Facebook Twitter RSS Feed
gPlus 
-

แนะนำสถานที่ท่องเที่ยว

|
อุทยานแห่งชาติตะรุเตา เป็นอุทยานแห่งชาติทางทะเลแห่งแรกของประเทศไทย มีชื่อเสียงทางด้านประวัติศาสตร์ และความสวยงามของธรรมชาติ


     อุทยานแห่งนี้ตั้งอยู่ในทะเลอันดามัน ห่างจากตัวเมืองสตูลประมาณ 40 กิโลเมตร และห่างจากฝั่งที่ท่าเรือปากบารา 22 กิโลเมตร มีอาณาเขตทิศเหนือจดอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะเภตรา ทิศใต้จดทะเลที่เป็นแนวพรมแดนระหว่างประเทศไทยและสหพันธรัฐมาเลเซีย

     อุทยานมีพื้นที่ทั้งเกาะและทะเลรวมกันประมาณ 1,490 ตารางกิโลเมตร ประกอบไปด้วยหมู่เกาะใหญ่น้อย จำนวน 51 เกาะ มีเกาะขนาดใหญ่ 7 เกาะ ได้แก่ เกาะตะรุเตา เกาะอาดัง เกาะราวี เกาะหลีเป๊ะ เกาะกลาง เกาะบาตวง และเกาะบิสสี




     แบ่งออกเป็น 2 หมู่เกาะใหญ่ คือ หมู่เกาะตะรุเตา และหมู่เกาะอาดัง-ราวี ได้รับการประกาศเป็นอุทยานแห่งชาติเมื่อวันที่ 19 เมษายน 2517 และ ได้รับยกย่องจากองค์การยูเนสโก ในปี พ.ศ. 2525 ให้เป็นมรดกแห่งอาเซียน (ASEAN Heritage Parks and Reserves)

     ช่วงเวลาที่เหมาะสำหรับการเดินทางท่องเที่ยวอยู่ระหว่างเดือนพฤศจิกายน – เมษายน สถานที่ท่องเที่ยวในเขตอุทยานแห่งชาติตะรุเตา

     เกาะตะรุเตา นับเป็นเกาะใหญ่ที่สุดของอุทยาน มีพื้นที่ 152 ตารางกิโลเมตร สภาพพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นภูเขาที่มีสภาพเป็นป่าดิบชื้นซึ่งยังมีพรรณไม้และสัตว์ป่าที่น่าสนใจจำนวน ไม่น้อย และมีพื้นที่ส่วนหนึ่งเป็นป่าชายเลน

     นอกจากนี้ยังมีอ่าวน้อยใหญ่ที่มีชายหาดสวยงามอยู่หลายแห่ง และในท้องทะเลของเกาะตะรุเตายังมีพันธุ์ปลามากมายหลายชนิดรวมทั้งเต่าทะเลที่ใกล้สูญพันธุ์ 4 ชนิด คำว่า “ตะรุเตา” นี้ เพี้ยนมาจาก คำว่า “ตะโละเตรา” ในภาษามลายูแปลว่า มีอ่าวมาก


     นอกจากสภาพธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์แล้ว เกาะตะรุเตายังมีประวัติศาสตร์ที่น่าจดจำ โดยในปี พ.ศ. 2479 รัฐบาลมีนโยบายให้กรมราชทัณฑ์จัดหาสถานที่เพื่อจัดตั้งนิคมฝึกอาชีพ และเป็นสถานที่กักกัน นักโทษ เกาะตะรุเตา

     ซึ่งอยู่ห่างไกลจากฝั่ง เต็มไปด้วยปัจจัยทางธรรมชาติที่เป็นอุปสรรคต่อการหลบหนี ก็ได้ถูกกำหนดให้เป็นสถานที่จัดตั้งนิคมดังกล่าว มีการจัดสร้างอาคารที่ทำการ บ้านพักของผู้คุม เรือนนอนนักโทษ

     และโรงฝึกอาชีพขึ้นที่อ่าวตะโละวาว และอ่าวตะโละอุดัง ในปี พ.ศ.2481 นักโทษชุดแรกจำนวน 500 คนก็ได้เดินทางมายังตะรุเตา และทยอยเข้ามาอีกเรื่อยๆ จนกระทั่งในช่วงปี พ.ศ.2482 รัฐบาลได้ส่งนักโทษการเมือง 70 คน ซึ่งเป็นกลุ่มนักโทษจากเหตุการณ์กบฏบวรเดชและกบฏนายสิบ มากักบริเวณอยู่ที่อ่าวตะโละอุดัง

     ในปี พ.ศ.2484 สงครามโลกครั้งที่ 2 ที่อุบัติขึ้นได้ส่งผลกระทบต่อนิคมฝึกอาชีพตะรุเตา เนื่องจากเกิดภาวะขาดแคลนอาหาร และยารักษาโรค นักโทษเจ็บป่วยล้มตายลงเป็นจำนวนมาก ผู้คุมและนักโทษจำนวนหนึ่งจึงได้ออกปล้นสะดมเรือสินค้าที่ผ่านไปมาในน่านน้ำบริเวณช่องแคบมะละกา จนทำให้เรือสินค้าไม่กล้าล่องเรือผ่านมาในบริเวณนั้น




     ในปี พ.ศ.2489 รัฐบาลอังกฤษซึ่งปกครองมลายูอยู่ในขณะนั้นได้ขออนุญาตจากรัฐบาลไทยในการส่งกองกำลังเข้าปราบปรามโจรสลัดตะรุเตาจนสำเร็จ ต่อมากรมราชทัณฑ์ได้ประกาศยกเลิกนิคมฝึกอาชีพตะรุเตา และหลังจากนั้นเกาะตะรุเตาก็ถูกทิ้งร้างเป็นเวลา 26 ปี

     จนกระทั่งวันที่ 19 เมษายน พ.ศ.2517 กรมป่าไม้ได้ประกาศจัดตั้งอุทยานแห่งชาติตะรุเตาขึ้น โดยนับเป็นอุทยานแห่งชาติทางทะเลแห่งแรกของประเทศไทย สถานที่น่าสนใจบนเกาะตะรุเตา

     อ่าวพันเตมะละกา มีชายหาดยาวขาวสะอาด เป็นที่ตั้งของที่ทำการอุทยานแห่งชาติตะรุเตา และศูนย์บริการนักท่องเที่ยวซึ่งส่วนหนึ่งจัดเป็นนิทรรศการแสดงเรื่องของธรรมชาติและประวัติศาสตร์ของเกาะตะรุเตา อ่าวพันเตมะละกายังเป็นจุดชมพระอาทิตย์ตกที่สวยงาม และจากอ่าวพันเตมะละกา ยังสามารถเดินขึ้นไปยังจุดชมวิวผาโต๊ะบู ได้อีกด้วย

     อ่าวจาก เป็นอ่าวเล็กๆติดต่อกับอ่าวพันเตมะละกา

     อ่าวเมาะและ มีหาดทรายขาวสะอาด และดงมะพร้าวสวยงาม

     อ่าวสน ห่างจากที่ทำการอุทยานฯ 8 กิโลเมตร เป็นอ่าวรูปโค้งที่มีหาดทรายสลับกับหาดหิน และเป็นที่วางไข่ของเต่าทะเล


     อ่าวตะโละวาว อยู่ทิศตะวันออกของเกาะ เป็นที่ตั้งของหน่วยพิทักษ์อุทยานฯ ที่ ตต.1 (ตะโละวาว) พื้นที่ประวัติศาสตร์แห่งนี้เคยเป็นสถานที่ตั้งนิคมฝึกอาชีพสำหรับนักโทษกักกันและนักโทษอุกฉกรรจ์ ปัจจุบัน ทางอุทยานฯได้จำลองอาคารสถานที่ที่เคยอยู่ในนิคมฝึกอาชีพ เช่น บ้านพักของผู้คุม เรือนนอนของนักโทษ โรงฝึกอาชีพ ไว้ในบริเวณดังกล่าว

     อ่าวตะโละอุดัง อยู่ทางทิศใต้ของเกาะ ห่างจากเกาะลังกาวี 8 กิโลเมตร เป็นที่ตั้งของหน่วยพิทักษ์อุทยานฯที่ ตต.2 (ตะโละอุดัง) อดีตเป็นที่กักกันนักโทษการเมือง ซึ่งเป็นกลุ่มนักโทษจากเหตุการณ์กบฏบวรเดช และกบฏนายสิบ

     น้ำตกลูดู เป็นน้ำตกขนาดเล็กที่มีความสวยงาม อยู่ห่างจากอ่าวสนประมาณ 3 กิโลเมตร ซึ่งจาก บริเวณอ่าวสนมีเส้นทางศึกษาธรรมชาติไปยังน้ำตกลูดู

     ถ้ำจระเข้ เป็นถ้ำที่มีความลึกประมาณ 300 เมตร ภายในมีหินงอกหินย้อยสวยงามและมีลักษณะแตกต่างกันไป การเดินทางไปถ้ำจระเข้ต้องนั่งเรือหางยาวไปตามคลองพันเตมะละกา ซึ่งอุดมไปด้วย ป่าชายเลนที่มีไม้โกงกางจำนวนมากตลอดสองฝั่งคลองโดยใช้เวลาล่องเรือประมาณ 15 นาทีและใช้เวลา ชมถ้ำประมาณหนึ่งชั่วโมง ติดต่อได้ที่ศูนย์บริการนักท่องเที่ยวของอุทยานฯ ผู้ที่จะเที่ยวชมภายในตัวถ้ำควรนำไฟฉายไปด้วย

     จุดชมวิว “ผาโต๊ะบู” สูงจากระดับน้ำทะเลปานกลาง 60 เมตร อยู่ด้านหลังที่ทำการอุทยานฯ เป็น จุดชมทิวทัศน์ของเกาะบริเวณชายหาด อ่าวพันเตมะละกา จะเห็นเกาะบุโหลน เกาะกลาง เกาะไข่ เกาะอาดัง เกาะราวี หมู่เกาะเภตรา ใช้เวลาเดินขึ้นจุดชมวิวประมาณ 20 นาที

     กิจกรรมบนเกาะตะรุเตา

     เส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติ จากที่ทำการอุทยานฯ บริเวณอ่าวพันมะละกามีเส้นทางเดินเท้าผ่าน ป่าดงดิบไปอ่าวตะโละวาว ระยะทาง 12 กิโลเมตร สองข้างทางสภาพเป็นป่าดงดิบหนาทึบ ร่มรื่นด้วยไม้ นานาพรรณ มีสัตว์ป่า เช่น หมูป่า กระจง และนกน่าสนใจหลายชนิด

     โดยเฉพาะนกเงือกที่พบได้บ่อย อีกเส้นทางหนึ่งไปอ่าวจาก อ่าวเมาะและจนถึงอ่าวสน ระยะทาง 8 กิโลเมตร ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง จะผ่านป่าดงดิบที่อุดมสมบูรณ์ และยังเหมาะแก่การดูนกเช่นนกเงือก นกแซงแซว

     เส้นทางล่องเรือรอบเกาะ เพื่อศึกษาธรรมชาติแบบการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ โดยอุทยานฯจะจัดเรือบริการพร้อมเจ้าหน้าที่นำทางชมหาดทรายต่าง ๆ เริ่มจากแวะดูนกที่อ่าวจาก ชมหาดทรายขาวและยาวที่สุดบนเกาะตะรุเตาที่อ่าวสน ศึกษาร่องรอยประวัติศาสตร์ที่อ่าวตะโละอุดัง ชมธรรมชาติที่อ่าวตะโละวาว แวะดำน้ำและเที่ยวป่าชายเลน ใช้เวลาในการล่องเรือ 1 วัน สนใจติดติดได้ที่ศูนย์บริการนักท่องเที่ยวบนเกาะ

     ที่พักอุทยานแห่งชาติตะรุเตา

     ในเขตอุทยานฯ มีบ้านพักไว้บริการนักท่องเที่ยวบนเกาะตะรุเตาและเกาะอาดัง สอบถามรายละเอียดได้ที่ สำนักอุทยานแห่งชาติ กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธ์พืช โทร. 0 2562 0760 หรือ ศูนย์บริการนักท่องเที่ยวอุทยานแห่งชาติตะรุเตา บริเวณท่าเรือปากบารา ตำบลปากน้ำ อำเภอละงู จังหวัดสตูล 91110 โทร. 0 7478 3485 หรือ หน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติตะรุเตาที่ ต.ต.1 (อ่าวพันเตมะละกา) บนเกาะตะรุเตา โทร. 0 7472 9002-3, 0 7471 2425

     การเดินทางสู่อุทยานแห่งชาติตะรุเตา

     ท่าเรือปากบารา อยู่ห่างจากอำเภอละงูประมาณ 8 กิโลเมตร ตั้งอยู่ที่ปากคลองละงู ตำบลปากน้ำ อำเภอละงู เป็นท่าเรือที่อยู่ใกล้เกาะตะรุเตามากที่สุด ระยะทางประมาณ 22 กิโลเมตร และใกล้ท่าเรือเป็น ที่ตั้งของศูนย์บริการนักท่องเที่ยวอุทยานแห่งชาติตะรุเตา บริเวณท่าเรือปากบารา

     สตูล-ท่าเรือปากบารา จากอำเภอเมือง จังหวัดสตูล สามารถเดินทางไปยังท่าเรือปากบาราได้ดังนี้ รถยนต์ ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 406 ถึงบ้านฉลุง แยกซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข 416(สตูล-ละงู) ต่อด้วยทางหลวงหมายเลข 4052 ซึ่งแยกจาก อ.ละงู ตรงไปสู่ท่าเรือปากบารา

     รถโดยสาร มีรถแท็กซี่โดยสารสายสตูล-ปากบารา ออกจากตัวเมืองสตูล บริเวณข้างธนาคารกรุงเทพ สาขาสตูล วิ่งบริการวันละหลายเที่ยว นอกจากนี้ยังมีรถสองแถวและรถตู้ วิ่งบริการจากบริเวณ ตัวเมืองด้วย

     อำเภอหาดใหญ่-ท่าเรือปากบารา จากอำเภอหาดใหญ่ สามารถเดินทางไปยังท่าเรือปากบาราได้ ดังนี้ รถยนต์ ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 406 ถึงบ้านฉลุง จังหวัดสตูล แยกขวาเข้าทางหลวงหมายเลข 416 (สตูล-ละงู) ต่อด้วยทางหลวงหมายเลข 4052 ซึ่งแยกจาก อำเภอละงู ตรงไปสู่ท่าเรือปากบารา

     รถโดยสารประจำทาง รถออกจากสถานีขนส่งหาดใหญ่ตั้งแต่เวลา 06.20-16.20 น. รถจอดบริเวณตรงข้ามหอนาฬิกา ใช้เวลาเดินทาง 2 ชั่วโมงครึ่ง สอบถามรายละเอียดที่ บริษัท สตูลขนส่ง จำกัด โทร. 0 7424 3797

     รถตู้โดยสาร จอดที่ข้างคลีนิคหมอสมโภชน์(ใกล้สถานีรถไฟ) รถจะออกทุกหนึ่งชั่วโมง ตั้งแต่เวลา 07.00–18.00 น. สอบถามรายละเอียดที่ บริษัท สตูลขนส่ง จำกัด โทร. 0 7424 5655

     ท่าเรือปากบารา-อุทยานแห่งชาติตะรุเตา

     ในช่วงเทศกาลท่องเที่ยวตะรุเตาราวเดือนพฤศจิกายน-เมษายน มีบริการเรือโดยสารสู่เกาะต่าง ๆ ในเขตอุทยานแห่งชาติตะรุเตา

     ท่าเรือปากบารา-ตะรุเตา บริการทุกวัน ค่าเรือโดยสารไป-กลับ คนละ 300 บาท

     เที่ยวไป 10.30 และ 15.00 น.
     เที่ยวกลับ 09.00 และ 13.00 น.

     ระยะทางจากท่าเรือ-เกาะต่างๆ

     ท่าเรือปากบารา

     - อ่าวพันเตมะละกา (เกาะตะรุเตา) 22 กิโลเมตร
     - เกาะอาดัง 80 กิโลเมตร
     - เกาะหลีเป๊ะ 82 กิโลเมตร

     เกาะตะรุเตา

     - หมู่เกาะอาดัง-ราวี 40 กิโลเมตร
     - เกาะหลีเป๊ะ 40 กิโลเมตร
     - เกาะไข่ 14.5 กิโลเมตร

     เกาะอาดัง

     - เกาะหลีเป๊ะ 2 กิโลเมตร
     - เกาะหินงาม 2.5 กิโลเมตร
     - เกาะไข่ 17 กิโลเมตร

     เกาะไข่ เกาะไข่อยู่ห่างจากเกาะตะรุเตาไปทางทิศตะวันตก ใช้เวลาเดินทางจากเกาะตะรุเตาประมาณ 40 นาที สิ่งที่มีชื่อเสียงบนเกาะไข่ ได้แก่ ซุ้มประตูหินธรรมชาติ เป็นสัญลักษณ์ของอุทยานแห่งชาติตะรุเตา ทะเลรอบๆ เกาะไข่มีแนวปะการังอยู่โดยทั่วไป ทางอุทยานฯ ไม่อนุญาตให้ค้างแรมบนเกาะ เรือโดยสารจากเกาะตะรุเตาไปยังเกาะหลีเป๊ะ มักจะวิ่งผ่านเกาะไข่ซึ่งอยู่ระหว่างทาง

     สำหรับผู้สนใจดำน้ำบริเวณหมู่เกาะตะรุเตา อาดังราวี หลีเป๊ะ และอื่นๆ ติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ สตูลฮอลิเดย์ โทร.0 7472 2077
ข้อมูล การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย 
ข้อมูลภาพ Castaway Resorts 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

หาดขาว ทะเลครามที่ อุทยานแห่งชาติตะรุเตา

หาดขาว ทะเลครามที่ อุทยานแห่งชาติตะรุเตา

อุทยนแห่งชาติตะรุเตา เป็นอุทยานแห่งชาติทางทะเลแห่งแรกของประเทศไทย มีชื่อเสียงทางด้านประวัติศาสตร์ และความสวยงามของธรรมชาติ ตั้งอยู่ในทะเลอันดามัน

อ่าน 12,197 คน SHARE ความคิดเห็น
อุทยานแห่งชาติตะรุเตา

อุทยานแห่งชาติตะรุเตา

“ตะรุเตา” เป็นคำที่เพี้ยนมาจากคำว่า “ตะโละเตรา” ในภาษามลายู แปลว่า มีอ่าวมาก ตะรุเตาเป็นอุทยานแห่งชาติที่อยู่ในทะเลอันดามัน บริเวณช่องแคบมะละกา มหาสมุทรอินเดีย

อ่าน 8,411 คน SHARE ความคิดเห็น
โครงการเที่ยวไร้ควัน ปั่นท้าฝนปี 3 ตามรอยประวัติศาตร์ตะรุเตา

โครงการเที่ยวไร้ควัน ปั่นท้าฝนปี 3 ตามรอยประวัติศาตร์ตะรุเตา

นายจรัญ ชื่นในธรรม ผู้อำนวยการ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานตรัง เปิดเผยว่า ในปัจจุบันการขับขี่จักรยานเป็นกิจกรรมที่ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างต่อ เนื่อง ด้วยเหตุผลซึ่งนอกจากจะช่วยเสริมสร้างสุขภาพให้แข็งแรงแล้ว ผู้ขับขี่ยัง

อ่าน 2,614 คน SHARE ความคิดเห็น
'เกาะหลีเป๊ะ' สวรรค์แห่งท้องทะเลของอช.หมู่เกาะตะรุเตา

'เกาะหลีเป๊ะ' สวรรค์แห่งท้องทะเลของอช.หมู่เกาะตะรุเตา

"เกาะหลีเป๊ะ" หรือที่เรามักเรียกกันว่า "มัลดีฟเมืองไทย" เป็นอีกหนึ่งเกาะที่มีชื่อเสียงทางด้านการท่องเที่ยว ซึ่งอยู่ในเขตพื้นที่ของอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะตะรุเตา อำเภอเมืองสตูล จังหวัดสตูล โดยอยู่ห่างจากเกาะตะรุเตา

อ่าน 7,655 คน SHARE ความคิดเห็น
จังหวัดสตูล ขอชวนร่วมงานวิ่งย้อนรอยประวัติศาสตร์ตะรุเตา ครั้งที่ 9 ประจำปี 2554

จังหวัดสตูล ขอชวนร่วมงานวิ่งย้อนรอยประวัติศาสตร์ตะรุเตา ครั้งที่ 9 ประจำปี 2554

อุทยานแห่งชาติตะรุเตา ร่วมกับ สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดสตูล กำหนดจัดการแข่งขัน “วิ่งย้อนรอยประวัติศาสตร์ตะรุเตา ครั้งที่ 9 ประจำปี 2554” ในวันที่ 7 พฤษภาคม 2554 ณ เกาะตะรุเตา จังหวัดสตูล

อ่าน 2,814 คน SHARE ความคิดเห็น
'โรตียักษ์ กับ ชาชักสตูล' ความอร่อยไซส์ใหญ่ แบบชาวสตูลแท้ๆ

'โรตียักษ์ กับ ชาชักสตูล' ความอร่อยไซส์ใหญ่ แบบชาวสตูลแท้ๆ

“ขอบเหนียว กลางเหลืองกรอบ” คือ ความพิเศษของโรตีจังหวัดสตูล โรตีไซส์ยักษ์ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย

อ่าน 2,026 คน SHARE ความคิดเห็น
เที่ยวเกาะหลีเป๊ะ @สตูล กับเพื่อนรู้ใจ

เที่ยวเกาะหลีเป๊ะ @สตูล กับเพื่อนรู้ใจ

เที่ยวทะเลไทย มาก็หลายแห่ง หลายจังหวัดแล้ว แต่ทริปที่เรียกได้ว่า สนุก และประทับใจ คงหนีไม่พ้น “หลีเป๊ะ” จ.สตูล ไม่ใช่เพราะแค่น้ำสวย ทะเลใส แต่หมายรวมถึงเพื่อนรู้ใจ ที่ไปกันเป็นหมู่คณะ

อ่าน 3,565 คน SHARE ความคิดเห็น
มหกรรมว่าวประเพณีและว่าวนานาชาติ จังหวัดสตูล ครั้งที่ 35

มหกรรมว่าวประเพณีและว่าวนานาชาติ จังหวัดสตูล ครั้งที่ 35

มหกรรมว่าวประเพณีและว่าวนานาชาติ จังหวัดสตูล ครั้งที่ 35 เฉลิมพระเกียรติ 60 พรรษา สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี วันที่ 6-8 มีนาคม 2558

อ่าน 1,941 คน SHARE ความคิดเห็น
สตูลฟอสซิลเฟสติวัล 2 เปิดตัว! พิพิธภัณฑ์ช้างดึกดำบรรพ์ทุ่งหว้า

สตูลฟอสซิลเฟสติวัล 2 เปิดตัว! พิพิธภัณฑ์ช้างดึกดำบรรพ์ทุ่งหว้า

มหกรรมสตูลฟอสซิล เฟสติวัล ครั้งที่ 2 สุดอลังการ!! เปิดตัวแหล่งท่องเที่ยวใหม่พิพิธภัณฑ์ช้างดึกดำบรรพ์ทุ่งหว้า

อ่าน 2,697 คน SHARE ความคิดเห็น
กลับขึ้นด้านบน