Facebook Twitter RSS Feed
gPlus 
-

ซอกแซก เมืองกรุง

|


วัดกลางพระนคร เสาชิงช้าตระหง่าน วัดสุทัศนเทพวราราม

หากใครได้ผ่านไปแถวอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยแล้วเข้าถนนดินสอ แถวศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร เป็นที่ตั้งของเสาชิงช้าสีแดงเด่นตระหง่าน อันเป็นเอกลักษณ์และจุดท่องเที่ยวของกรุงเทพฯ ด้านข้างบนถนนบำรุงเมือง คือวัดสุทัศน์เทพวราราม พระอารามหลวงชั้นเอก ชนิดราชวรมหาวิหาร ที่ได้รับการสถาปนาขึ้นเป็นวัดกลางพระนครในรัชสมัยรัชกาลที่1 โดยสร้างพระวิหารสูงเทียบเท่าวัดพนัญเชิงของกรุงศรีอยุธยา จากนั้นได้อัญเชิญพระพุทธรูปโลหะปางมารวิชัย ซึ่งหล่อขึ้นตั้งแต่ราชวงศ์พระร่วงที่เรียกกันว่าพระโต หรือ พระใหญ่ หรือวัดเสาชิงช้า จากวิหารหลวงวัดมหาธาตุ จังหวัดสุโขทัยมาประดิษฐาน แต่ยังสร้างวิหารมิทันเสร็จก็สิ้นรัชกาล รัชกาลที่2 ได้ทรงดำเนินการต่อและได้ทรงจำหลักไว้ที่บานประตูพระวิหารด้วยพระองค์เองด้วย ต่อมาในสมัยรัชกาลที่3 ทรงสร้างพระวิหารต่อจนเสร็จ พร้อมสร้างพระอุโบสถและหล่อพระประธานขึ้นใหม่ พระราชทานนามวัดใหม่เป็น วัดสุทัศนเทพวราราม จนถึงรัชกาลที่4 ทรงถวายพระนามพระโตซึ่งเป็นพระประธานในพระวิหาร เป็นพระพุทธศรีศากยมุนี และพระประธานในพระอุโบสถว่าพระพุทธตรีโลกเชฎฐ์

    ความงดงามของเสาชิงช้ายามเย็นที่มีนักท่องเที่ยวมาถ่ายรูปเป็นที่ระลึกไม่ขาดสาย



    บริเวณหน้าวัดสุทัศนเทพวราราม มีนักท่องเที่ยวมาเยี่ยมชมตลอดเวลา



    เมื่อเข้ามาภายในวัดจะเห็นจุด INFORMATION จำหน่ายตั๋วสำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ



    แผนผังที่ตั้งสถานที่น่าสนใจภายในวัด



    เข้ามาชั้นในบริเวณหน้าพระวิหาร จะมีเสาพ่อฟ้า แม่ดิน ประดับโคมแดงแบบจีนอยู่ด้านข้าง ตรงกลางเป็นเก๋งจีน ทางวัดจะประกอบพิธีบูชาอันสืบเนื่องมาแต่โบราณ โดยถือฤกษ์วันมาฆบูชาของทุกปีในการทำพิธี



    ช่วงนี้เป็นช่วงก่อนเข้าพรรษา แต่ละวัดจะตั้งที่ให้ประชาชนที่มาสักการะองค์พระประธานและนักท่องเที่ยวได้มีโอกาสทำบุญหล่อเทียนพรรษาด้วย



    องค์พระประธานในพระวิหาร พระพุทธศรีศากยมุนี วันนี้เป็นวันพระจึงมีการเทศน์ให้พุทธศาสนิกชนที่ได้มีโอกาสสดับรับฟังเพื่อเป็นสิริมงคลต่อชีวิต



    ภายในเป็นภาพวาดจิตรกรรมฝาผนังเรื่องราวพุทธประวัติ แม้บางส่วนหลุดร่อนไปตามกาลเวลา แต่ที่มีชื่อเสียง คือภาพเปรตที่นอนอยู่โดยมีพระสงฆ์ยืนพิจารณา หรือที่เรียกว่า “เปรตวัดสุทัศนฯ” บนวิหารคตรอบพระวิหารหลวง เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปจำนวน 186 องค์ เป็นพระพุทธรูปปูนปั้นปิดทองคำเปลวปางสมาธิ มีพุทธศาสนิกชนและนักท่องเที่ยวมานั่งสมาธิและฟังธรรมบริเวณนี้



    บริเวณด้านข้างเป็นตู้เก็บหนังสือสวดมนต์ที่ผู้มีจิตศรัทธาพิมพ์แจกเป็นธรรมทาน



    ทัศนียภาพที่มีเจดีย์ศิลปะแบบจีนตั้งอยู่โดยรอบพระวิหาร ทางมุมหนึ่งสามารถเห็นเสาชิงช้าที่อยู่ภายนอก



    บานประตูโบสถ์ที่จำหลักไว้อย่างประณีตงดงามฝีพระหัตถ์ในรัชกาลที่2 แต่ของจริงนั้นเก็บรักษาอยู่ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร



    บริเวณใกล้กับทางเข้าพระวิหาร เป็นที่ตั้งของพระบรมราชานุสรณ์ของในหลวงรัชกาลที่8 พระองค์ทรงมีความเลื่อมใสในพระพุทธศาสนา ได้แสดงตนเป็นพุทธมามกะและเป็นประธานคณะสงฆ์ในการปฏิบัติศาสนกิจ หลังจากที่พระองค์ทรงสวรรคต ในหลวงรัชกาลที่9 ทรงโปรดเกล้าฯ ให้อัญเชิญพระบรมราชสริรางคาร มาประดิษฐาน ณ ผ้าทิพย์พุทธบัลลังก์พระศรีศากยมุนีในพระวิหารหลวงวัดสุทัศนเทพวราราม และถวายพระราชทรัพย์ตั้ง "มูลนิธิอัฏฐมราชานุสรณ์" เพื่อเฉลิมพระเกียรติ และในวันจันทร์ที่ 5 มีนาคม พ.ศ. 2516 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราชดำเนินทรงเททองหล่อพระบรมราชานุสรณ์



    ที่ประตูอีกด้านหนึ่ง เป็นรูปปั้นฤาษีอ่านคัมภีร์โดยมีลิงน้อยนั่งฟัง และรูปปั้นพระจีน เป็นมุมที่สวยงามอีกมุมหนึ่งของวัดสุทัศน์ฯ



    ด้านหลังเป็นอาคารศูนย์บริการข้อมูลวัดสุทัศน์ฯ



    สัตตมหาสถานที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าหลังจากทรงตรัสรู้เมื่อวันเพ็ญ 15 ค่ำ เดือน 6 แล้วทรงได้เสวยวิมุตติสุขตลอด 7 สัปดาห์ ณ สถานที่ทั้ง 7 แห่งคือ 1.ต้นพระศรีมหาโพธิ์ 2.อนิมมิสเจดีย์ (เก๋งจีน) 3.รัตนจงกรมเจดีย์ (แผ่นศิลาปูน) 4.รัตนฆรเจดีย์ (ศาลาทรงโรงแบบจีน) 5.อชปาลนิโครธ (ต้นไทร) 6.มุจลินทร์ (ต้นจิก) 7.ราชายตนะ (ต้นเกด)



    สถานที่นี้เรียกว่า “อชปาลนิโครธ”



    สถานที่นี้เรียกว่า “มุจลินท์”



    สถานที่นี้เรียกว่า “ราชายตนะ”



    สถานที่นี้เรียกว่า “รัตนจงกรมเจดีย์”



    สถานที่นี้เรียกว่า “รัตนฆรเจดีย์“



    องค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าและปัญจวัคคีย์ทั้ง5



    วัดสุทัศน์ฯ ยังมีชื่อเสียงเรื่องการสร้างพระกริ่ง พระชัยวัฒน์ และพระเครื่องประเภทหล่อโบราณ หรือที่เรียกว่า กรุวัดสุทัศน์อีกด้วย



    บริเวณนี้เป็นเหมือนแลนด์มาร์กของกรุงเทพมหานคร การเดินทางก็สะดวกสบาย เพราะมีรถเมล์วิ่งผ่านหลายสายและอยู่ริมถนน หากใครอยากมาถ่ายภาพเป็นที่ระลึก ทำบุญทำทานและชมความงามของวัดหลวงที่มีมาแต่ตั้งกรุงรัตนโกสินทร์แล้ว ยังได้ความภาคภูมิใจที่ชาวต่างชาติต่างชื่นชมในศิลปวัฒนธรรมไทย วัดสุทัศนเทพวราราม เปิดให้เข้าชมทุกวัน ตั้งแต่เวลา 8.30- 17.00 น.

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

วัดกลางพระนคร เสาชิงช้าตระหง่าน วัดสุทัศนเทพวราราม

วัดกลางพระนคร เสาชิงช้าตระหง่าน วัดสุทัศนเทพวราราม

หากใครได้ผ่านไปแถวอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยแล้วเข้าถนนดินสอ แถวศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร เป็นที่ตั้งของเสาชิงช้าสีแดงเด่นตระหง่าน อันเป็นเอกลักษณ์และจุดท่องเที่ยวของกรุงเทพฯ

อ่าน 1,810 คน SHARE ความคิดเห็น
จากท่ามหาราช สู่ เสาชิงช้า สุขใจได้ใน  1 วัน

จากท่ามหาราช สู่ เสาชิงช้า สุขใจได้ใน 1 วัน

คนเมืองกรุง เคยนึกอยากไปเที่ยวที่ไหนสักที่ในวันหยุดเสาร์อาทิตย์ หรือเที่ยวแบบ one day trip แต่นึกไม่ออกบ้างไหม

อ่าน 3,551 คน SHARE ความคิดเห็น
ล้ำค่าภูมิปัญญาแพทย์แผนไทย ที่บ้านหมอหวาน เสาชิงช้า

ล้ำค่าภูมิปัญญาแพทย์แผนไทย ที่บ้านหมอหวาน เสาชิงช้า

ในสมัยก่อน อายุขัยคนไทยโดยเฉลี่ยไม่ยืนยาวนัก เพราะการแพทย์ยังไม่เจริญเช่นดังปัจจุบัน แต่สิ่งหนึ่งที่คนไทยสมัยก่อนมีคือใช้ความรู้รอบตัวลองถูกลองผิดกับพืชผักสมุนไพรใกล้ตัว ใช้กิน ทา เสพ

อ่าน 1,503 คน SHARE ความคิดเห็น
นกน้อยชวนชิม : อ้วนเย็นตาโฟ เสาชิงช้า

นกน้อยชวนชิม : อ้วนเย็นตาโฟ เสาชิงช้า

หากนึกถึงเย็นตาโฟเจ้าอร่อยในละแวกเมืองพระนครต้องยกให้อ้วนเย็นตาโฟเป็นเจ้าเก่าแก่ที่มีชื่อเสียงเลื่องลือความอร่อยมานาน ร้านนี้อยู่ในซอยหลังโบสถ์พราหม์ เสาชิงช้า หรือจะเข้ามาทางตรอกนาวา ตรงข้ามแพร่นรา ฝั่งถนนตะนาวก็ได้ ย้อนอดีตเปิดขายคู่ย่านเก่ามานานกว่า

อ่าน 898 คน SHARE ความคิดเห็น
เที่ยวเสาชิงช้า วัดสุทัศน์เทพวราราม

เที่ยวเสาชิงช้า วัดสุทัศน์เทพวราราม

เสาชิงช้า ตั้งอยู่หน้าวัดสุทัศน์เทพวราราม บนถนนบำรุงเมือง เขตพระนครโดยเสาชิงช้าถูกสร้างขึ้นครั้งแรกในปี 2327 และถือเป็นโบราณสถานของชาติตั้งแต่ปี พ.ศ.2492

อ่าน 14,674 คน SHARE ความคิดเห็น
ดูเสาชิงช้า หน้าวัดสุทัศนเทพวรารามราชวรมหาวิหาร

ดูเสาชิงช้า หน้าวัดสุทัศนเทพวรารามราชวรมหาวิหาร

วัดสุทัศเทพวราราม เป็นอารามหลวงชั้นเอกชนิดราชวรมหาวิหาร ชื่อของวัดสุทัศน์ หมายถึง สุทัสสนนครบนเขาพระสุเมรุ ศูนย์กลางของสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ อันเป็นที่ประทับของพระอินทร์

อ่าน 5,795 คน SHARE ความคิดเห็น
กลับขึ้นด้านบน