Facebook Twitter RSS Feed
gPlus 
-

แนะนำสถานที่ท่องเที่ยว

|
ทริปนี้เรา พามาบูชารอยพระพุทธบาทล้ำค่าซึ่งมีคุณลักษณะครบ 108 ประการที่วัดพระพุทธบาทราชวรมหาวิหาร จังหวัดสระบุรี ซึ่งเป็นวัดเก่าแก่อีกแห่งหนึ่ง เป็นพระอารามหลวงชั้นเอกพิเศษชนิดวรวิหาร สร้างขึ้นในสมัยพระเจ้าทรงธรรม มีรอยปูชนียสถานที่สำคัญ คือ รอยพระพุทธบาทที่ประทับไว้บนแผ่นหิน เหนือไหล่เขาสุวรรณบรรพต หรือเขาสัจจพันธคีรี ลักษณะของรอยพระพุทธบาทคล้ายเท้าคน ถือเป็นพลังแห่งศรัทธาของประชาชนทั่วทุกภูมิภาคความเชื่อและวิธีการบูชา

      ตามคติของคนโบราณกล่าวไว้ว่าหากได้มานมัสการรอยพระพุทธบาทนี้ครบถึง 7 ครั้ง จะได้ไปจุติในสรวงสวรรค์ แม้แต่ในชาติภพนี้ อานิสงส์ผลบุญจะส่งให้ชีวิตมีความสำเร็จสมหวังในทุกประการ เราเข้าไปบูชากันเลยครับ




      ภายในวัดพระพุทธบาทสวยงามด้วยศิลปกรรมประดับชั้นเยี่ยมที่น่าหลงใหลเป็นอย่างมาก ถนนเข้าไปยังวัดสวยงามสะอาด ประดับเสาไฟ ดอกไม้นานาชนิด สะอาดสวยงาม มีลานจอดรถสะดวกสบาย ตรงประตูทางเข้ามียักษ์เฝ้าประตู สวยงามน่าดูชม

      บริเวณด้านหน้าวัดจัดเป็นอาคารเปิดบริการอาหารเครื่องดื่มมากมายหลายเมนู โดยเฉพาะของดีเมืองสระบุรี คือขนมกะหรี่ปั๊บ มีอยู่หลายร้าน และกลุ่มของฝากอีกหลายชนิด ก่อนกลับเราสามารถแวะซื้อหาเอาไปฝากทางบ้านกันได้สบาย ราคาเป็นกันเอง มีเจ้าหน้าที่ดูแลคอยอำนวยความสะดวกเราอย่างทั่วถึง

      รอยพระพุทธบาทตั้งอยู่ในบริเวณวัดพระพุทธบาทค้นพบโดยพรานบุญในรัชสมัยสมเด็จพระเจ้าทรงธรรมพระมหากษัตริย์ผู้ปกครองกรุงศรีอยุธยาระหว่างปี พ.ศ. 2153 -2167 กว้าง 21 นิ้ว ยาว 60 ลึก 11 นิ้ว มีหลักฐานในพงศาวดารของไทยว่า พระเถระจากอยุธยาไปนมัสการพระพุทธบาทบนยอดเขาสุมนกูฏ และได้รับคำแนะนำจาก พระเถระในลังกาว่าในไทยเองก็มีรอยพระพุทธบาทอันแท้จริงซึ่งพระพุทธเจ้าได้ประทับประทานไว้เช่นกัน สมเด็จพระเจ้าทรงธรรมจึงมีพระดำรัสให้ทำการค้นหา จนพบในที่สุด


      สมเด็จพระเจ้าทรงธรรมทรงเห็นว่าเป็นรอยพระพุทธบาทตามลักษณะ 108 ประการจึง โปรดให้สร้างพระมณฑปน้อยครอบรอยพระพุทธบาท โดยมีมณฑปใหญ่ครอบอีกชั้นหนึ่ง สถาปนาขึ้นเป็น มหาเจดีย์สถาน ทรงอุทิศเนื้อที่โยชน์หนึ่งโดยรอบพระพุทธบาทถวายเป็นพุทธบูชา สำหรับบำรุงพระพุทธบาท โปรดเกล้า ฯ ให้ตัดถนนหนทาง และสร้างอารามวัตถุอื่นๆ เช่น พระอุโบสถ พระวิหาร ศาลาเปรียญ และเสนาสนสงฆ์เป็นต้น ซึ่งเป็นศิลปะตั้งแต่สมัย อยุธยาจนถึงรัตนโกสินทร์ และยังพบรอยจารึกพระปรมาภิไธยย่อ จปร. ที่ก้อนหินขนาดใหญ่ สูงจากพื้น 160 เซนติเมตร เมื่อครั้นเสด็จนมัสการรอยพระพุทธบาท อีกด้วย

      พระมณฑปได้มีการก่อสร้างต่อเติมมาหลายสมัย ลักษณะเป็นอาคารรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส ประกอบเครื่องยอดรูปปราสาท 7 ชั้น มุงกระเบื้องเคลือบสีเขียว มีซุ้มบันแถลงประดับทุกชั้น มีเสาย่อมุมไม้สิบสอง ปิดทองประดับกระจกโดยรอบฝาผนังด้านนอกปิดทองประดับกระจกเป็นรูปเทพพนม พุ่มข้าวบิณฑ์บานประตูพระมณฑปเป็นงานศิลปกรรมประดับมุกชั้นเยี่ยมของเมืองไทย พื้นภายในปูด้วยเสื่อเงินสาน ทางขึ้นพระมณฑปเป็นบันไดนาคสามสายซึ่งหมายถึง บันไดเงิน บันไดทอง และบันไดแก้ว ที่ทอดลงจากสวรรค์หัวนาคที่เชิงบันไดหล่อด้วยทองสำริด เป็นนาค 5 เศียร บริเวณรอบพระมณฑปมีระฆังแขวนเรียงราย เพื่อให้ผู้ที่มานมัสการได้ตีแผ่ส่วนกุศลแก่เพื่อนชาวโลกทั้งหลาย


       พระเจ้าทรงธรรมพระองค์เสด็จมานมัสการรอยพระพุทธบาทโดยขบวนพยุหยาตราทางชลมารคและสถลมารคอย่างยิ่งใหญ่ ในเดือน 3 และเดือน 4 ถือเป็นราชประเพณีสืบตั้งแต่สมัยนั้น พระมหากษัตริย์ไทยแบบทุกพระองค์ในรัชกาลต่อมา ได้เสด็จมานมัสการ และทรงรับไว้ในพระบรมราชูปถัมภ์ ทรงทำนุบำรุงมหาปูชนียสถานสำคัญนี้ไว้เป็นสมบัติของชาติไทย ให้พุทธศาสนิกชนทั้งชาวไทยทั้งชาวต่างประเทศได้เดินทางมาสักการบูชา นอกจากจะสะดวกสบายแล้ว ยังได้รับความรู้ความงดงามด้านศิลปวัฒนธรรมอย่างครบถ้วน ซึ่งเป็นการอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรม มาอย่างยาวนาน ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน สมควรที่เราชาวไทยควรที่จะปกป้องประคับประคองให้คงสภาพอยู่คู่กับประเทศต่อไปอีกนานเท่านานครับ

      นอกจากนี้ ในบริเวณวัดที่ สวยงามและมีพระพุทธบาทล้ำค่าแล้ว ยังมี พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติพระพุทธบาท ( วิหารหลวง ) ซึ่งเป็นเก็บรวบรวมศิลปวัตถุอันมีค่า อาทิ เครื่องทรงสมเด็จพระเจ้าทรงธรรม เครื่องลายครามสังคโลก เครื่องทองสำริดโบราณ ศาสตราวุธโบราณ รอยพระพุทธบาทจำลอง ยอดมณฑปพระพุทธบาทเก่าพัดยศของพระสมัยต่างๆ และท่อประปาสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช วิหารหลวงจะเปิดให้ชม เฉพาะช่วงที่มีงานเทศกาล นมัสการพระพุทธบาท

      ชาวอำเภอพระพุทธบาทได้นำศิลปะการนวดแบบอย่างไทยมาบริการเพื่อให้ประชาชนทั่วไปได้ผ่อนคลายกัน ถ้วนหน้าช่วยสร้างราย ได้ให้กับชาวท้องถิ่นได้มากทีเดียว ใครที่ปวดเมื่อยก็อย่าลืมเข้าไปอุดหนุนชาวบ้าน กันนะครับรับรองผ่อนคลายหายเหนื่อยกันแน่นอนเปิดตั้งแต่ เวลา 8.00- 16.00 น. ของทุกวัน ราคาเป็นแบบราคาชาวบ้านไม่แพงเลย อาคารให้บริการอยู่ตรงทางเข้าไปยังตัววัด ติดต่อสอบถามได้เลย

      ที่วัดพระพุทะบาทในทุกปีจะมีการฉลองปีละ 2 ครั้ง คืองานขึ้น 1 – 15 ค่ำเดือน 3 และขึ้น 8 – 15 ค่ำ เดือน 4 และวัดพระพุทธบาทแห่งนี้ยังมีประเพณีตักบาตรดอก ไม้ซึ่งมีเพียงแห่งเดียวในประเทศไทย งานจะจัดขึ้นในทุกปี ในวันเข้าพรรษา ตรงกับแรม 1 ค่ำ เดือน 8 (ประมาณเดือนกรกฎาคม) โดยจะมีการทำบุญตักบาตรด้วยข้าวสุกที่วัดพระพุทธบาทราชวรมหาวิหาร และจะไปเก็บดอกไม้ที่ชาวบ้านเรียกว่าดอกเข้าพรรษา เพราะมีเฉพาะในเดือน 8 เท่านั้น เพื่อนำไปตักบาตรในตอนบ่ายของวันเดียวกัน ถ้าใครอยากเป็นส่วนหนึ่งของการทำบุญตักบาตรดอกไม้ก็เชิญได้เลยครับดูวันเวลากันให้พร้อมก่อนการเดินทาง รับรองได้ทำบุญสมใจกันทุกคนแน่นอน

      วัดพระพุทธบาทราชวรวิหาร ถือว่าเป็นวัดอีกแห่งที่หนึ่งที่ประดิษฐานปูชนียสถานที่สำคัญ คือ รอยพระพุทธบาท ล้ำค่าและศักดิ์สิทธิ์ นาชื่นชมเป็นอย่างยิ่ง สมควรที่เราน่าจะเข้าไปกราบไหว้บูชาครับ ถ้าใครมีโอกาสมาสระบุรีก็อย่าลืมแวะเข้าไปบูชารอยพระพุทธบาทกันนะครับ เพื่อเป็นสิริมงคลให้กับตนเองและครอบครัว นอกจากนั้นยังใกล้กับสถานที่ท่องเที่ยวมากมาย เช่น เสาร้องให้วัดสูง,น้ำตกเจ็ดสาวน้อย,อุโมงค์ต้นไม้,ไร่องุ่นต่าง ๆ,น้ำตกมวกเหล็ก เชิญแวะเที่ยวกันต่อให้สนุกได้เลยเดินทางไม่นานก็สามารถเที่ยวได้ทุกที่แล้ว หรือจะเข้าไปในตัวเมืองสระบุรีก็สบายเดินทางแค่ 15 นาที่ก็ถึง เชิญเที่ยวพักผ่อนกันตามสบายครับ

      การเดินทางนั้นไม่ยากเลยครับ เดินทางจากตัวเมืองสระบุรี โดยใช้เส้นทาง สระบุรี-ลพบุรี ประมาณ 20 กิโลเมตร ตรงไปยัง อ.พระพุทธบาท วัดตั้งอยู่ทางซ้ายมือเข้า ไปอีกประมาณ 500 เมตร ทางเข้าสะดวกสบาย ครับ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 0-3642-2768-9 โทรสาร 0-3642-4089 เอาไว้ทริปหน้าเราจะพาไปบูชารอยพระพุทธบาทกันอีกนะครับ


ข้อมูล http://tourthai.tourismthailand.org/

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

วัดพระพุทธบาทราชวรมหาวิหาร

วัดพระพุทธบาทราชวรมหาวิหาร

ทริปนี้เรา พามาบูชารอยพระพุทธบาทล้ำค่าซึ่งมีคุณลักษณะครบ 108 ประการที่วัดพระพุทธบาทราชวรมหาวิหาร จังหวัดสระบุรี ซึ่งเป็นวัดเก่าแก่อีกแห่งหนึ่ง เป็นพระอารามหลวงชั้นเอกพิเศษชนิดวรวิหาร

อ่าน 4,503 คน SHARE ความคิดเห็น
กลับขึ้นด้านบน