทำได้เพียงเดินข้ามสะพานฝรั่งเศสไปเท่านั้น

     ลาจาก ดอนคอนและดอนเดช เมื่อบ่ายคล้อย เพราะต้องนั่งเรือเล็กไปขึ้นเรือใหญ่ที่จอดรอท่าอยู่บ้านเวียงทอง เรือใหญ่ลำนี้ชื่อเรือวัดพูค่ะ เป็นไฮไลต์ของทริปนี้เลย เพราะการเดินทางคราวนี้เราจะแรมคืนกันในเรือวัดพูล่องลำโขงทางซีกลาวใต้ไปเรื่อยๆ วางปลายทางไว้ที่ปราสาทวัดพู ซึ่งปกติแล้วการเดินทางมาวัดพูมักมากันทางรถ ความพิเศษของทริปนี้คือนอกจากจะได้ชมมรดกโลกของลาวแล้ว ยังจะได้เก็บเกี่ยวประสบการณ์สองฝั่งโขงที่เรือจอดแวะให้เราได้เข้าไปสัมผัสวิถีชีวิตของคนลาวอย่างถึงแก่น

     นั่งเรือนานถึงสองชั่วโมงจนขาที่หงิกงออยู่ในเรือเริ่มออกอาการล้า เรือวัดพูก็ปรากฏตัวใกล้ขึ้นเรื่อยๆ ทุกคนรีบสละเรือเล็กเพื่อไปยืดเส้นยืดสายกันบนเรือใหญ่ สำรวจตรวจตราดูเรือไม้คลาสสิกลำนี้ซึ่งมีสองชั้น ชั้นบนเป็นดาดฟ้าไว้นั่งเล่น นอนเล่น หลังเรือมีบาร์เล็กๆ คอยบริการค็อกเทล ม็อกเทล ไวน์ สารพัดเครื่องดื่ม ส่วนชั้นล่างเป็นห้องอาหารที่เราจะฝากปากท้องไว้กับที่นี่ และอีกส่วนหนึ่งคือบริเวณห้องนอนขนาดกะทัดรัด นอนได้สองคน (ตัวเล็กๆ) แต่ละห้องมีห้องน้ำส่วนตัว สะดวกสบายพอตัวเหมือนกัน

    ยามเย็นเมื่อดวงตะวันคล้อยต่ำลับลาจากน้ำโขง เรือวัดพูจอดสงบนิ่งริมฝั่งบ้านเวียงทอง พวกเรามีโอกาสไปร่วมสวดมนต์ในวันวิสาขบูชาร่วมกับผู้เฒ่าผู้แก่ชาวลาวภายในวัดเล็กๆ ที่อยู่ตรงท่าเรือ แถมยังได้รับการผูกข้อมือตามประเพณีลาวเก็บเป็นความประทับใจกลับไปนอนฝันในคืนแรกบนเรือวัดพู

    เช้าแรกในเรือวัดพู ทุกคนดูกระปรี้ กระเปร่าและดื่มด่ำบรรยากาศยามเช้าบนเรืออย่างสบายอารมณ์ สบใจที่นั่งตรงไหนก็เอนกายพร้อมกับหนังสือเล่มโปรด ปล่อยให้เรือล่องลำน้ำไปเรื่อยๆ พาลมปะทะ ผิวกายให้ได้เยียบเย็นกันเป็นครั้งคราว อาหารเช้าตระเตรียมไว้ในห้องอาหาร มีเชฟประจำเรือที่ปรุงอาหารเก่งค่ะ เชื่อว่าถูกปากคนไทย และมีพนักงานเสิร์ฟที่บริการเอาใจใส่จนบางครั้งเผลอนึกไปว่าอยู่ในโรงแรมห้าดาวทุกที

     เรือวัดพูพาเราล่องผ่านดอนไซ เกาะแก่งต่างๆ และหมู่บ้านเล็กๆ น้อยๆ ริมฝั่งโขง แวะจอดที่บ้านเดื่อเตี้ยเป็นจุดแรก พากันเดินชมวิถีชีวิตของคนลาวกันถึงบ้านของพวกเขา ปล่อยให้เดินกันจนท้องหิวก็ กลับมาอิ่มอร่อยกับมื้อกลางวันบนลำเรือในห้องอาหารเย็นฉ่ำเช่นเคย ก่อนเรือจะค่อยๆ สตาร์ตเครื่องแล้วล่องต่อไปยังหมู่บ้านท่าโม ซึ่งกว่าจะมาถึงหมู่บ้านนี้อันเป็นจุดหมายสุดท้ายของวันเวลาก็ค่อนข้างเย็น ทำให้พวกเราต้องทำเวลาจ้ำอ้าวเข้าไปชมวัดอุมโมงค์ อันเป็นวัดร้างที่ถูกทิ้งกลางป่า ปัจจุบันทางลาวอนุรักษ์ไว้เป็นโบราณสถานที่ควรค่าแก่การดูแลรักษา วัดนี้มีการสร้างขึ้นตามศิลปะแบบฮินดูสมัยศตวรรษที่ 11-12 สภาพที่เห็นก็ปรักหักพังค่อนข้างมาก แต่ก็ยังพอเหลือทับหลังที่มีลวดลายเป็นดอกไม้ให้เราได้ชื่นใจกับความเหนื่อยล้าที่เดินมาจากท่าเรือ

    เช้าอีกวันคือโปรแกรมไฮไลต์ของเรือวัดพูที่จะพาเราไปสัมผัสมรดกโลกอันอลังการแห่ง ปราสาทหินวัดพู ยอดพธูของลาวใต้ที่ใครมาเที่ยวก็ต้องแวะชมสถานที่ศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้ เรือล่องตามลำน้ำนานนับชั่วโมงในช่วงเช้า ปล่อยให้ทุกคนได้ใช้เวลาจมอยู่กับโลกส่วนตัวกันเต็มที่ จนเมื่อดอนแดงปรากฏขึ้นด้านซ้ายมือ ซึ่งหมายความว่าใกล้ถึงเมืองจำปาสักแล้ว ช่วงนี้ชาวบ้านออกมาไหลข่ายไหลมองจับปลาพอนที่ค่อนข้างมีชุกชุมในตอนนี้ ชื่อปลาพอนเป็นชื่อปลาภาษาลาว ส่วนภาษาไทยเรียกปลาชนิดนี้ว่าอะไรก็สุดจะรู้จริงๆ

     พอเรือจอดที่ท่าแล้วก็พากันขึ้นไปที่ศูนย์บริการนักท่องเที่ยวเพื่อทำความเข้าใจถึงกายภาพกว้างๆ ของปราสาทวัดพู ดูโมเดลจำลองเมืองเก่าในสมัยนั้นที่ทำให้เข้าใจว่าทำไมปราสาทหินแห่งนี้อยู่ในเส้นทางแห่งการแสวงบุญของคนยุคนั้น ก่อนนั่งรถสองแถวผ่านเมืองเก่าจำปาสักมุ่งตรงสู่พิพิธภัณฑ์ ดูของเก่าเก็บที่ค้นพบจากปราสาทหินวัดพู ก่อนเดินตะลุยแดดไปชมตัวปราสาท

    ถาม ถึงความเก่า ปราสาทหินวัดพู นั้นมีความเก่ามากกว่าปราสาทหินนครวัด ในอดีตที่ตั้งของวัดพูเคยเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์และแหล่งอารยธรรมโบราณถึง 3 สมัยด้วยกัน คือ อาณาจักรเจนละในช่วงศตวรรษที่ 6–8 เก่าแก่มากๆ และมีการค้นพบจารึกกล่าวถึงการฆ่าคนเพื่อบูชาแด่เทพเจ้า ซึ่งไกด์ได้พาเราไปชมสถานที่ บูชายัญบนยอดเขาที่แกะสลักหินเป็นรูปจระเข้ ให้หญิงชายพรหมจรรย์นอนทับกัน ก่อนปาดคอแล้วให้เลือดนั้นไหลลงมาตามร่องหินที่แกะไว้ นึกถึงแล้วโหดสุดๆ

     ต่อมาในยุคสมัยของปราสาทวัดพูเป็นอาณาจักรขอมสมัยก่อนเมืองพระนครซึ่งมาเลือกบริเวณนี้เป็นที่สร้างปราสาทหินในราวศตวรรษที่ 9 แล้วในที่สุดอาณาจักร ล้านช้างก็เปลี่ยนเทวาลัยในศาสนาฮินดูให้เป็นวัดในพุทธศาสนานิกายเถรวาท

    ด้านหน้าของวัดพู คือ บารายขนาดใหญ่ ที่ใช้ในพิธีกรรมในสมัยโบราณ ตามหลักการของการสร้างทุกปราสาทหินที่ต้องมีบารายไว้ด้านหน้า ส่วนฉากหลังคือ ภูเกล้า เหตุที่เรียกชื่อนี้เพราะมองไกลๆ แล้วรูปร่างของยอดเขานั้นคล้ายคนเกล้ามวยผม สำหรับอาณาเขตของปราสาทวัดพูนั้น เริ่มต้นจากริมฝั่งแม่น้ำโดยมีบันไดทางขึ้นลดหลั่นกันขึ้นมา 3 ชั้น จนถึงองค์ประธานของปราสาทซึ่งอยู่ชั้นบนสุด และถ้าเดินต่อไปอีกจะพบฮางฮดหรือรางรดที่ต่อเชื่อมนำน้ำจากภูเขาลงมาสู่บ่อเล็กๆ เบื้องหน้า เชื่อกันว่านี่คือน้ำศักดิ์สิทธิ์ที่ทุกคนควรได้อาบได้ดื่มกิน

     อีกจุดหนึ่งที่ไกด์พาไปชมคือทางด้านหลังซ้ายมือของปรางค์ประธานที่มีแผ่นหินขนาดใหญ่แกะสลักเป็นภาพตรีมูรติขนาดเกือบเท่าคนจริง ซึ่งหมายถึงเทพเจ้าทั้งสามองค์ ผู้เป็นใหญ่ในศาสนาฮินดู ได้แก่ พระอิศวร พระนารายณ์ และพระพรหม นอกจากนี้ยังพบก้อนหินรูปร่างกลมขนาดใหญ่ตั้งอยู่บนยอดเขาแกะสลักเป็นรูปหัวช้าง เชื่อว่าเป็นหลักฐานชิ้นสุดท้ายสมัยขอมเรืองอำนาจ

     ทอดเวลาให้ปราสาทวัดพูนานเกินครึ่งวันก็อำลากลับ ระหว่างทางยังแวะชมวัดอันเป็นที่ตั้งของสุสานครอบครัวของเจ้าบุญอุ้ม กษัตริย์องค์สุดท้ายที่ครองจำปาสักก่อนเกิดการเปลี่ยนแปลงการปกครอง ก่อนเดินทางมาขึ้นเรือวัดพูแล้วล่องต่อเข้าเมืองปากเซอีกครั้ง... ที่ที่เราได้เห็นสะพานลาว-ญี่ปุ่น ใต้แสงแดดสีทองเรืองรองยามเย็นราวกับเป็นคำบอกลาที่งดงามที่สุด

ข้อมูล http://www.posttoday.com/

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เที่ยวปากเซ ชมวิถีลาวใต้

เที่ยวปากเซ ชมวิถีลาวใต้

อีกมุมหนึ่งปากเซก็ยังมีความเงียบสงบ ยึดขนบชีวิตตามวิถีลาวที่เรียบง่าย น่ารัก และอบอวลด้วยรอยยิ้มที่มอบให้แก่ผู้มาเยือนอยู่เสมอ เช็กอินที่ปากเซ โฮเต็ล โรงแรมเล็กๆ กลางเมืองในตอนบ่าย

อ่าน 2,512 คน SHARE ความคิดเห็น
เที่ยวท่องสองฝั่งโขง อุบลฯ-ปากเซ

เที่ยวท่องสองฝั่งโขง อุบลฯ-ปากเซ

ก้าวเข้าสู่ฤดูหนาวทีไร บรรดานักเที่ยวเป็นต้องหอบหิ้วกระเป๋าพร้อมอุปกรณ์เครื่องกันหนาวครบครัน มุ่งสูดไอเย็นแถบจังหวัดในภาคเหนือ ส่วนช่วงหน้าฝนนี้ใครที่ยังไม่รู้จะไปเที่ยวที่ไหนดี น่าจะลองหันมาพิจารณา จังหวัดอุบลราชธานี อีสานบ้านเฮากันดูบ้าง

อ่าน 1,880 คน SHARE ความคิดเห็น
วัดมังกรกมลาวาส (วัดเล่งเน่ยยี่) วัดเก่าแก่ย่านเยาวราช

วัดมังกรกมลาวาส (วัดเล่งเน่ยยี่) วัดเก่าแก่ย่านเยาวราช

วัดมังกรกมลาวาส หรือรู้จักกันในอีกชื่อว่า วัดเล่งเน่ยยี่ เป็นวัดจีนนิกายมหายานที่มีความเก่าแก่และมีชื่อเสียงมากที่สุดในประเทศไทย

อ่าน 348 คน SHARE ความคิดเห็น
วัดถ้ำจำปากันตสีลาวาส ที่เที่ยวมุกดาหารที่ควรไปเยือนสักครั้ง

วัดถ้ำจำปากันตสีลาวาส ที่เที่ยวมุกดาหารที่ควรไปเยือนสักครั้ง

มุกดาหาร ถือเป็นจังหวัดที่มีแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่สวยงามมาก วัดถ้ำจำปากันตสีลาวาส เป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวของจังหวัดมุกดาหาร วัดถ้ำจำปากันตสีลาวาส หรือ วัดถ้ำภูผากูด เป็นวัดเก่าแก่อายุกว่า 100 ปี

อ่าน 472 คน SHARE ความคิดเห็น
ประเทศลาวจุดหมายทางท่องเที่ยวดีที่สุดในโลก

ประเทศลาวจุดหมายทางท่องเที่ยวดีที่สุดในโลก

ประเทศลาวถูกจัดอันดับให้เป็นจุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยวที่ดีที่สุดในโลก โดยการจัดอันดับของสภาท่องเที่ยวและการค้ายุโรป จากการมีผลงานที่ยอดเยี่ยมในการพัฒนาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน

อ่าน 584 คน SHARE ความคิดเห็น
ยลเสน่ห์สะดือแม่น้ำโขงที่วัดอาฮงศิลาวาส

ยลเสน่ห์สะดือแม่น้ำโขงที่วัดอาฮงศิลาวาส

วัดอาฮงศิลาวาส ที่เที่ยวบึงกาฬที่คุณต้องหาโอกาสไปเยือนสักครั้ง วัดอาฮงศิลาวาสตั้งอยู่ริมแม่น้ำโขง อยู่ห่างจากตัวอำเภอบึงกาฬ ประมาณ 21 กิโลเมตร

อ่าน 649 คน SHARE ความคิดเห็น
สวนนงนุชพัทยาจัดสวนเชลซี ฟลาวเวอร์ โชว์ 2014

สวนนงนุชพัทยาจัดสวนเชลซี ฟลาวเวอร์ โชว์ 2014

สวนนงนุชพัทยาเร่งจัดสวนไทยเพื่อร่วมประกวดแข่งขันในงาน "เชลซี ฟลาวเวอร์โชว์ 2014" ที่กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ สื่อให้เห็นถึงขนบธรรมเนียม ประเพณีวัฒนธรรมของไทย สู่สายตาชาวโลก

อ่าน 881 คน SHARE ความคิดเห็น
เทศกาลสงกรานต์ไทย-ลาวริมแม่น้ำเหือง

เทศกาลสงกรานต์ไทย-ลาวริมแม่น้ำเหือง

ส่งท้ายเทศกาลสงกรานต์ด้วยบรรยากาศการจัดงานบริเวณชายแดนไทย-ลาว ที่ริมแม่น้ำเหือง บ้านเหมืองแพร่ อ.นาแห้ว จ.เลย ซึ่งคนไทยและคนลาวใช้เส้นทางนี้ไปมาหาสู่กัน

อ่าน 545 คน SHARE ความคิดเห็น
เที่ยวสงกรานต์นครพนม รื่นรมย์ บุญปีใหม่ไทย-ลาว ปี 2557

เที่ยวสงกรานต์นครพนม รื่นรมย์ บุญปีใหม่ไทย-ลาว ปี 2557

ขอชวนเที่ยวงานสงกรานต์นครพนม รื่นรมย์ บุญปีใหม่ไทย-ลาว ในช่วงระหว่างวันที่ 12 – 15 เดือนเมษายน ปี 2557 ณ บริเวณลานกันเกราหน้าตลาดอินโดจีน

อ่าน 817 คน SHARE ความคิดเห็น
กลับขึ้นด้านบน